thansettakij
thansettakij
เผยผลสำรวจองค์กร รับมือน้ำมันแพง HR จี้ผู้นำมุ่ง WFH-Hybrid ลดภาระคนทำงาน

เผยผลสำรวจองค์กร รับมือน้ำมันแพง HR จี้ผู้นำมุ่ง WFH-Hybrid ลดภาระคนทำงาน

23 เม.ย. 69 | 09:34 น.
อัปเดตล่าสุด :23 เม.ย. 69 | 09:49 น.

PMAT เปิดผลสำรวจองค์กรไทยรับมือวิกฤตพลังงานปี 69 พบส่วนใหญ่ยังนิ่งสวนทางค่าครองชีพพุ่ง ด้านนักบริหารทรัพยากรมนุษย์จี้ผู้บริหารปรับเกณฑ์สวัสดิการให้สอดคล้องความจริง แนะใช้มาตรการทำงานยืดหยุ่นและ Hybrid Working ตัดต้นทุนเดินทางพนักงาน

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจฝ่ายบุคคล (HR) ชี้ว่าการทำงานแบบ WFH/Hybrid Working เป็นมาตรการสำคัญที่สุดในการช่วยลดภาระค่าเดินทางของพนักงานจากปัญหาน้ำมันแพง
  • องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้ความยืดหยุ่นด้านการทำงานและการประชุมออนไลน์ เพื่อช่วยพนักงานลดรายจ่าย แทนการเพิ่มค่าตอบแทนหรือปรับขึ้นเงินเดือนซึ่งเป็นต้นทุนคงที่
  • แม้จะมีข้อเสนอให้เพิ่มสวัสดิการอื่น ๆ เช่น ค่าเดินทาง หรือจัดรถรับ-ส่ง แต่มาตรการที่ถูกนำมาใช้จริงและได้รับความนิยมสูงสุดคือ WFH/Hybrid Working

ผลสำรวจล่าสุดจากสมาคมการบริหารงานบุคคล (PMAT) เจาะลึกมาตรการของภาคธุรกิจไทยต่อวิกฤตน้ำมันแพงและค่าครองชีพ พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวขององค์กรในหลายมิติ ดังนี้: ข้อมูลจากผลสำรวจระบุว่า 69.2% ขององค์กรไทยยังคงยืนหยัดใช้สวัสดิการเดิม โดยมองว่าครอบคลุมอยู่แล้ว ขณะที่ 42.9% ยอมรับว่ายังไม่มีการเพิ่มมาตรการใหม่ ใดๆ ออกมาในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวในกลุ่มองค์กรที่ตื่นตัว โดยมีการขยายสิทธิสวัสดิการสุขภาพ (9.6%), จัดโครงการอบรมความรู้การเงิน (9.6%) และการเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษหรือ COLA (7.7%)

เสียงสะท้อนจาก HR: "Hybrid Working" คือหัวใจสำคัญ

เผยผลสำรวจองค์กร รับมือน้ำมันแพง HR จี้ผู้นำมุ่ง WFH-Hybrid ลดภาระคนทำงาน ในมุมมองของนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) ต่อคำถามที่ว่าบริษัทควรช่วยพนักงานอย่างไร พบว่าทางเลือกยอดนิยมคือ:

  • 60% หนุนมาตรการ WFH / Hybrid Working: เพื่อลดค่าใช้จ่ายเดินทางอย่างเป็นรูปธรรม
  • 37% แนะจัดอบรมบริหารเงิน: สร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวให้พนักงาน
  • 33% ให้ค่าน้ำมัน/ค่าเดินทางเพิ่ม: ช่วยเหลือเป็นตัวเงินโดยตรง
  • 23% ปรับโครงสร้างเงินเดือน (COLA): เพื่อให้สะท้อนราคาตลาดปัจจุบัน
  • 21% จัดรถรับ-ส่งพนักงาน (Shuttle Bus): ลดการใช้รถส่วนตัว

ผ่ากลยุทธ์งานนอกสถานที่ : เน้น"ออนไลน์"ลดต้นทุน

เผยผลสำรวจองค์กร รับมือน้ำมันแพง HR จี้ผู้นำมุ่ง WFH-Hybrid ลดภาระคนทำงาน สำหรับการปฏิบัติงานนอกสถานที่ องค์กรกว่า 60% ยังคงใช้หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเดิม แต่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อลดรายจ่ายแฝง ได้แก่:

  • 12.7% เปลี่ยนไปใช้ Online Meeting: เพื่อลดความถี่ในการเดินทาง
  • 12.7% ปรับเพิ่มอัตราชดเชย: ตามราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
  • เทรนด์ใหม่: เริ่มมีการพิจารณาเช่ารถรับ-ส่งไฟฟ้า (EV) และส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้าแทนรถยนต์น้ำมันเพื่อความคล่องตัวในระยะยาว

ทางรอดพนักงาน: เน้นลดรายจ่ายมากกว่าเพิ่มรายได้

เผยผลสำรวจองค์กร รับมือน้ำมันแพง HR จี้ผู้นำมุ่ง WFH-Hybrid ลดภาระคนทำงาน ปัจจุบันมาตรการที่ถูกนำมาใช้จริงและได้รับความนิยมสูงสุดคือ WFH/Hybrid Working (30.2%) ตามมาด้วยการสนับสนุนด้านการเดินทางโดยตรง 15.8% (แบ่งเป็นรถรับ-ส่ง 7.9% และเพิ่มค่าเดินทาง 7.9%) และมาตรการช่วยเหลือรูปแบบอื่น เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือเบี้ยเลี้ยงพิเศษ 11.1%

ผลการสำรวจดังกล่าวของ PMAT สะท้อนชัดว่า องค์กรไทยส่วนใหญ่ยังไม่กล้าแบกรับต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเงินเดือน แต่เลือกที่จะใช้ "ความยืดหยุ่นด้านสถานที่ทำงาน" และ "เทคโนโลยีออนไลน์" มาเป็นเกราะป้องกันเพื่อช่วยพนักงานลดค่าใช้จ่าย แทนการจ่ายเงินสด ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการที่เน้นความอยู่รอดของทั้งบริษัทและพนักงานในยุคพลังงานแพงปี 2569