thansettakij
thansettakij
เคาะงบ300ล้านสร้างระบบนํ้าไร่นา ชง‘ประยุทธ์’ตั้งธนาคารนํ้าทั่วประเทศ

เคาะงบ300ล้านสร้างระบบนํ้าไร่นา ชง‘ประยุทธ์’ตั้งธนาคารนํ้าทั่วประเทศ

28 มิ.ย. 59 | 00:00 น.
สหกรณ์/สถาบันเกษตรกร 6 พันรายเฮ ก.เกษตรฯเคาะงบ 300 ล้าน ให้กู้แห่งละ 5 หมื่น สร้างระบบนํ้าในไร่นาปลอดดอกเบี้ย 5 ปี เล็งเป้า 50 จังหวัดทั้งในและนอกเขตชลประทาน หวังเพิ่มพื้นที่รับนํ้าได้มากกว่า 6 หมื่นไร่ อีกด้านกลุ่มเกษตรกรเตรียมเสนอ “ประยุทธ์”ดันตั้งธนาคารนํ้าในกว่า 800 อำเภอทั่วประเทศ ร่วมลงทุนปล่อยสินเชื่อขุดบ่อนํ้า สร้างความยั่งยืนภาคการเกษตรของประเทศ

[caption id="attachment_65775" align="aligncenter" width="700"] แผนคืนเงินโครงการสนับสนุนเงินทุนสร้างระบบในไร่นาวงเงิน 300 ล้าน แผนคืนเงินโครงการสนับสนุนเงินทุนสร้างระบบในไร่นาวงเงิน 300 ล้าน[/caption]

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการในคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2559 ที่มีนายโอภาส กลั่นบุศย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เสนอโครงการสนับสนุนเงินทุนวงเงิน 300 ล้านบาท จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสถาบันเกษตรกรเพื่อลดความเสี่ยงในการทำเกษตรกรรมจากวิกฤติภัยแล้งในอนาคต

ทั้งนี้จากแนวคิดเดิมที่เกษตรกรพึ่งพาระบบน้ำในชลประทานและแหล่งน้ำธรรมชาติ ในการทำการเกษตร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวคิดในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรในระดับไร่นาแบบใหม่ คือเน้นให้เกษตรกรแต่ละรายต้องมีการพัฒนาพื้นที่ของตนให้มีระบบการสำรองน้ำเพื่อการเกษตรไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน โดยมีการขุดสระกักเก็บน้ำไว้ใช้ในไร่นา หรือมีการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล ไว้ใช้ทดแทนน้ำในระบบชลประทานที่ในบางช่วงเวลาเกิดการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการทำการเกษตร โดยโครงการดังกล่าวมีพื้นที่เป้าหมาย เป็นสถาบันเกษตรกรทั้งในเขตชลประทานและเขตรับน้ำฝนใน 50 จังหวัด ประกอบด้วย สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร จำนวน 100 แห่ง มีสมาชิกรวม 6 พันราย คิดเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากน้ำเฉลี่ยรายละ 10 ไร่ รวมพื้นที่รับน้ำได้มากกว่า 6 หมื่นไร่

"โครงการนี้จะสนับสนุนเงินทุนปลอดดอกเบี้ยให้แห่งละ 5 หมื่นบาท มีระยะเวลาคืนเงินทุน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2560- 2564 นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับเงินกู้ยืม หรือเฉลี่ยชำระคืนปีละ 60 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่กู้เงินจะต้องมีวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1.ขุดสระเก็บกักน้ำในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ ความลึกไม่น้อยกว่า 2 เมตร พร้อมกับอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำ ท่อน้ำ ในระบบน้ำหยด หรือพ่นละอองน้ำ หรือ2.ขุดเจาะระบบน้ำบาดาล หรือปรับปรุงระบบน้ำบาดาล รวมถึงอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำ ทั้งนี้ที่ประชุมจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 28 มิถุนายนนี้" นายอุบลศักดิ์ กล่าวและว่า

นอกจากนี้ทางกลุ่มเกษตรกร กำลังทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลตั้งธนาคารน้ำ โดยให้รัฐบาลร่วมลงทุนกับเกษตรกรกว่า 12 ล้านครัวเรือน เพื่อให้เกษตรกรแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละอำเภอใน 77 จังหวัด ได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญในการสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง หรือวิกฤติน้ำในยามที่ฝนทิ้งช่วง โดยมีโครงการนำร่องในการตั้งธนาคารน้ำในกว่า 800 อำเภอทั่วประเทศ (878 อำเภอ) โดยให้เกษตรกรกู้เงินยืมไปขุดสระ/บ่อน้ำ หรือขุดลอกของเดิมที่มีอยู่แล้ว หรือขุดบ่อใหม่ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยดอกเบี้ยให้คืนกลับในรูปเงินปันผลแบบโมเดลสหกรณ์ จะทำให้การแก้ปัญหาน้ำยั่งยืน จากที่ผ่านมาแม้รัฐบาลจะมีโครงการในลักษณะนี้แต่ไม่ถึงเกษตรกรรายย่อยอย่างแท้จริง เนื่องจากยังมีระบบเอื้อต่อพวกพ้อง ดังนั้นหากมีการตั้งธนาคารน้ำในทุกอำเภอ เชื่อว่าจะเกิดผลสำเร็จและจะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคการเกษตรของประเทศได้อย่างยั่งยืน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business