thansettakij
thansettakij
เอสซีลอร์ลูซอตติกา ปักหมุดไทย เปิดศูนย์ R&D ดันนวัตกรรมเลนส์–เทคโนโลยีอนาคต

เอสซีลอร์ลูซอตติกา ปักหมุดไทย เปิดศูนย์ R&D ดันนวัตกรรมเลนส์–เทคโนโลยีอนาคต

26 เม.ย. 69 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :26 เม.ย. 69 | 08:01 น.

เอสซีลอร์ลูซอตติกา ปักหมุดไทย เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาในลาดกระบัง เสริมแกร่งฐานการผลิต-นวัตกรรม เร่งพัฒนาเลนส์ขั้นสูง โซลูชันการมองเห็น ตอบโจทย์ตลาดโลก

KEY

POINTS

  • เอสซีลอร์ลูซอตติกา เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) แห่งใหม่ในย่านลาดกระบัง เพื่อผลักดันไทยเป็นฐานนวัตกรรมด้านเลนส์และเทคโนโลยีสายตาในภูมิภาค
  • ศูนย์ฯ มุ่งเน้นการวิจัยวัสดุเลนส์และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับการผลิตเชิงพาณิชย์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • วางเป้าหมายเป็นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (wearable technology) และเทคโนโลยีทางการแพทย์

เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) ผู้ผลิตเลนส์และอุปกรณ์ด้านสายตาระดับโลก เดินหน้าขยายฐานนวัตกรรมในประเทศไทย ด้วยการเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) แห่งใหม่ในย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ สะท้อนบทบาทไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญของภูมิภาคเอเชีย

เอสซีลอร์ลูซอตติกา ปักหมุดไทย เปิดศูนย์ R&D ดันนวัตกรรมเลนส์–เทคโนโลยีอนาคต

ศูนย์แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ใกล้ฐานการผลิตหลักของบริษัท บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ด้านวัสดุเลนส์และเทคโนโลยีการผลิต ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยวัสดุขั้นสูง ไปจนถึงการต่อยอดสู่กระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้งานจริง

โครงสร้างการดำเนินงานของศูนย์ ประกอบด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน ทั้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และช่างเทคนิค มุ่งพัฒนาวัสดุและสูตรเลนส์ออปติกใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการมองเห็นและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง

เอสซีลอร์ลูซอตติกา ปักหมุดไทย เปิดศูนย์ R&D ดันนวัตกรรมเลนส์–เทคโนโลยีอนาคต

นาย ดาวิเด้ สกีเนติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้จะช่วยยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยและสายการผลิต ทำให้การนำผลงานวิจัยไปใช้จริงทำได้รวดเร็วขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตหลักของบริษัทในภูมิภาค

ในเชิงยุทธศาสตร์ ศูนย์ R&D แห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจเลนส์สายตา แต่ยังถูกวางให้เป็นฐานต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีสวมใส่อัจฉริยะ (wearable technology) และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำด้านวัสดุและกระบวนการผลิตขั้นสูง โดยบริษัทมองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการมองเห็นและการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในอนาคต

ด้าน นาย เปียร์ เฟอร์ม็องแต็ง หัวหน้าฝ่าย Chemicals & Materials Technology ของศูนย์ลาดกระบัง ระบุว่า โครงสร้างของศูนย์ถูกออกแบบให้สามารถเร่งการนำเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วขึ้น ช่วยย่นระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

เอสซีลอร์ลูซอตติกา ปักหมุดไทย เปิดศูนย์ R&D ดันนวัตกรรมเลนส์–เทคโนโลยีอนาคต

ขณะเดียวกัน ประเด็นความยั่งยืนถูกนำมาเป็นแกนหลักของการลงทุนครั้งนี้ โดยศูนย์ตั้งเป้าขอการรับรองมาตรฐาน LEED ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล พร้อมติดตั้งระบบบริหารจัดการอากาศขั้นสูง เพื่อลดการปล่อยก๊าซและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

การเปิดศูนย์ R&D ในไทยครั้งนี้ จึงสะท้อนทั้งการยกระดับห่วงโซ่คุณค่า (value chain) จาก “ฐานการผลิต” สู่ “ฐานนวัตกรรม” และยังสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนของบริษัทข้ามชาติที่เริ่มกระจายศูนย์วิจัยมายังเอเชียมากขึ้น เพื่อใกล้ตลาดและลดต้นทุนด้านซัพพลายเชนในระยะยาว