
เปิดรายชื่อ 10 อันดับบริษัทขายตรงรายได้สูงสุดของโลก จับตาแบรนด์ไทยหนึ่งเดียวที่ติดโผ
DSN Global 100 ประจำปี 2025 เผยรายชื่อบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่ที่ทำรายได้สูงสุดระดับโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ “แอมเวย์” ยังครองแชมป์ผู้นำ ขณะที่แบรนด์ดังของไทย รั้งอันดับที่ 50
KEY
POINTS
- นิตยสาร Direct Selling News (DSN) จัดอันดับ 10 บริษัทขายตรงรายได้สูงสุดของโลกปี 2025 โดย Amway ครองอันดับ 1 ด้วยรายได้ 7.4 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วย Herbalife และ eXp Realty
- "กิฟฟารีน" (Giffarine Skyline Unity) เป็นบริษัทสัญชาติไทยเพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับ DSN Global 100 โดยอยู่ในอันดับที่ 50 ด้วยรายได้ 152 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- แม้ Amway จะยังคงเป็นผู้นำตลาด แต่รายได้มีแนวโน้มลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจด้าน Health & Wellbeing มากขึ้น
การจัดอันดับบริษัทขายตรงชั้นนำของโลก หรือที่รู้จักกันในนาม DSN Global 100 โดยนิตยสาร Direct Selling News (DSN) ถือเป็นมาตรวัดสำคัญที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและอิทธิพลของอุตสาหกรรมการขายตรงในระดับสากล รายชื่อนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงผลประกอบการประจำปีของแต่ละบริษัท แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกสำหรับนักวิจัย นักลงทุน และผู้ที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจในช่องทางการขายตรง
ในปี 2025 (อ้างอิงรายได้ปี 2024) มีบริษัทที่สามารถทำรายได้เกินเกณฑ์ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้ามาอยู่ในรายชื่อทั้งหมด 59 บริษัท จาก 16 ประเทศทั่วโลก โดยมีรายได้รวมกันเกือบ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้สภาวะเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน แต่อุตสาหกรรมการขายตรงยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน
10 อันดับบริษัทขายตรงที่มีรายได้สูงสุด
จากข้อมูลการจัดอันดับประจำปี 2025 (อ้างอิงรายได้ปี 2024) บริษัทที่ครองตำแหน่ง 10 อันดับแรกของโลก ได้แก่:
1. Amway (สหรัฐอเมริกา): รายได้ 7.4 พันล้านดอลลาร์
2. Herbalife (สหรัฐอเมริกา): รายได้ 5 พันล้านดอลลาร์
3. eXp Realty (สหรัฐอเมริกา): รายได้ 4.6 พันล้านดอลลาร์
4. Natura &Co (บราซิล): รายได้ 4.2 พันล้านดอลลาร์
5. Vorwerk (เยอรมนี): รายได้ 4.1 พันล้านดอลลาร์
6. PM-International (ลักเซมเบิร์ก): รายได้ 3.22 พันล้านดอลลาร์
7. Primerica (สหรัฐอเมริกา): รายได้ 3.07 พันล้านดอลลาร์
8. Coway (เกาหลีใต้): รายได้ 3 พันล้านดอลลาร์
9. Utility Warehouse (สหราชอาณาจักร): รายได้ 2.59 พันล้านดอลลาร์
10. doTERRA (สหรัฐอเมริกา): รายได้ 2 พันล้านดอลลาร์
11. ATOMY (เกาหลีใต้): รายได้ 1.83 พันล้านดอลลาร์ (หมายเหตุ: ในบางรายงานมีการระบุอันดับ 10 ร่วมเนื่องจากเกณฑ์รายได้ที่ใกล้เคียงกัน)
ขณะที่แบรนด์ “กิฟฟารีน” (Giffarine Skyline Unity) เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่สามารถรักษาตำแหน่งอยู่ในทำเนียบ DSN Global 100 ในการจัดอันดับปี 2025 โดยอยู่ในอันดับที่ 50 ด้วยรายได้ 152 ล้านดอลลาร์
แอมเวย์ เปิดแผนปรับตัวสู่ธุรกิจ Health & Wellbeing
แอมเวย์ (Amway) หากพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี รายได้ของแอมเวย์จะมีการปรับตัวลดลงตามลำดับ โดยในปี 2020 มีรายได้ 8.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุดในปี 2021 ที่ 8.9 พันล้านดอลลาร์ ก่อนจะค่อยๆ ลดลงเหลือ 8.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 และ 7.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 จนมาถึง 7.4 พันล้านดอลลาร์ในปีล่าสุด อย่างไรก็ตาม แอมเวย์ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นอย่างชัดเจน
