thansettakij
ลุ้นดีลประวัติศาสตร์ “พิพัฒน์” เผยทูตไทยวอชิงตันฯ หนุนเปิด Disneyland แห่งแรกอาเซียน

ลุ้นดีลประวัติศาสตร์ “พิพัฒน์” เผยทูตไทยวอชิงตันฯ หนุนเปิด Disneyland แห่งแรกอาเซียน

03 ก.พ. 2569 | 04:29 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 04:36 น.

“พิพัฒน์” ชี้สัญญาณการทูตเศรษฐกิจชัด ไทยวางตัวเป็นตัวเลือกหลักตั้ง Disneyland แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดัน EEC สู่ Entertainment Hub ระดับโลก คาดสร้างงานกว่า 1 แสนตำแหน่ง เพิ่มนักท่องเที่ยวปีละ 10 ล้านคน หนุน GDP โต 1% ต่อปี

KEY

POINTS

  • ทูตไทย ณ กรุงวอชิงตันฯ สนับสนุนและผลักดันให้ไทยเป็นตัวเลือกสำคัญในการจัดตั้ง Disneyland แห่งแรกในอาเซียน ซึ่งเป็นการยกระดับแนวคิดสู่การทูตเชิงเศรษฐกิจ
  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้จุดแข็งของไทยด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ EEC และเสนอโมเดลโครงการให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่สวนสนุก
  • โครงการนี้ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงดนตรีและกีฬา (Music & Sport Tourism) เพื่อดึงดูดอีเวนต์ระดับโลก โดยยืนยันว่าจะไม่มีธุรกิจสีเทาหรือกาสิโนเข้ามาเกี่ยวข้อง

วันที่ 3 ก.พ. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลพื้นที่ EEC กล่าวถึงกรณีที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้โพสต์ข้อความสื่อสารว่า ประเทศไทยกำลังวางตัวเองเป็น “ตัวเลือกสำคัญ” สำหรับการตั้ง Disneyland แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่า สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิด “Disneyland Thailand” ไม่ได้อยู่แค่ในวงสนทนาทางการตลาด แต่ถูกหยิบยกขึ้นสู่ระดับกาารทูตเศรษฐกิจ

และมองว่าจุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่ที่ขนาดตลาดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสนามบิน รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ และโครงข่ายถนน ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลได้ทันที

หากโครงการระดับโลกตัดสินใจลงทุน “โมเดลที่เราวางไว้จะมีความแตกต่างจากภาพจำของสวนสนุกทั่วไป คือ การออกแบบให้เป็น Entertainment & Lifestyle Hub ขนาดใหญ่ ที่รวมสวนสนุก คอนเสิร์ตฮอลล์ และสนามกีฬามาตรฐานสากล ความจุกว่า 80,000 ที่นั่ง รองรับอีเวนต์ระดับโลกได้ตลอดปี

เป้าหมายไม่ใช่เพียงดึงคนมาเที่ยวเครื่องเล่น แต่ดึง “อีเวนต์” มาสร้างการเดินทางซ้ำ ทั้งคอนเสิร์ต ศิลปินระดับโลก และการแข่งขันกีฬานานาชาติ

ซึ่งแนวคิดนี้สอดรับกับเทรนด์เมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ ที่ใช้กีฬา ดนตรี ความบันเทิง เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ทำให้รายได้กระจายออกนอกพื้นที่โครงการ ไปยังโรงแรม การคมนาคม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยวต่อเนื่อง มากกว่าการพึ่งรายได้จากสวนสนุกเพียงอย่างเดียว“นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนข้อกังวลเรื่องธุรกิจสีเทานั้น นายพิพัฒน์ ย้ำชัดว่า โครงการนี้ “ไม่มีเทา ไม่มีกาสิโน” เพราะถูกวางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและอีเวนต์อย่างแท้จริง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ไทยในฐานะศูนย์กลาง Music & Sport Tourism ของภูมิภาค

ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง โครงการคาดว่าจะสร้างการจ้างงานกว่า 100,000 ตำแหน่ง เพิ่มนักท่องเที่ยวปีละราว 10 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 150,000 ล้านบาท และอาจช่วยหนุน GDP ไทยเติบโตได้ราว 1% ต่อปี

นายพิพัฒน์ ประเมินว่า การที่สถานทูตไทยในสหรัฐฯ ออกมาสื่อสารแนวคิดนี้ ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเชิงนโยบายระหว่างประเทศว่าไทยกำลัง “เปิดดีล” ระดับโลกอย่างจริงจัง

ลุ้นดีลประวัติศาสตร์ “พิพัฒน์” เผยทูตไทยวอชิงตันฯ หนุนเปิด Disneyland แห่งแรกอาเซียน

และหากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง EEC อาจไม่ได้เป็นเพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นแลนด์มาร์กความบันเทิงระดับโลกของเอเชียในอนาคต