

วันนี้ (วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ อัปเดท สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 2569 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย แล้วทั้งสิ้น 5,067,847 คน ลดลง 7.59 % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 250,590 ล้านบาท
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยว พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 5 ล้านคน สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2569 ที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวนั้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul)
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออกเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาแตะระดับ 2 แสนคนในสัปดาห์นี้ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 32 % และนักท่องเที่ยวตลาดฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมีจำนวนรวมกันกว่า 1 แสนคน
ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 9 -15 กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 882,556 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 85,578 คน หรือ 10.74 % คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 126,079 คน
โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นักท่องเที่ยวจีน 200,440 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 31.88 % นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 83,882 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 33.69 % นักท่องเที่ยวรัสเซีย 56,190 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 4.67 % นักท่องเที่ยวอินเดีย 48,078 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 0.66 % และนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 41,948 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 24.07 %
สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่ย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่น เป็นเกาหลีใต้และอาเซียน การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand
การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้น และส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น
นางสาวนัทรียา กล่าวต่อว่า จากสถิติย้อนหลังไปถึงปลายปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวมีอัตราเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นในทุกกลุ่มประเทศ ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวแตะหลักแสนตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยแตะ 130,000 กว่าราย
อีกทั้งจากการประเมินสถานการณ์และจำนวนนักท่องเที่ยว เป็นผลมาจากการ ดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะเฉพาะกลุ่มตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศและแต่ละกลุ่ม รวมทั้งการเข้มงวดในเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้ในระดับที่น่าพอใจ
ที่สำคัญจากที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ช่วงปีที่แล้วมีจำนวนต่ำลง ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้นอนใจ ประเมินสาเหตุและปัจจัยโดยรอบ สรุปเบื้องต้นได้ว่าเป็นเรื่องของ นโยบายของจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเรื่องของความปลอดภัยตามที่มีข่าวปรากฏ ทำให้นักท่องเที่ยวลังเลที่จะเดินทางมาประเทศไทย
แต่หลังจากรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทุกด้าน ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว การตลาด การศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยว และยกระดับมาตรฐานรักษาความปลอดภัย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องจาก 10,000 ราย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันแตะเกือบ 30,000 คนต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่การท่องเที่ยวไทยจะกลับมาเติบโตและเป็นหนึ่งในภูมิภาค
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ปรับกลยุทธ์และปรับฐานนักท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นไปที่เชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อให้การเติบโตด้านการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างยั่งยืนและมีรายได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่โดยเฉพาะในเมืองลองที่มีศักยภาพ การมุ่งเน้น high-value tourism and seamless travel experience จะเป็นกลไกให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตามบริบทการท่องเที่ยวโลกได้อย่างมั่นคงร่วม รวมทั้งการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยว
ในปีนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้วางแผนจัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพื่อไม่ให้ขาดช่วง สำหรับในด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสินค้าและบริการก็ได้ดำเนินการไปควบคู่กันเพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเชื่อว่าในปีใครจะประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างแน่นอน