
DIT ดึงแม็คโคร–โลตัส รับซื้อมะพร้าว 6 ล้านลูก แก้เกมผลผลิตล้นตลาด พยุงราคาหน้าสวน
มะพร้าวน้ำหอมผลผลิตพุ่ง สวนทางส่งออกชะลอ กดราคาหน้าสวนร่วงต้นปีเหลือ 2–3 บาทต่อลูก กรมการค้าภายใน ผนึก แม็คโคร–โลตัส เพิ่มรับซื้อ 6 ล้านลูก กระจายกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ ดูดซับส่วนเกิน–พยุงราคา คาดแนวโน้มเริ่มฟื้นต่อในเดือนเมษายน
KEY
POINTS
- กรมการค้าภายใน (DIT) ร่วมมือกับแม็คโครและโลตัส แก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำจากภาวะล้นตลาดและการส่งออกชะลอตัว
- แม็คโครและโลตัสตกลงเพิ่มปริมาณการรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรโดยตรงเป็น 6 ล้านลูกต่อปี เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกิน
- ผลผลิตที่รับซื้อจะถูกนำไปเร่งกระจายผ่านสาขาทั่วประเทศของทั้งสองห้างกว่า 2,600 แห่ง เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภค
- มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพยุงราคาหน้าสวน ซึ่งส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมลูกละ 2-3 บาท เป็น 6-7 บาท
มะพร้าวน้ำหอมล้นตลาดช่วงต้นปี ผนวกส่งออกชะลอ ฉุดราคาหน้าสวนดิ่ง กระทบรายได้เกษตรกรในวงกว้าง หน่วยงานรัฐจึงเร่งออกมาตรการระบายผลผลิตควบคู่การกระจายตลาด เพื่อพยุงราคาหน้าสวนและลดผลกระทบต่อเกษตรกร
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายมะพร้าวน้ำหอมที่ห้างค้าส่ง ว่าปีนี้ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดส่งออกหลักอย่างจีนมีการเปลี่ยนแปลงทั้งการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภค
โดยในช่วงที่ผลผลิตไทยลดลงจีนหันไปนำเข้าจากอินโดนีเซียและเวียดนาม ประกอบกับฤดูหนาวทำให้ผู้บริโภคปรับไปบริโภคน้ำมะพร้าวแทนผลสด ส่งผลให้การส่งออกมะพร้าวน้ำหอมผลสดของไทยลดลง และกระทบต่อราคาภายในประเทศโดยตรง
อีกปัจจัยสำคัญคือ สัดส่วนมะพร้าวเกรดรองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลขนาดเล็กน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม แม้ยังมีคุณภาพดี แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ส่งออกทำให้มีผลผลิตสะสมในประเทศจำนวนมาก ยิ่งซ้ำเติมภาวะราคาตกต่ำ
ในช่วงที่ผ่านมากรมการค้าภายในได้ดำเนินมาตรการหลายด้าน ทั้งเปิดจุดรับซื้อราคานำตลาดในพื้นที่ แสวงหาช่องทางจำหน่ายใหม่ และเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคเอกชน ล่าสุดร่วมกับ CP Axtra ผู้บริหารห้างแม็คโครและโลตัส เข้ามาช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกิน โดยเพิ่มปริมาณรับซื้อจากเดิมปีละ 3 ล้านลูก เป็น 6 ล้านลูกต่อปี และเร่งรับซื้อในช่วงสั้นเพื่อกระจายผ่านสาขากว่า 2,600 แห่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภค เช่น การจัดบูธจำหน่ายและทดลองชิม เพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค และเพิ่มการรับรู้ถึงคุณค่าของมะพร้าวน้ำหอม
ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายโดยตรงในห้างค้าปลีก โดยจัดพื้นที่ในแม็คโครและโลตัส รวม 10 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงสำนักงานใหญ่อีก 1 แห่ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และเพิ่มรายได้
สำหรับมาตรการระยะกลางและระยะยาว กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า โดยเฉพาะการควบคุมการแสดงฉลากให้ชัดเจน แยกความแตกต่างระหว่าง “น้ำมะพร้าวแต่งกลิ่น” กับ “น้ำมะพร้าวแท้ 100%” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาด พร้อมทั้งวางแนวทางพัฒนาคุณภาพผลผลิต เช่น การควบคุมอายุสายพันธุ์ การจัดโซนปลูก และการบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานตามความต้องการตลาด
ขณะเดียวกันยังมีการผลักดันแนวคิด Zero Waste นำวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าว เช่น เปลือกและกะลา ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ ถ่านอัดแท่ง หรือไบโอชาร์ เพื่อลดของเสียและเพิ่มรายได้ในห่วงโซ่การผลิต
ด้านสถานการณ์ราคาเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรีสะท้อนว่า ช่วงต้นปีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาหน้าสวนเดือนมกราคมลดลงเหลือเพียง 2–3 บาทต่อลูก ก่อนจะทยอยปรับขึ้นเป็น 4–5 บาท และล่าสุดอยู่ที่ 6–7 บาทต่อลูก หลังมีมาตรการเชื่อมโยงตลาดและเร่งระบายผลผลิต
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2569 กรมการค้าภายในสามารถเชื่อมโยงผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมได้แล้วกว่า 2.8 ล้านลูก มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท ผ่านหลายช่องทาง ทั้งจุดรับซื้อในพื้นที่ ความร่วมมือกับเอกชน การกระจายผ่านห้างค้าปลีก ตลาดกลาง สถานีบริการน้ำมัน และการเปิดจุดจำหน่ายในพื้นที่ศักยภาพ
กรมการค้าภายในประเมินว่า แนวโน้มราคามะพร้าวน้ำหอมในช่วงเดือนเมษายนมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากมาตรการดูดซับผลผลิตและการขยายช่องทางตลาดที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยด้านการส่งออกและปริมาณผลผลิตอย่างใกล้ชิดต่อไป






