
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(27 มิ.ย.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ ซื้อขายด้วยความระมัดระวัง โดยเน้นการเข้าซื้อหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ 1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับราคาทองคำจะพยายามปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน
ราคาทองคำยังคงมีการแกว่งตัวค่อนข้างมาก หากระยะสั้นคาดมีแรงดีดกลับและพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,332-1,345 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,345 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจจะเกิดแรงขายสลับออกมาอีกครั้ง
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวันศุกร์ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 60.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงหลังผลการทำประชามติของสหราชอาณาจักรชี้บ่งว่าฝ่ายสนับสนุนให้ออกจากสหภาพยุโรป(Brexit)ชนะฝ่ายที่ต้องการอยู่ใน EU ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกปั่นป่วน ค่าเงินปอนด์ดิ่งลงกว่า10%แตะระดับต่ำสุดในรอบ 31 ปีด้านค่าเงินยูโรอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย, ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงแรงทำให้มูลค่าตลาดหุ้นทั่วโลกอาจดิ่งลงมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียว ส่งผลให้นักลงทุนมุ่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งดอลลาร์สหรัฐ, เยน, สวิสฟรังก์และทองคำ เป็นปัจจัยหนุนให้ทองคำพุ่งขึ้นกว่า 100 เหรียญแตะระดับสูงสุดที่ 1,358.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนจะลดช่วงบวกในเวลาต่อมา ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มในวันศุกร์ถึง 18.41 ตัน แนะนำนักลงทุนติดตามผลกระทบในระยะต่อจากนี้ไปหลังจากผลการทำประชามติ โดยล่าสุดมูดีส์ประกาศปรับแนวโน้มเครดิตสหราชอาณาจักรสู่ระดับเชิงลบ ในขณะที่จะมีการจัดการประชุมจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ G7, บีโอเจและรัฐบาลญี่ปุ่น, ผู้นำของสหภาพยุโรป (EU) และสถาบันของ EU เพื่อหารือถึงผลกระทบและเตรียมการสำหรับการแยกตัวออกจาก EU ของอังกฤษ ดังนั้นควรลงทุนด้วยความระมัดระวังโดยเน้นเก็งกำไรจากการแกว่งตัวของราคาพร้อมกำหนดจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุน
คำแนะนำ ซื้อขายด้วยความระมัดระวัง โดยเน้นการเข้าซื้อหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ 1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับราคาทองคำจะพยายามปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน
ราคาทองคำยังคงมีการแกว่งตัวค่อนข้างมาก หากระยะสั้นคาดมีแรงดีดกลับและพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,332-1,345 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,345 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจจะเกิดแรงขายสลับออกมาอีกครั้ง
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวันศุกร์ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 60.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงหลังผลการทำประชามติของสหราชอาณาจักรชี้บ่งว่าฝ่ายสนับสนุนให้ออกจากสหภาพยุโรป(Brexit)ชนะฝ่ายที่ต้องการอยู่ใน EU ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกปั่นป่วน ค่าเงินปอนด์ดิ่งลงกว่า10%แตะระดับต่ำสุดในรอบ 31 ปีด้านค่าเงินยูโรอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย, ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงแรงทำให้มูลค่าตลาดหุ้นทั่วโลกอาจดิ่งลงมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียว ส่งผลให้นักลงทุนมุ่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งดอลลาร์สหรัฐ, เยน, สวิสฟรังก์และทองคำ เป็นปัจจัยหนุนให้ทองคำพุ่งขึ้นกว่า 100 เหรียญแตะระดับสูงสุดที่ 1,358.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนจะลดช่วงบวกในเวลาต่อมา ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มในวันศุกร์ถึง 18.41 ตัน แนะนำนักลงทุนติดตามผลกระทบในระยะต่อจากนี้ไปหลังจากผลการทำประชามติ โดยล่าสุดมูดีส์ประกาศปรับแนวโน้มเครดิตสหราชอาณาจักรสู่ระดับเชิงลบ ในขณะที่จะมีการจัดการประชุมจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ G7, บีโอเจและรัฐบาลญี่ปุ่น, ผู้นำของสหภาพยุโรป (EU) และสถาบันของ EU เพื่อหารือถึงผลกระทบและเตรียมการสำหรับการแยกตัวออกจาก EU ของอังกฤษ ดังนั้นควรลงทุนด้วยความระมัดระวังโดยเน้นเก็งกำไรจากการแกว่งตัวของราคาพร้อมกำหนดจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุน






