
กรมทรัพย์สินฯเตือนขาย ‘หวัง เหล่า จี๋’ ปลอมเสี่ยงคดีอาญา-ปรับสูงสุด 2 แสน
เปิดเกมกฎหมาย “หวัง เหล่า จี๋” เดินหน้าฟ้องสินค้าปลอมในไทย กรมทรัพย์สินฯเตือนผู้ประกอบการขายเครื่องดื่มสมุนไพรปลอม เสี่ยงคดีอาญา-ปรับสูงสุด 2 แสน
KEY
POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตือนผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่ม "หวัง เหล่า จี๋" ปลอมหรือลอกเลียนแบบ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
- ผู้จำหน่ายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้ามีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับสูงสุด 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เครื่องหมายการค้า "หวัง เหล่า จี๋" ได้รับการจดทะเบียนในไทยอย่างถูกต้องแล้ว และเจ้าของสิทธิ์กำลังดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ละเมิด
แหล่งข่าวจากตลาดเครื่องดื่มเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารจีน โดยเฉพาะร้านอาหารหมาล่าหลายแห่ง จำหน่ายเครื่องดื่มสมุนไพรกระป๋องสีแดงยี่ห้อหวัง เหล่า จี๋โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องในประเทศไทย ทำให้ผู้จำหน่ายอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1), 273 และ 274 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกและปรับ
จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พบว่า เครื่องหมายการค้าหวัง เหล่า จี๋ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534
โดยมีบริษัท มัลติ แอคเซสส์ ลิมิเต็ด เป็นเจ้าของสิทธิ และได้นำเข้าสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรกระป๋องสีแดง (จับเลี้ยง) ภายใต้ชื่อ WANG LAO JI หรือ WANG LO KAT (หว่อง โหลว กั๊ท) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน และมีจำหน่ายในร้านอาหาร ภัตตาคาร รวมถึงร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต
อย่างไรก็ตาม มีบริษัทจากประเทศจีนอีกรายหนึ่ง คือ บริษัท กวางโจว ฟาร์มาซูติคอล โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้นำสินค้าประเภทเดียวกันที่มีลักษณะเลียนแบบเครื่องหมายการค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง
และจำหน่ายในราคาถูก ส่งผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงได้ใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีกับผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าว
ปัจจุบัน เจ้าของเครื่องหมายการค้ากำลังเร่งดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ละเมิดสิทธิ์ และมีแผนขยายการผลิตในประเทศไทยเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก
ผู้ประกอบการควรระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากการจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 109 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ คดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้ และในกรณีผู้กระทำความผิดเป็นชาวต่างชาติ เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว อาจถูกเพิกถอนวีซ่า และถูกพิจารณาสถานะการพำนักในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
นักกฎหมายชี้ว่า พฤติกรรมการจำหน่ายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าอย่างเปิดเผย ถือเป็นการไม่เคารพกฎหมายไทย และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองทะเบียนเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยืนยันว่า เครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และผู้ใดใช้เครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนแล้วโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมายทันที







