KEY
POINTS
นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย ได้เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" มีความกังวลอย่างยิ่งต่อความคืบหน้าของกฎหมายปลดล็อกการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความล่าช้าในช่วงเวลาสำคัญนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วง "ไฮซีซั่น" ที่กำลังจะมาถึง
ผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลเล็กน้อยเนื่องจากต้องรอการพิจารณากฎหมายอีก 15 วัน ซึ่งจะตรงกับช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะถือเป็น "High Season" ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทยเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ประเทศไทยถูกค้นหาเพื่อจองสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ (New Year's Eve) เป็น อันดับ 2 ของโลก อย่างไรก็ตาม นายสรเทพได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย
"ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเฉพาะธุรกิจร้านอาหารเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบใหญ่ต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโดยรวม"
ส่วนภาคการท่องเที่ยวถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขการท่องเที่ยวของไทยในปีนี้กลับยังไม่ดีนักและเป็นที่น่ากังวล เนื่องจากแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ที่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทั้งหมด ยกเว้นประเทศไทย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องเร่งแก้ไข
นายสรเทพ ได้ขอให้กลุ่ม NGO ที่คัดค้านกฎหมายพิจารณาภาพรวมทางเศรษฐกิจประกอบด้วย โดยได้ชี้แจงประเด็นที่ถูกคัดค้านเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
1. การขยายเวลานั่งหลังเที่ยงคืน กระทรวงการท่องเที่ยว (สท.) ไม่ได้ปรับให้ขยายเวลา ขาย หลังเที่ยงคืน แต่เป็นการปรับขยายเวลาให้ นั่งได้ถึงตี 1 แทน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้ามีเวลา "หายมึนเมา" (ให้หายดือให้หายเมา) ก่อนเดินทางกลับ ซึ่งถือเป็นผลดีในด้านความปลอดภัย
2.การปลดล็อกช่วง 14:00 น. - 17:00 น. (ช่วงบ่าย) จากตัวเลขสถิติของ สท. ชี้ชัดว่า ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ ตี 2 ถึง ตี 4 ในขณะที่ช่วง 14:00 น. ถึง 17:00 น. เป็นช่วงที่มีตัวเลขอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องน้อยที่สุด ดังนั้น การอนุญาตขายในช่วงดังกล่าวจึงไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูง
3.ความต้องการของนักท่องเที่ยว อากาศในประเทศไทยร้อนจัด (30-40 องศาเซลเซียส) นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะดื่มเบียร์แทนน้ำ และพวกเขาไม่ได้ดื่มเพื่อเมา แต่ดื่มเพียง 1-2 ขวดเพื่อพักผ่อน หากช่วงบ่าย 14:00 น. เป็นต้นไป พวกเขาไม่สามารถเข้าไปนั่งดื่มพักผ่อนได้ ก็จะเกิดปัญหาในการค้าขายและส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยรวม
การปลดล็อกช่วงเวลา "ฟันหลอ" 3 ชั่วโมงนี้ จะมีส่วนช่วยในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมใน ระยะยาว (long term) เนื่องจากลูกค้าที่มานั่งดื่มเบียร์ในช่วงบ่ายจะสามารถสั่งอาหารหรือกับแกล้มเพิ่มได้ ทำให้ร้านมีรายได้เสริม ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาทางสังคมได้ เพราะหากร้านค้าขายไม่ได้ในช่วงนี้ อาจต้อง ลดจำนวนคนงานลง ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะเมื่อปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารหลายแห่งปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก
จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายเพื่อคลายความกังวลของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่