
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 หลังผลสำรวจจำนวนมากสนับสนุนให้อังกฤษอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2559
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลว่าอังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป หลังผลสำรวจจาก 3 สำนัก ได้แก่ ยูกอฟ (YouGov) หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ เดอะ เมล์ และ Betfai แสดงให้เห็นว่าผู้ที่สนับสนุนให้อังกฤษอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป มีจำนวนมากกว่าผู้ที่สนับสนุนการแยกตัว
+ นักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง หากมีความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะยังคงอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป อย่างไรก็ดี คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับ 50-51 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลได้ไม่นานนัก เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยหนุนจากปัญหาการผลิตน้ำมันดิบใหม่ๆเกิดขึ้น
+ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุน หลัง Genscape รายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอคลาโฮม่า ปรับเพิ่มขึ้น 568,213 บาร์เรลในระหว่างสัปดาห์จนถึงวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา
+ รอยเตอร์โพล คาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุดวันที่ 17 มิ.ย. ปรับลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล หลังจากที่ปรับลดลง 0.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการปรับลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 ประกอบกับคาดว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าปริมาณน้ำมันนดีเซลคงคลังปรับเพื่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรล
+ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันเบนซินที่สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 5 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประกอบกับมีนักเก็งกำไรได้เข้ามาซื้อในตลาดน้ำมันเบนซินก่อนจะถึงวันชาติสหรัฐฯ (The 4th of July) ที่อยู่ในฤดูกาลท่องเที่ยวของสหรัฐฯ
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันเบนซินปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันเบนซินยังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียในช่วงเทศกาลถือศีลอด
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำมันดีเซลยังคงถูกกดดัน เนื่องจากอุปทานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นในภูมิภาคกลับมาดำเนินการผลิตหลังปิดซ่อมบำรุง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่นาจับตามอง
จับตาการลงประชามติของอังกฤษที่จะแยกตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 23 มิ.ย นี้ ซึ่งสร้างความกังวลต่อตลาด เนื่องจากหากอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจยุโรปและอังกฤษชะลอตัวลง และอาจจะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน
สถานการณ์ความไม่สงบไนจีเรียยังคงยืดเยื้อ หลังกลุ่มติดอาวุธ ไนเจอร์ เดลต้า อเวนเจอร์ ยังเดินหน้าก่อเหตุโจมตีท่อขนส่งน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของไนจีเรีย (NNPC) และของบริษัท Eni บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของอิตาลี ส่งผลให้ปริมาณกำลังการผลิตยังคงปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปีที่ราว 1.5 – 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 10 มิ.ย. ปรับลดลง 0.9 ล้านบาร์เรล เป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกัน สู่ระดับ 531.5 ล้านบาร์เรล
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2559
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลว่าอังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป หลังผลสำรวจจาก 3 สำนัก ได้แก่ ยูกอฟ (YouGov) หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ เดอะ เมล์ และ Betfai แสดงให้เห็นว่าผู้ที่สนับสนุนให้อังกฤษอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป มีจำนวนมากกว่าผู้ที่สนับสนุนการแยกตัว
+ นักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง หากมีความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะยังคงอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป อย่างไรก็ดี คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับ 50-51 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลได้ไม่นานนัก เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยหนุนจากปัญหาการผลิตน้ำมันดิบใหม่ๆเกิดขึ้น
+ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุน หลัง Genscape รายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอคลาโฮม่า ปรับเพิ่มขึ้น 568,213 บาร์เรลในระหว่างสัปดาห์จนถึงวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา
+ รอยเตอร์โพล คาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุดวันที่ 17 มิ.ย. ปรับลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล หลังจากที่ปรับลดลง 0.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการปรับลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 ประกอบกับคาดว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าปริมาณน้ำมันนดีเซลคงคลังปรับเพื่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรล
+ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันเบนซินที่สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 5 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประกอบกับมีนักเก็งกำไรได้เข้ามาซื้อในตลาดน้ำมันเบนซินก่อนจะถึงวันชาติสหรัฐฯ (The 4th of July) ที่อยู่ในฤดูกาลท่องเที่ยวของสหรัฐฯ
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันเบนซินปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันเบนซินยังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียในช่วงเทศกาลถือศีลอด
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำมันดีเซลยังคงถูกกดดัน เนื่องจากอุปทานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นในภูมิภาคกลับมาดำเนินการผลิตหลังปิดซ่อมบำรุง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่นาจับตามอง
จับตาการลงประชามติของอังกฤษที่จะแยกตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 23 มิ.ย นี้ ซึ่งสร้างความกังวลต่อตลาด เนื่องจากหากอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจยุโรปและอังกฤษชะลอตัวลง และอาจจะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน
สถานการณ์ความไม่สงบไนจีเรียยังคงยืดเยื้อ หลังกลุ่มติดอาวุธ ไนเจอร์ เดลต้า อเวนเจอร์ ยังเดินหน้าก่อเหตุโจมตีท่อขนส่งน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของไนจีเรีย (NNPC) และของบริษัท Eni บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของอิตาลี ส่งผลให้ปริมาณกำลังการผลิตยังคงปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปีที่ราว 1.5 – 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 10 มิ.ย. ปรับลดลง 0.9 ล้านบาร์เรล เป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกัน สู่ระดับ 531.5 ล้านบาร์เรล






