thansettakij
thansettakij
15 เคล็ดลับวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟช่วงหน้าร้อน ฉบับคนทำงาน WFH

15 เคล็ดลับวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟช่วงหน้าร้อน ฉบับคนทำงาน WFH

มัดรวม วิธีประหยัดค่าไฟพุ่งจากการเปิดแอร์ช่วง WFH รับมืออากาศร้อนทำค่าไฟพุ่ง มีตั้งแต่เทคนิคการปรับอุณหภูมิที่ถูกต้องช่วยให้แอร์เย็นเร็วขึ้นไปจนถึง การรักษาดูแลเครื่องให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น รวมถึงการเลือก BTU และการติดตั้งโซลาร์เซลล์ อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

KEY

POINTS

  • ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26-27 องศาเซลเซียส พร้อมเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น จะช่วยประหยัดไฟได้ดีกว่าการตั้งอุณหภูมิต่ำๆ
  • หลีกเลี่ยงการเปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ และควรระบายความร้อนออกจากห้องรวมถึงปิดม่านกันแดดก่อนเปิดแอร์ เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่อง
  • หมั่นล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกเดือน และเลือกขนาด BTU ของแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เวลานี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามอ่าวเปอร์เซียที่กำลังดุเดือด  ล่าสุดหลังจากที่ อิหร่าน ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิง ราคาน้ำมันทะลุไปอยู่ที่เหยียบ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่รัฐบาลไทยดำเนินแผนเพื่อรับมือออกมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ข้าราชการ work from home

"ฐานเศรษฐกิจ" ขอร่วมประหยัดพลังงานโดยรวบรวมวิธีการประหยัดไฟ ประหยัดน้ำเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายสำหรับการทำงานแบบ Work From Home (WFH) ในช่วงหน้าร้อนนี้ที่มักมาพร้อมกับบิลค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นเพราะแอร์ต้องทำงานหนักกว่าปกติ วันนี้สรุปวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ มาฝาก 15 ข้อ ลองเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองเพื่อนำไปปรับใช้สู้ศึกพลังงานแพงกัน 

1. ห้ามเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำสุดช่วง 1-2 นาทีแรก

การเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟนั้น สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คือ การตั้งอุณหภูมิให้ต่ำสุดทันทีในช่วง 1 – 2 นาทีแรก หลายคนมักจะเร่งลดอุณหภูมิลงเพื่อให้ห้องเย็นเร็วขึ้น แต่ตรงกันข้ามกลับทำให้แอร์นั้นทำงานหนักขึ้นจากความแตกต่างของอุณหภูมิภายในและภายนอกห้องสูงเกินไป ส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น วิธีที่ดีหากรู้สึกร้อนควรใช้โหมดเร่งความเร็วของพัดลมแทนเพื่อช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วห้องซึ่งทำได้อย่างรวดเร็วและประหยัดไฟมากกว่า

2. เลี่ยงการเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ

หากต้องการเปิดแอร์แบบประหยัดไฟ แนะนำว่า ควรเลี่ยงเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ เพราะการเปิดบ่อย ๆ จะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นในช่วงเริ่มต้นส่งผลให้ค่าไฟสูงขึ้นกว่าปกติ หากจะไม่ได้ใช้งานอีกนาน การปิดแอร์ถือเป็นวิธีที่เหมาะสม แต่หากยังต้องใช้ต่อในอีกไม่นาน ควรเปิดแอร์ทิ้งไว้จะดีกว่า นอกจากช่วยลดค่าไฟแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์อีกด้วย

3. เปิดอุณหภูมิที่ 26-27 องศาพร้อมเปิดพัดลม

การตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 25 องศาเซลเซียสจะช่วยประหยัดไฟแต่ความจริงแล้ว 25 องศาเซลเซียสเป็นเพียงอุณหภูมิมาตรฐานที่ให้ความเย็นสบายและช่วยลดการใช้พลังงานได้ หากอากาศไม่ร้อนจัดสามารถปรับเพิ่มเป็น 26 – 27 องศาเซลเซียส ซึ่งยังคงให้ความเย็นที่เพียงพอและช่วยลดค่าไฟได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากเปิดพัดลมร่วมด้วยจะช่วยกระจายลมเย็นไปทั่วห้องทำให้รู้สึกเย็นสบายไม่ต่างจากการตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 25 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

