thansettakij
thansettakij
ผลวิจัยอาเซียนพบ Baby Boomers ครองแชมป์ความสุข แซงหน้าคนรุ่นใหม่

ผลวิจัยอาเซียนพบ Baby Boomers ครองแชมป์ความสุข แซงหน้าคนรุ่นใหม่

31 มี.ค. 69 | 11:15 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 69 | 11:18 น.

HILL ASEAN เผยวิจัย 2026 พบ "Baby Boomers" ครองแชมป์ความสุขสูงถึง 88.8% แซงหน้าคนรุ่นใหม่ ชี้อินไซต์กลุ่ม "Prime Generations" คือหัวใจเศรษฐกิจอาเซียนที่ข้ามขีดจำกัดเรื่องวัยด้วยแนวคิด Layering Life

KEY

POINTS

  • ผลวิจัยจากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (HILL ASEAN) ชี้ว่ามุมมองต่อ "อายุ" ในภูมิภาคอาเซียนกำลังเปลี่ยนไป โดยไม่ถูกมองเป็นข้อจำกัด แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการเติบโตและมีศักยภาพ
  • ผลสำรวจพบว่าระดับความพึงพอใจในชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยกลุ่ม Baby Boomers มีความสุขสูงสุดถึง 88.8% สวนทางกับความเชื่อเดิมว่ายิ่งอายุมากความสุขจะยิ่งลดลง
  • งานวิจัยได้นิยามกลุ่มคน Millennials, Gen X และ Baby Boomers ว่าเป็น “Prime Generations” หรือช่วงวัยที่มีศักยภาพสูงสุด มีความกระตือรือร้น และยังคงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
  • งานวิจัยได้ล้มล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าการพัฒนาตนเองเป็นเรื่องของคนหนุ่มสาว และอายุที่เพิ่มขึ้นคือความเสื่อมถอย โดยชี้ว่าประสบการณ์ทำให้ชีวิตมีคุณค่าและความหมายมากขึ้น

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียน “อายุ” กำลังถูกตีความใหม่ จากเดิมที่เคยถูกมองเป็นข้อจำกัดของชีวิต กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สะท้อนการเติบโต ศักยภาพ และคุณค่าของประสบการณ์ชีวิตในแต่ละช่วงวัย แนวคิดนี้ไม่เพียงเปลี่ยนมุมมองของผู้คนต่อการใช้ชีวิต แต่ยังส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการตลาดในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ

Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN (HILL ASEAN) เปิดผลวิจัย “ASEAN Sei-katsu-sha Studies 2026” สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพฤติกรรมและแนวคิดการใช้ชีวิตของคนในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะมุมมองต่อ “อายุ” ที่ไม่ถูกมองว่าเป็นข้อจำกัดอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นช่วงเวลาของการเติบโตและการเติมเต็มศักยภาพชีวิต

นาย เรียวสุเกะ อาโอกิ กรรมการผู้จัดการ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภายใต้บริบทของสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และค่านิยมหลังโควิดที่เปลี่ยนไป งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า คนอาเซียนกำลังนิยามความหมายของ “การเติบโต” ใหม่ จากเดิมที่เคยยึดโยงกับความสำเร็จภายนอก เช่น หน้าที่การงานหรือสถานะทางสังคม ไปสู่การให้ความสำคัญกับ “ความหมายของชีวิต” ความสัมพันธ์ และความสมดุลระหว่างความต้องการของตนเองกับบทบาทในสังคม

 

หัวใจสำคัญของการศึกษาอยู่ที่แนวคิด “sei-katsu-sha” ซึ่งไม่ได้มองผู้คนเป็นเพียงผู้บริโภค แต่เป็นมนุษย์ที่มีชีวิต มีความฝัน และมีบริบททางสังคมที่ซับซ้อน ทำให้การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้คนต้องมองลึกไปถึงแรงขับเคลื่อนภายใน ไม่ใช่แค่พฤติกรรมการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว

ผลการศึกษาภายใต้หัวข้อ “Decoding the Prime Generations” พบว่า กลุ่มคน Millennials, Gen X และ Baby Boomers กำลังกลายเป็น “Prime Generations” หรือช่วงชีวิตที่มีศักยภาพสูงสุด

ผลวิจัยอาเซียนพบ Baby Boomers ครองแชมป์ความสุข แซงหน้าคนรุ่นใหม่

ต่างจากภาพจำเดิมที่มองว่าคนวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่หยุดนิ่งหรือปรับตัวยาก งานวิจัยกลับพบว่า คนกลุ่มนี้มีความกระตือรือร้น เปิดรับการเปลี่ยนแปลง และยังคงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องไม่เพียงใช้เทคโนโลยีได้คล่อง แต่ยังเป็น “กำลังหลัก” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียนในปัจจุบันและอนาคต

ยิ่งอายุเพิ่ม “ความสุขยิ่งเพิ่ม” สวนทางความเชื่อเดิม

อีกหนึ่งข้อค้นพบที่น่าสนใจ คือระดับความพึงพอใจในชีวิตของคนอาเซียนมีแนวโน้ม “เพิ่มขึ้นตามอายุ” อย่างชัดเจน ข้อมูลระบุว่า

  • Gen Z มีความพึงพอใจในชีวิต 83.8%
  • Millennials อยู่ที่ 82.0%
  • Gen X เพิ่มขึ้นเป็น 85.2%
  • Baby Boomers สูงสุดที่ 88.8%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ประสบการณ์ชีวิต ความเข้าใจตนเอง และการปรับตัวตามบทบาทที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้คนรู้สึกพึงพอใจในชีวิตมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง

ล้ม 3 ความเชื่อเดิมของการใช้ชีวิต

งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตและอายุที่ฝังรากมานานในสังคมอาเซียน กำลังถูกท้าทายและเปลี่ยนแปลง ได้แก่

1. ชีวิตในอุดมคติคือการหนีจากความจริง ในความเป็นจริง คนอาเซียนไม่ได้ต้องการหลีกหนีชีวิต แต่ต้องการ “สมดุล” ระหว่างความต้องการของตัวเอง กับบทบาทในครอบครัวและสังคม

2. การพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องของคนหนุ่มสาว ผลวิจัยชี้ว่า การเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในกลุ่ม Prime Generations ที่ยังคงมองหาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

3. อายุที่เพิ่มขึ้นคือความเสื่อมถอย ตรงกันข้าม อายุที่เพิ่มขึ้นกลับเป็นช่วงเวลาของการสะสมประสบการณ์ ทำให้ชีวิตมีความลึกและมีคุณค่ามากขึ้น

นาย เรียวสุเกะ อาโอกิ

HILL ASEAN อธิบายปรากฏการณ์นี้ผ่านแนวคิด “Layering Life” หรือการเติบโตแบบสะสมประสบการณ์ชีวิตในแต่ละช่วงวัย จากเดิมที่ผู้คนมุ่งไล่ตามความสำเร็จในแนวดิ่ง มาเป็นการสร้างความลึกให้ชีวิตในแนวราบมากขึ้น ทำให้ชีวิตไม่ได้แค่ก้าวหน้า แต่มีความหมายมากขึ้นในทุกช่วงเวลา

พร้อมกันนี้ มุมมองต่อบทบาทในครอบครัวและสังคมก็เปลี่ยนไป จากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็น “หน้าที่” กลายเป็น “โอกาส” ในการเรียนรู้และเติบโต ส่งผลให้คนอาเซียนยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างสมดุลระหว่างตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า ตลาดอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ “อายุ” ไม่ใช่ตัวกำหนดศักยภาพของผู้คนอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มคุณค่าให้ชีวิต กลุ่ม Prime Generations จึงไม่ใช่เพียงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ แต่เป็นกลุ่มที่มีพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าใจผู้คนในมิติที่ลึกขึ้น

ท้ายที่สุดงานวิจัยนี้ย้ำชัดว่า สำหรับคนอาเซียน “การเติบโต” ไม่ได้หยุดอยู่ที่วัยใดวัยหนึ่ง แต่เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องตลอดชีวิต และยิ่งอายุมากขึ้น ชีวิตก็ยิ่งมีมิติ มีคุณค่า และมีความหมายมากขึ้นตามไปด้วย