
เปิดโรดแมพ"บอสชาตรี" 3 ปีตั้งใจดันไทยเป็นฮับมวย “ONE”
Forbs จัดอันดับให้ ONE Championship เป็นองค์กรกีฬาศิลปะการต่อสู้ทั้ง MMA มวยไทย มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 4 มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ฐานเศรษฐกิจสัมภาษณ์พิเศษ “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” หรือที่วงการรู้จักกันในนาม “บอสชาตรี”
KEY
POINTS
- บอสชาตรีตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของมวย ONE ภายในระยะเวลา 3 ปี
- มีแผนจะเพิ่มจำนวนการแข่งขันจาก 60 รายการต่อปี เป็น 150 รายการต่อปี เพื่อรองรับการเติบโต
- ได้ย้ายโปรดักชั่นฮับกลับมาที่ประเทศไทยแล้ว เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มที่พร้อมสมบูรณ์สำหรับแผนการขยายตัว
- เรียกร้องให้รัฐบาลไทยสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์อย่างมวยไทยอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นมรดกที่สำคัญของชาติ
“ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ONE Championship หรือที่วงการรู้จักกันในนาม “บอสชาตรี” พูดคัยกับฐานเศรษฐกิจด้วยน้ำเสียงเปี่ยมพลังว่า “ความรู้สึกของผม ONE Championship ยังเป็นวันแรก” องค์กรกีฬาระดับโลกอย่างฟุตบอล พรีเมียร์ลีค บาสเก็ตบอล NBA หรือ กีฬาที่ได้รับความนิยมทั่วโลก มีมาเป็นร้อยๆปี ส่วน ONE แค่ 14 ปีเท่านั้น การเดินในเส้นทางนี้จะยังคงอีกยาวไกล
“ฟอร์บส์จัดอันดับ ONE ชนกับพรีเมียร์ลีก ชนกับ NBA เป็นท็อปเทนอินโนเวฟ กีฬาอื่นเขามีประวัติศาสตร์มานาน หากมองความจริง เราอาจจะประสบความสำเร็จมีแฟนคลับมีความนิยมทั่วโลก แต่สําหรับทีมงานผม ONE ยังแค่เริ่มต้นยังเด็กๆเลยครับ”
และเมื่อถามว่าต้องการให้ ONE ไปถึงจุดไหน นายชาตรีตอบด้วยความน้ำเสียงหนักแน่น “ในอนาคตผมอยากแซงทุกคนพูดตรงๆไม่อวดดีนะ แค่เป็นความตั้งใจ เพราะการมาถึงจุดนี้ได้ก็ตกใจนะ เพราะผมไม่ได้คิดว่าเราจะไปเร็วขนาดนี้ ตอนนั้นตั้งไว้ว่าสัก 10 ปีอาจจะเป็นอันดับหนึ่งเอเชีย แต่ไม่ได้คิดว่าเรามีโอกาสทั่วโลกแบบนี้”
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ ONE มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเรื่องของจังหวะเวลาด้วย เพราะเกิดในช่วงที่มีเทคโนโลยี และโซเซียลมีเดีย ประกอบกับกีฬาต่อสู้เหมาะกับการดูในสมาร์ทโฟนมากๆ เพอร์เฟค ไทม์มิ่งเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว เพราะว่าในมือถือดูบอล ดูเทนนิสได้ แต่ลูกบอลมันเล็กเกินไป มันดูยาก แต่ศิลปะการต่อสู้ มันดูได้ชัด และเป็น viral ได้ง่ายๆ
เมื่อถามว่าอะไรที่คิดว่าจะทำให้ ONE ไปอยู่จุดสูงสุดที่ตั้งเป้าหมายไว้ นายชาตรีได้ย้อนกลับไปถึงการทำแผนธุรกิจที่บอกถึงความตั้งใจสูงสุดของการเริ่มต้นว่า
ผมเขียนแผนธุรกิจไว้ ซึ่งส่วนที่ลึกที่สุด หรืออาจจะเรียกว่าเป็น vision ธุรกิจเลยคือ “Unleash real life superheroes who ignite the world with hope strange and bring inspiration”
การสร้างฮีโร่ระดับโลก และทำให้เรื่องราวของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับแฟนๆทั่วโลก อันนี้เป็นสิ่งสําคัญมากที่สุด” สิ่งที่ทำให้มีแฟนๆที่ติดตาม ONE มากมายทั่วโลกและเติบโตอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีมากกว่า 50 ล้านคนเป็นพราะการเล่าเรื่อง หรือ Story Telling ที่จับใจคนดูทำให้ได้รับความนิยมและมี engagement ในโซเซียลมีเดียและเป็นไวรัลมากๆ
ส่วนการคัดเลือกนักกีฬา ปัจจุบัน ONE มีที่ทำการทั่วโลก 10 ประเทศ อเมริกา ญี่ปุ่น จีน หรือไทย มีทีมคัดเลือกที่ไปคอยเฟ้นหานักกีฬาที่มีแววมีความสามารถ (ทีม scount) ทั่วโลก จากนักมวยหมื่นในทุกศิลปะการต่อสู้ มวยไทย MMA คิกบ๊อกซิ่ง แกร็บลิ่ง จะเลือกและให้เซ็นสัญญา 50 คนเท่านั้น เท่ากับว่า ONE ได้นักกีฬา the best of the best “และเราต้องดูแนวโน้มของนักกีฬาคนนั้นด้วยว่า มีโอกาสในการเป็นโกลบอล ซุปเปอร์สตาร์ได้หรือไม่ บางคนเรื่องราวของเขามัน โอ้โหแบบสุดยอดจริงๆ มาจากชีวิตที่ยากจนมาก หรือมีสไตล์ที่เท่ มีเสน่ห์” เช่น ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต
นายชาตรีเล่าว่า ตัวเองอยู่ในวงการมวยไทยมา 40 ปี เป็นมาแล้วทั้ง ลูกศิษย์ นักมวย ครูมวย แล้วตอนนี้เป็นซีอีโอ
ผมดูแล้วใน 50 ปี 70ปี เราจะมีนักมวยแบบนี้สักคนหนึ่ง เขาเป็นคนนักมวยที่ยอดเยี่ยม สายตาดี ไม่เสียหลัก ความเร็วคมมาก นอกจากนั้นเขาเป็นคนรูปหล่อมาก ไม่ใช่รูปหล่ออย่างเดียว สไตล์ของเขามันเท่ มันเท่เหมือนแบบฮอลลีวู้ด
นอกจากนี้ตะวันฉายยังเป็นคนฉลาด นิสัยดี มีมารยาท มีวินัย ซ้อมหนักมาก ซึ่งนักมวยบางคนเมื่อมีชื่อเสียงดังแล้ว แม้จะเก่ง แต่ไม่มีวินัย
ขณะเดียวกัน ONE ยังมีนักกีฬาหญิงที่มีแฟนคลับทั่วโลกอย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย คิกบ็อกซิ่ง และ MMA รุ่นอะตอมเวต แม้ในช่วงนี้ที่ผ่านมาจะไม่ได้ขึ้นเวทีหลายปี เพราะต้องผ่าตัดรักษาเข่า แต่จะกลับมาขึ้นชกในเร็วๆนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างของนักกีฬาที่นายชาตรีบอกว่ามีเรื่องราวและเป็นแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี เพราะแสตมป์เป็นเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนมีชีวิตลําบากมากและกลายเป็นโกลบอลซุปเปอร์สตาร์
นักมวยบางคนเจ็บก็เลิกเล่น แต่แสตมป์เขามีใจสู้ เขาอยากกลับมา ถ้าเกิดเขากลับมาได้ และได้เป็นแชมป์โลกอีกครั้ง เรื่องราวนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน”
นอกจากนักกีฬาหญิงแล้ว ONE ยังส่งเสริมความเท่าเทียมมีกรรมการหญิงในการแข่งขันด้วย นายชาตรีเล่าว่า ONE เป็นรายการระดับโลก รายการแรกที่โอกาสผู้หญิงมีความเท่าเทียมกับผู้ชาย ทั้งเงินรางวัลและการทำการตลาดเและยังเป็นรายการแรกในประเทศไทยที่ให้ผู้หญิงขึ้นเวทีมวยลุมพินี
การสร้างฮีโร่ ไม่เฉพาะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น ฮีโร่เป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ในกรณีของสแตมป์เรื่องราวของเขาจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กหญิงและผู้หญิงทั่วโลกให้มีแรงบันดาลใจ ไปถึงความฝันของตัวเอง
จากบทวิเคราะห์ของเนลสันที่พบว่า ONE Championship สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศไทยและกระตุ้นการท่องเที่ยวได้มากถึง 1.6 หมื่นล้านบาทต่อปี นายชาตรีเล่าว่าดีใจมาก เพราะสิ่งที่ทำช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย แต่สิ่งที่เขาคิดมาตลอดคือการช่วยเหลือคน ย้อนกลับไป เมื่อนึกถึงนักมวย ทุกคนจะคิดถึงแต่คนจนที่ต้องมาต่อยมวยหาเลี้ยงชีพ สิ่งที่น่าเศร้ามากที่สุดคือ “สังคมทิ้งฮีโร่เหล่านี้” ตอนต่อยมวยได้แชมป์มีเงินต้องแบ่งให้ค่ายครึ่งหนึ่ง พอเลิกต่อยมวยต้องไปทำอาชีพอื่นแทน ทําไมสังคมจะทิ้งเขา เป็นสิ่งที่นายชาตรีอยากเปลี่ยน
ผมผ่านมาหมดแล้ว ผมโชคดีเกิดมารวย แต่กลายเป็นคนจน คุณพ่อล้มละลายแล้วทิ้งครอบครัว ตอนอยู่อเมริกา ผมกินวันละมื้อ ผมเข้าใจทั้งสองฝั่ง ตอนผมอายุ19 ปี ผมเขียนในกระดาษ ถ้ามีโอกาสในอนาคตผมอยากก่อสร้างค่ายมวยที่ให้โอกาสนักมวยเก่าหนีความจน
ปัจจุบันมีค่ายชื่อ Evolve ในสิงคโปร์เปิดเมื่อ 2009 เปิดโอกาสให้นักมวยคนไทยหลายคนมีโอกาสได้ประกอบอาชีพครูมวย มีรายได้สูงสุด 5 แสนบาท/เดือน โดยมีแผนที่จะเปิด Evolve ในกรุงเทพฯ เดือนพฤศจิกายนปีนี้ที่ EmSphere Tower
ขณะที่การชกในไฟต์ต่างๆ บนเวทีที่ผู้ชมมักตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อมีการแจกโบนัสให้กับนักมวยหรือแม้กระทั่งพิธีกร นายชาตรีเล่าว่า ต้องการให้เป็นภาพจดจำในกีฬามวยว่า ถ้าคุณพยายามมากพอแล้ว ได้ผลงานที่ดีอับดับหนึ่งคุณจะได้สิ่งตอบแทน เน้นย้ำว่าเรื่องนี้คือ WIN - WIN ไม่ใช่แถมฟรี เพราะนักมวยต้องตั้งใจด้วย ต้องเต็มที่ถึงจะได้โบนัส
อันที่หนึ่งต้องโชว์แม่ไม้มวยไทย แบบสุดยอด มีใจปิดเกม คือแบบไม่ใช่เต้น ไม่ใช่เล่นๆ จะได้โบนัสเขาต้องช่วยตัวเองด้วย เขาต้องมีฝันใหญ่ ต้องมีวินัย ต้องทํางานหนัก มีความอดทน
จากตัวเลขงบประมาณปี 2567 ONE แจกโบนัสให้กับนักกีฬาทั้งอีเวนท์ใหญ่และที่ลุมพินีรวมไม่ต่ำกว่า 50 อีเวนท์ เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 145 ล้านบาท เริ่มต้นที่ 3.5 แสนบาท ดับเบิ้ลโบนัสจะอยู่ที่ 7 แสนบาท ส่วนโบนัสพิเศษและเงินโบนัสในไฟต์ใหญ่เริ่มต้นที่ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.7 ล้านบาท
เมื่อมองย้อนกลับไปใน 3 ปีแรกที่ทำธุรกิจนี้ นายชาตรีกล่าวว่า ทุกช่องไม่เอา นักมวยไม่อยากเซ็นสัญญา มีไม่ใครอยากสปอนเซอร์ อยากเลิกเพราะขาดทุนอย่างเดียว บอกแม่ว่าจะเลิก แต่ได้รับการ ตอบกลับสั้นๆว่า “อ๋อเหรอ โอเค เลิกเหอะ” ตอนนั้นตกใจเพราะแม่พูดง่ายมาก แม้แม่จะรู้ว่าผมรักศิลปะการต่อสู้มากที่สุดในชีวิต สุดท้ายมานั่งทบทวนว่า เริ่มธุรกิจนี้ทำไม
เพราะรักมวยไทยรักศิลปะการต่อสู้ และยังมีโอกาสใหญ่มาก เพราะตอนนั้นที่เอเชียไม่มีบริษัทกีฬาระดับโลก สุดท้ายคือการช่วยคน ผมตัดสินใจ ผมเลิกไม่ได้
แล้วเริ่มกลยุทธ์ใหม่ เอาข้อมูลมาดู facebook เป็นไวรัลทั่วโลก “โอเค ทุกอย่างที่เราจะทํา facebook อย่างเดียว” แล้วเอา data นี้โชว์บริษัทบริษัทและช่องต่างๆ การถ่ายทอดสดก็เริ่มมีเข้ามาแต่ได้เวลาตี 2 บางทีก็เลื่อนไม่ตรงเวลา จนมีบริษัทที่สหรัฐฯให้โอกาสในช่วงไพร์มไทม์
นายชาตรีเชื่อมั่นว่ายังมีพื้นที่อีกมากที่ ONE จะโตได้ อาจจะดูเป็นนักธุรกิจ แต่สิ่งที่มีความสุข ลึกๆในหัวใจ คือได้ทำในสิ่งที่รักมากที่สุดและได้ช่วยคน
ผมยังมีแรงเยอะครับ ยังมีไฟในหัวใจ
แผนหลังจากนี้ ONE จะขยายจำนวนไฟต์ชกให้มากขึ้นจาก 60 รายการต่อปี เป็น 150 รายการใน 3 ปี และวางแผนว่าจะกลับมาตั้งฐานที่ประเทศไทย เบื้องต้น ONE ได้ย้ายโปรดักชั่นฮับกลับมาที่ประเทศไทยแล้วในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ตอบสนองแผนระยะ 3 ปีของ ONE เพราะหากต้องการเพิ่มรายการมากกว่าเท่าตัว อีโคซิสเต็มต้องพร้อม ทั้งค่ายมวย นักกีฬาและส่วนสนับสนุนอื่นๆ
ที่สำคัญ ผมอยากลงทุนในประเทศไทย และผมอยากกลับมาอยู่ประเทศไทย
นายชาตรียังทิ้งทายฝากให้รัฐบาลสนับสนุน ซอฟพาวเวอร์ไทยอย่างจริงจังเพราะย้อนกลับเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่มีข่าวว่าสนับสนุนการแข่งขันรถสูตร 1 หรือฟอร์มูลล่าวัน รู้สึกตกใจและเศร้าใจ พร้อมๆกับมีคำถามว่าทำไมรัฐบาลไม่สนับสนุนมวยไทย ซึ่งมวยไทยเป็นมรดกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์และมีความสำคัญมาก ปัจจุบันมีหลายประเทศสนับสนุนเช่น การ์ตา สิงคโปร์ จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสนใจและส่งเสริมให้มากขึ้น