4. เลี่ยงการเปิดแอร์ในที่โล่งกว้าง

หากต้องการเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ ควรเลือกแอร์ที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานมากขึ้น ควรเลี่ยงเปิดใช้งานในพื้นที่โล่งกว้างเนื่องจากแอร์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับอุณหภูมิให้ทั่วถึงเพราะแอร์ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับพื้นที่จำกัด วิธีที่ดีที่สุด คือ การกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนด้วยประตูหรือกำแพง เป็นต้น

5. เปิดหน้าต่างระบายความร้อนก่อนเปิดแอร์

อีกวิธีที่น่าสนใจ เนื่องจากการทำงานของแอร์ คือ การควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้เย็นแต่หากภายในห้องร้อนมาก แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและใช้พลังงานมากขึ้น ดังนั้น การเปิดหน้าต่างระบายความร้อนออกก่อนเปิดแอร์และปิดผ้าม่านเพื่อป้องกันแสงแดดไม่ให้เพิ่มความร้อนภายในห้องจะช่วยทำให้แอร์ทำงานน้อยลงและทำให้ห้องเย็นเร็วขึ้น ทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

6. ใช้โหมด Sleep หรือ Timer

โหมด Sleep และ Timer เป็นวิธีช่วยประหยัดพลังงานเมื่อใช้แอร์ โดยโหมด Sleep จะค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นในช่วงกลางคืน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะหลับซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์และประหยัดไฟโดยยังนอนหลับได้สบาย ส่วนโหมด Timer หรือ ตัวตั้งเวลา ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ได้ตามความต้องการ เช่น 'ปิดแอร์' หลังจากหลับไปแล้ว หรือ 'เปิดแอร์' ก่อนตื่นเพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นลง

7. ปิดม่านหรือมู่ลี่ในช่วงกลางวัน

การปิดม่านหรือมู่ลี่ช่วงเวลากลางวันระหว่างเปิดแอร์เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ดีโดยเฉพาะในช่วงที่แดดจัด โดยเลือกใช้ผ้าม่าน หรือ มู่ลี่ ที่มีสีเข้มหรือมีฉนวนกันความร้อนจะช่วยลดความร้อนจากภายนอก ทำให้แอร์ทำงานน้อยลงและประหยัดพลังงานได้มากขึ้น นอกจากนี้การปรับมู่ลี่ให้อยู่ในแนวตั้งยังช่วยให้แสงสว่างส่องเข้ามาได้เล็กน้อยโดยไม่เพิ่มความร้อนในห้องจะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. ปิดแอร์เมื่อออกจากห้องนานกว่า 1 ชั่วโมง

การปิดแอร์เมื่อออกจากห้องนานกว่า 1 ชั่วโมงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยประหยัดไฟได้ เป็นการลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยลดการทำความเย็นที่ไม่จำเป็นและยืดอายุการใช้งานของแอร์ได้ด้วย หากเป็นแอร์รุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชันตั้ง เวลาปิด-เปิดอัตโนมัติ เราสามารถตั้งเวลาเพื่อความสะดวกได้อีกทางหนึ่ง หากออกจากห้องเกิน 1 ชั่วโมง การปิดแอร์จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าการเปิดทิ้งไว้

9. ไม่นำของร้อนเข้ามาในห้อง

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของแอร์ คือ ความร้อนและความชื้น หากต้องการให้แอร์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดไฟ ควรเลี่ยงนำของร้อนหรือของที่มีความชื้นเข้าห้อง รวมถึงงดทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อน เช่น ต้มน้ำ รีดผ้า หรือนำเสื้อผ้าเปียกเข้าห้องขณะเปิดแอร์ วิธีที่ดี คือ ควรใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนให้เสร็จก่อนจากนั้นจึงค่อยเปิดแอร์เพื่อช่วยลดภาระการทำงานและประหยัดพลังงาน

10. เลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

การเลือกซื้อแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นวิธีที่ช่วยลดค่าไฟฟ้าและประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉลากเบอร์ 5 แสดงถึงแอร์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง โดยมีค่า SEER ที่บ่งชี้ถึงความประหยัดไฟ ยิ่งมีดาวบนฉลากมากยิ่งแสดงถึงการประหยัดไฟที่ดีกว่า เมื่อเลือกซื้อควรพิจารณาค่า SEER จำนวนดาวบนฉลาก ขนาด BTU ที่เหมาะสมกับห้องและการเลือกแอร์ที่มีเทคโนโลยี Inverter เพื่อประสิทธิภาพในการประหยัดไฟและลดการสิ้นเปลืองพลังงานในระยะยาว

11. เลือกขนาด BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง

เปิดแอร์แบบประหยัดไฟ ควรเลือกขนาด BTU ของแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้องช่วยประหยัดพลังงานได้ โดยสามารถคำนวณได้จากการนำพื้นที่ห้องคูณกับตัวแปรที่เหมาะสม เช่น 800 สำหรับห้องทั่วไป หรือ 900 – 1,000 สำหรับห้องที่มีความร้อนสูง สำหรับห้องที่มีขนาดพิเศษควรขอคำแนะนำจากช่างผู้ชำนาญเพื่อความแม่นยำการเลือก BTU ที่ไม่เหมาะสม เพื่อไม่ทำให้แอร์ทำงานหนักเกินไปหรือลดความชื้นไม่ดีซึ่งจะส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานและอายุการใช้งานที่สั้นลงได้

12. เลี่ยงติดตั้งแอร์ทางทิศตะวันตก

ควรเลี่ยงติดตั้งในทิศตะวันตก เนื่องจากในช่วงบ่ายทิศตะวันตกได้รับแสงแดดโดยตรง ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพราะต้องสู้กับความร้อนภายนอก ไม่เพียงทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นเท่านั้นแต่ยังส่งผลให้เครื่องทำงานเกินกำลังและมีอายุการใช้งานที่สั้นลง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ การติดตั้งฉนวนกันความร้อนหรือการปลูกต้นไม้ใหญ่บังแดดสามารถช่วยลดผลกระทบได้

13. ติดตั้งคอมเพรสเซอร์ในที่ร่มและอากาศถ่ายเท

หากคอมเพรสเซอร์ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น ลดภาระการทำงานและช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ได้ นอกจากนี้ยังลดค่าไฟฟ้าโดยการใช้พลังงานน้อยลง เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่เย็นสบายและมีการระบายความร้อนที่ดี

14. ล้างแผ่นกรองอากาศแอร์ทุกเดือน

การล้างแผ่นกรองอากาศแอร์เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้แอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพและประหยัดไฟ เริ่มจากการปิดแอร์และสับเบรกเกอร์เพื่อความปลอดภัย จากนั้นถอดแผ่นกรองอากาศออกมาทำความสะอาดโดยใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือแปรงขนนุ่มในการขจัดฝุ่น กรณีมีคราบมันสามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดเบา ๆ ก่อนล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นนำแผ่นกรองไปตากให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใส่ในเครื่อง การล้างแผ่นกรองช่วยลดการทำงานหนักของแอร์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็น ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานของแอร์ได้

15. ติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ใช้กับแอร์

สำหรับบ้านไหนที่กลัวค่าไฟพุ่งจากการเปิดใช้แอร์ทั้งวันทั้งคืน ลองติดตั้งโซลาร์เซลล์ เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจเพราะระบบโซลาร์เซลล์ช่วยประหยัดพลังงานได้มากเนื่องจากใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นแหล่งพลังงานฟรี ไม่มีวันหมด ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม