thansettakij
thansettakij
ผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้บุกปศุสัตว์ หวั่นผู้นำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์นำเข้าเกิน 6 แสนตัว

ผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้บุกปศุสัตว์ หวั่นผู้นำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์นำเข้าเกิน 6 แสนตัว

20 มิ.ย. 59 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 59 | 15:27 น.
สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ ไม่วางใจผู้นำเข้าพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ 16ราย รวมพลสมาชิกบุกกรมปศุสัตว์กดดันคัดค้านแผน/ขอร่วมเป็นคณะทำงานตรวจสอบ หวั่นนำเข้าเกิน 6 แสนตัว หลังเอ้กบอร์ด ยังสรุปตัวเลขไม่ลงตัว ด้านผู้เลี้ยงเผยราคาไข่ไก่พุ่งมี 3 ปัจจัยบวก ระบุปีที่แล้ว-เลิกกิจการอื้อ-ภัยแล้ง-เนื้อไก่ราคาดี จูงใจเกษตรกรปลดไก่เพียบ

[caption id="attachment_63666" align="aligncenter" width="700"] แผนปริมาณการผลิตและนำเข้า พ่อ-แม่พันธ์ไก่ไข่ 3 ปีย้อนหลัง แผนปริมาณการผลิตและนำเข้า พ่อ-แม่พันธ์ไก่ไข่ 3 ปีย้อนหลัง[/caption]

นายยศพงศ์ ถิระวุฒิ เลขานุการสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุด (วันที่ 14 มิ.ย.59 ) นำโดย นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ ร่วมกับกลุ่มสมาชิกกว่า 30 คน เดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อคัดค้านการนำเข้าไก่ไข่พ่อ-แม่พันธุ์ ไม่ให้เกิน 6 แสนตัว เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ในประเทศ

โดยที่นายยศพงศ์ ตั้งข้อสังเกตุว่า เมื่อพิจารณาจากตัวเลขที่ผู้ประกอบการทั้ง 16 รายที่กรมปศุสัตว์จะอนุญาตให้มีการนำเข้าในปี 2559 จะมีปริมาณมากเกินความต้องการ อีกทั้งมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้ผลผลิตไข่ไก่ล้นตลาด และเมื่อถึงเวลานั้นจริง กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่กำกับโดยตรงจะสามารถรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ นอกจากนี้ควรให้ภาคเกษตรกรเข้าไปเป็นคณะทำงานตรวจฟาร์ม ไก่ไข่พันธุ์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์(เอ้กบอร์ด) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ได้มีวาระพิจารณาการบริหารจัดการพันธุ์สัตว์ ปี 2559 ซึ่งผู้ประกอบการได้มีการปรับแผนการนำเข้า เป็น 6.82 แสนตัว จากเดิมที่มีแผนนำเข้ามาเลี้ยง 8.14 แสนตัว (วันที่ 3 มี.ค.59) โดยมีผู้ประกอบการนำเข้า 16 ราย ซึ่งยังขัดกับที่ประชุมได้พิจารณาความเหมาะสมควรอยู่ที่ 6 แสนตัว/ปี เพื่อให้เกษตรกรไก่ไข่อยู่ได้ และผู้บริโภคซื้อไก่ไข่ด้วยราคาที่เหมาะสม

ด้านแหล่งข่าวจากเอ้กบอร์ด กล่าวถึงแผนการการนำเข้าในปี 2559 โดยขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการ ลดนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไข่ไก่เหลือ 6 แสนตัว/ปีนั้น โดยผู้ประกอบการที่นำเข้าลำดับสูงสุด3อันดับแรก ได้แก่ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำนวน 1.81แสนตัว 2. บจก.อรรณพฟาร์มบ้านนา จำนวน 7 หมื่นตัว และ 3.บมจ.เบทเทอร์ จำนวน 6-7 หมื่นตัว

"ล่าสุดมีรายงานว่ายังสรุปตัวเลขไม่ลงตัว เพราะแต่ละรายก็อ้างถึงความจำเป็นในด้านการนำเข้า ขณะที่เกษตรกรก็เกรงว่านำเข้ามามากจะทำให้ราคาไข่ไก่ในประเทศตกต่ำ"

ขณะที่นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อรรณพฟาร์ม บ้านนา จำกัด (บจก.) ผู้นำเข้า 1 ใน 16 ราย เผยว่า ทางบริษัทมีตลาดต่างประเทศส่งจำหน่ายไข่ไก่ฮ่องกง และเร็วๆนี้จะไปสิงค์โปร์ ทีมงานติดต่อมาแล้วว่าจะมาดูงานที่ฟาร์มเดือนกรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ยังมีลูกไก่ไข่ เพื่อนำไปเลี้ยงต่อ ที่ประเทศต่างๆ อาทิ ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และล่าสุดประเทศภูฏาน ติดต่อมาขอซื้อเดือนละ 2 หมื่นตัว ซึ่งการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์นี้ไม่อยากให้กังวล เพราะไทยเป็นประเทศมีนักท่องเที่ยวแต่ละปีมีไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคนและในแต่ละปีประกาศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งเป็นครัวของโลก หากไปจำกัดปริมาณนำเข้ามองว่าสวนทางกับนโยบายรัฐบาล

ด้านนายชัยพร สีถัน ประธานผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคกลาง กล่าวถึงสถานการณ์ราคาไข่ไก่ (วันที่ 16 มิ.ย.59) เบอร์ 0 และ เบอร์ 1 ราคาไข่ไก่ อยู่ที่ 3.20-3.30 บาท/ฟอง ปัจจุบันมีผลผลิตไม่เกิน 20% นอกนั้นจะมีไข่ไก่ เบอร์ 3-6 ราคาจะอยู่ประมาณ 2 บาท/ฟอง สาเหตุมาจากภัยแล้ง ร้อน ผลผลิตออกมาน้อย ทีสำคัญผลพวงจากภัยแล้งทำให้เกษตรกรมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องซื้อน้ำมาใช้ในฟาร์ม ส่วนสาเหตุที่ราคาไข่ไก่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากภัยแล้งแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งมาจากเกษตรกรต้องเลิกกิจการไปเป็นจำนวนมากเนื่องจากรายใหญ่ดัมพ์ราคาขายต่ำกวาต้นทุน เนื้อไก่ราคาดี ทำให้เกษตรกรจูงใจปลดไก่เร็วขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,167 วันที่ 19 - 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business