ทิศทางธุรกิจปี 2026 “แอมเวย์” มุ่งสู่ Healthspan เพื่อให้สอดรับกับกระแสโลก แอมเวย์ได้ประกาศรุกกลยุทธ์ “Health & Wellbeing” โดยมุ่งเน้นไปที่แนวคิด “Healthspan” หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี, ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยกว่า 47% ให้ความสำคัญตามผลสำรวจของ Mintel ภายใต้การนำของ นายทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด แอมเวย์มุ่งหวังจะยกระดับไทยสู่สังคมอายุยืนอย่างมีคุณภาพภายในปี 2570
ขณะที่ประธานธุรกิจแอมเวย์ “นายจอห์น ปาร์กเกอร์” ย้ำว่าประเทศไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญที่แอมเวย์โกลบอลให้ความภาคภูมิใจ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่สังคม Healthspan ในระดับโลก
ส่วนคู่แข่งสำคัญอย่าง Herbalife (5 พันล้านดอลลาร์) ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักและโภชนาการ ในขณะที่ eXp Realty (4.6 พันล้านดอลลาร์) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโมเดลการขายตรงในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมขายตรงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สินค้าอุปโภคบริโภคหรือสุขภาพเท่านั้น
ฟากแบรนด์จากฝั่งเอเชียอย่าง Coway (3 พันล้านดอลลาร์) และ ATOMY (1.83 พันล้านดอลลาร์) จากเกาหลีใต้ ยังคงมีบทบาทที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Coway ที่โดดเด่นในเรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เน้นเรื่องน้ำและอากาศ สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมและความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียที่ทรงอิทธิพลต่อรายได้รวมของบริษัทระดับโลกเหล่านี้
จับตา “กิฟฟารีน” แบรนด์หนึ่งเดียวจากไทย
ท่ามกลางยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียตะวันออก “กิฟฟารีน” (Giffarine Skyline Unity) เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่สามารถรักษาตำแหน่งอยู่ในทำเนียบ หากพิจารณาประวัติการจัดอันดับของกิฟฟารีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นถึงความพยายามในการรักษามาตรฐานรายได้อย่างต่อเนื่อง
รายได้ “กิฟฟารีน”
• ปี 2024 (รายได้ปี 2023): อันดับที่ 53 รายได้ 150 ล้านดอลลาร์
• ปี 2023 (รายได้ปี 2022): อันดับที่ 45 รายได้ 159 ล้านดอลลาร์
• ปี 2022 (รายได้ปี 2021): อันดับที่ 47 รายได้ 184 ล้านดอลลาร์
• ปี 2021 (รายได้ปี 2020): อันดับที่ 46 รายได้ 208 ล้านดอลลาร์
• ปี 2020 (รายได้ปี 2019): อันดับที่ 41 รายได้ 198 ล้านดอลลาร์
การที่บริษัทสัญชาติไทยสามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลางบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ได้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยและแผนการตลาดที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้ดี
แนวโน้มและปัจจัยขับเคลื่อนสู่อนาคต
อุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness Industry) ในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 7-10% ต่อปี ซึ่งถือเป็น “เศรษฐกิจใหม่” ที่บริษัทขายตรงหลายแห่งกำลังมุ่งเน้น การจัดอันดับ DSN Global 100 ในปีต่อๆ ไปน่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเข้ามาของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีและการบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น
เกณฑ์การจัดอันดับของ DSN นั้นมีความเข้มงวด โดยพิจารณาจากรายได้สุทธิจากการดำเนินงานขายตรงก่อนหักค่าคอมมิชชันและไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากผู้บริหารระดับสูงและผู้สอบบัญชี ความโปร่งใสนี้เองที่ทำให้รายชื่อ Global 100 เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
การจัดอันดับรายได้ของ 100 ธุรกิจขายตรงทั่วโลก โดยเว็บ Direct Selling News https://www.directsellingnews.com/global-100-lists/

