thansettakij
thansettakij
สภาพคล่องเดือน พ.ค.59 พลิกกลับมาตึงตัวขึ้น...หลังเงินฝากหดตัวลงลึก

สภาพคล่องเดือน พ.ค.59 พลิกกลับมาตึงตัวขึ้น...หลังเงินฝากหดตัวลงลึก

24 มิ.ย. 59 | 05:13 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 59 | 13:42 น.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2559 จากเอกสารรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) พร้อมประเมินแนวโน้มในระยะถัดไปไว้ ดังนี้

สินเชื่อเดือนพฤษภาคม ปรับตัวดีขึ้น...โดยสินเชื่อรายย่อยมีทิศทางที่แผ่วลงตามสินเชื่อที่อยู่อาศัย

เงินให้สินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 9.1 หมื่นล้านบาท เร่งตัวขึ้นสูงสุดในปีนี้ สู่ระดับ 10.49 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 2.94%YoY และ 0.24%YTD โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อประเภทที่มีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) ให้แก่ธุรกิจขนาดใหญ่บางราย ซึ่งทำให้ยังคงต้องติดตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป นอกจากนี้ สินเชื่อรายย่อย มีทิศทางที่แผ่วลงตามสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นพอร์ตใหญ่สุดในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย หลังจากสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ประกอบกับสินเชื่อเช่าซื้อยังคงมียอดรับชำระคืนหนี้ (Repayment) ในสัดส่วนที่สูงกว่ายอดสินเชื่อใหม่ ซึ่งทิศทางดังกล่าวน่าจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงช่วงเดือนท้าย ๆ ของปี เมื่อสินเชื่อโครงการรถคันแรกทยอยครบกำหนด

อย่างไรก็ดี เงินฝากหดตัวลงลึก 1.17 แสนล้านบาท จากเดือนก่อน เนื่องจากธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งปล่อยให้แคมเปญดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษสำหรับลูกค้าธุรกิจและลูกค้าทั่วไปหมดอายุไป จึงทำให้ตัวเลขภาพรวมเงินฝากทั้งระบบให้ลดลงสู่ระดับ 11.23 ล้านล้านบาท มีผลให้อัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนและสิ้นปีก่อน ชะลอลงเป็น 0.86%YoY และ 0.30%YTD ตามลำดับ

เครื่องชี้สภาพคล่อง...พลิกกลับมาตึงตัวอีกครั้ง ตามทิศการเปลี่ยนแปลงของสินเชื่อและเงินฝากที่สวนทางกัน

สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือนพฤษภาคม 2559 ตึงตัวขึ้นตามการไหลออกของเงินฝากพิเศษ สวนทางกับความต้องการสินเชื่อที่ฟื้นตัวขึ้น โดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 21 เดือน ที่ 90.9% เทียบกับระดับ 89.24% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่เครื่องชี้สภาพคล่องอีกตัวหนึ่ง คือ สัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวม ได้สะท้อนภาพเช่นเดียวกัน โดยปรับลดลงมาที่ระดับ 20.54% จากระดับ 21.77% ในเดือนเมษายน

ทิศทางสภาพคล่องในไตรมาสที่ 3 ปี 2559 คาดว่าจะยังประคองตัวไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

แนวโน้มสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ คาดว่าจะยังประคองตัวไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากทิศทางการเติบโตของสินเชื่อคงยังมีโมเมนตัมฟื้นตัวขึ้น ทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากผลของฐานที่ต่ำ และเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 (QoQ) ตามการลงทุนภาคเอกชนที่น่าจะทยอยฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ จากการผลักดันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากภาคธุรกิจขนาดใหญ่มีทางเลือกในการระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้ที่มีต้นทุนต่ำกว่าค่อนข้างมาก ขณะที่สินเชื่อรายย่อยน่าจะมีทิศทางอ่อนตัวลงตามฤดูกาล และการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ จึงทำให้การฟื้นตัวคงยังไม่เกิดขึ้นเต็มที่นัก

ขณะที่ทิศทางของเงินฝาก คาดว่าขยายตัวในระดับต่ำ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายการบริหารจัดการสภาพคล่องของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดสมดุลกับทิศทางความต้องการสินเชื่อ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ยังไม่มีสัญญาณการปรับขึ้น หลังเฟด และ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนมิถุนายน ขณะเดียวกัน เงินออมบางส่วนถูกดึงไปยังช่องทางการออมอื่นที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวดีกว่า อาทิ พันธบัตรรัฐบาล ประกันชีวิต