KEY
POINTS
นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร กล่าวว่าสิ้นสุดกันทีรอมา 5 ปีกับการผลักดันปลดล็อกคำสั่งคณะปฏิวัตห้ามขายแอลกอฮอล์ 14.00-17.00
ขอขอบคุณคณะรัฐบาลชุดนี้ และนายกอนุทิน รวมถึง คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เข้าใจสถานการณ์และบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน ขอชื่นชมในด้านวิสัยทัศน์และการเข้าใจบริบทของกฎหมายที่ล้าหลังโดยเฉพาะเป็นคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 53 ปี
ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ได้เรียกร้องไปก่อนหน้านั้นหลายครั้งว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก รวมถึงเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว โดยเฉพาะปัจจุบันซึ่งการแข่งขันการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศสูงมากและยิ่งปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวกำลังเลือกที่จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยด้วย
ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารเข้าใจว่ามีหน่วยงานมีความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อเยาวชน ซึ่งทางชมรมได้อธิบายว่าขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเยาวชนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกฏหมายฉบับนี้ได้เพิ่มบทลงโทษสำหรับร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาด้วย
เรามีกฎหมายในการดูแลหลายฉบับทับซ้อน ตัวอย่าง ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ กฎหมายเมาแล้วขับก็ครอบคลุมในส่วนตรงนี้อยู่แล้ว
ที่สำคัญ ตนได้เน้นย้ำตลอดว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการปลูกจิตสำนึกและให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งมันดีกว่าการเอากฎหมายมาครอบ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถค้าขายได้ตามสภาพประเทศแห่งการท่องเที่ยว หรือตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
ตัวอย่าง ตนเองเกิดมาในยุค Gen X จะคุ้นเคยกับประโยคที่ว่า “ตาวิเศษเห็นนะ” ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ในการรณรงค์ต่อเนื่องกันมา 30 ปี ในเรื่องไม่ให้คนไทยทิ้งขยะบนท้องถนน เป็นการปลูกจิตสำนึก ซึ่งฝังไปในจิตสำนึก จนมาถึงรุ่นปัจจุบันจนทำให้บ้านเมืองสะอาดจนถึงทุกวันนี้ เช่นเดียวกันกับที่ตนเคยพูดว่า ต้องขอบคุณ สสส. ที่ทำแคมเปญใหญ่เมาไม่ขับมาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี ทำให้ประชาชนมีจิตสำนึก เมาไม่ขับมากขึ้น
ที่สำคัญ หากปลดล็อกคำสั่งคณะปฏิวัติฉบับนี้ไปได้ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับกลุ่มภาคธุรกิจร้านอาหารให้สามารถเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง GDP ให้กับประเทศไทยสามารถเติบโตได้ในปีนี้และปีหน้า รวมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย เพราะทุกวันนี้ต่างชาติเมื่อเข้าไปร้านอาหารวัตถุประสงค์หลักไม่ใช่เข้าไปดื่มแอลกอฮอล์แต่อยากเข้าไปทานอาหาร นักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็ต้องการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาทานควบคู่ไปกับการทานอาหารด้วย
พอมีกฎหมายฉบับนี้ที่ห้ามขาย นักท่องเที่ยวตัดสินใจไม่เข้าร้านในช่วง 14.00–17.00 น. ไปเข้าอีกทีคือช่วงเย็น ซึ่งทำให้ 14.00-17.00 น. เป็นช่วงที่ร้านอาหารค่อนข้างจะเงียบเหงาและไม่สามารถทำรายได้ได้ และยังสร้างความมึนงง และไม่เป็นมาตรฐานสากลให้กับนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก
แต่ระหว่างที่รอคำสั่งนายกประกาศ 15 วันนี้จะเกิดสูญญากาศกระทบกับนักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศบ้าง แต่อาจจะกระทบใหญ่กับการตัดสินเลือกมาเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่กำลังอยู่ระหว่างเลือกที่จะมาพอสมควร
นายสรเทพ จึงขอขอบคุณที่เข้าใจในเรื่องของข้อเรียกร้องที่ชมรมได้เรียกร้องมาโดยตลอด และเข้าใจในเรื่องของบริบทและกฎหมายที่ล้าหลังกับบริบทของประเทศในปัจจุบัน ขอขอบคุณคณะรัฐบาลอนุทินมาอีกครั้งที่รีบเข้ามาแก้ไขปัญหาช่องว่างของกฏหมายแอลกอฮอล์ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมาอีกครั้ง