
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้(16 มิ.ย.59)... By KTBST
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) มองทิศทางตลาดหุ้นไทยในวันที่ 16 มิ.ย. 2559 ว่า จากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมเมื่อวาน(15มิ.ย.) นี้ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0.25-0.50% และปรับลดประมาณการ GDP ของสหรัฐฯปีนี้ลงจาก 2.2% เป็น 2.0% และปีหน้าปรับจาก 2.1% เป็น 2.0% และยังประมาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยไว้ที่ 1-2 ครั้งในปีนี้ซึ่งการปรับลดการประมาณการ GDP ของสหรัฐฯลงจะทำให้นักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะโตน้อยกว่าที่เคยคาด ขณะที่โพลของการลงประชามติของคนอังกฤษที่จะอยู่ในอียูต่อไปหรือไม่ ยังคงกดดันตลาดหุ้นอยู่ต่อไป (Bloomberg รวบรวมผลสำรวจจากแหล่งต่างๆ ณ 14 มิ.ย. ผู้ต้องการออกอยู่ที่ 46.0% ; ต้องการอยู่ต่อ 41.8%)
ดังนั้นจึงประเมินตลาดหุ้นในวันนี้ว่าตลาดจะมีความผันผวน ดัชนีฯอาจแกว่งตัวได้ทั้งแดนบวกและลบ เนื่องจากตลาดยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและมีการโยกเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำในระดับที่มากขึ้นทั้งในพันธบัตรรัฐบาล-ทองคำ) ส่วนปัจจัยที่จะมีผลต่อการซื้อขายในระหว่างวัน ได้แก่ ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ที่จะอิงกับข่าวสารในเรื่อง BRExit ค่อนข้างมาก และที่ต้องจับตามองวันนี้คือการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่คาดว่า อาจมีการเพิ่มวงเงิน QE เพื่อลดการแข็งค่าของเงินเยน หากมีการเพิ่มวงเงินถ้าเพิ่มจริง จะเป็นบวกต่อตลาด มองกรอบดัชนีหุ้นไทนในวันนี้ที่ 1428-1443 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเรายังคงยืนคำแนะนำเดิม คือ ชะลอการลงทุน เนื่องจากตัวแปรของตลาดที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือ BRExit ยังเป็นตัวแปรที่คาดการณ์ทิศทางไม่ได้ และมีผลรุนแรงถ้าอังกฤษต้องออกจากอียูขึ้นมาจริงๆ อย่างไรก็ตาม หากต้องการเข้าลงทุนในช่วงนี้ คงต้องเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และเก็งกำไรชวงสั้นๆไปก่อน จังหวะเข้าซื้อควรเป็น “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” หุ้นที่เราคาดว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจสำหรับการเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ในวันนี้ ได้แก่ PTTEP , TPCH , SWC
ดังนั้นจึงประเมินตลาดหุ้นในวันนี้ว่าตลาดจะมีความผันผวน ดัชนีฯอาจแกว่งตัวได้ทั้งแดนบวกและลบ เนื่องจากตลาดยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและมีการโยกเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำในระดับที่มากขึ้นทั้งในพันธบัตรรัฐบาล-ทองคำ) ส่วนปัจจัยที่จะมีผลต่อการซื้อขายในระหว่างวัน ได้แก่ ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ที่จะอิงกับข่าวสารในเรื่อง BRExit ค่อนข้างมาก และที่ต้องจับตามองวันนี้คือการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่คาดว่า อาจมีการเพิ่มวงเงิน QE เพื่อลดการแข็งค่าของเงินเยน หากมีการเพิ่มวงเงินถ้าเพิ่มจริง จะเป็นบวกต่อตลาด มองกรอบดัชนีหุ้นไทนในวันนี้ที่ 1428-1443 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเรายังคงยืนคำแนะนำเดิม คือ ชะลอการลงทุน เนื่องจากตัวแปรของตลาดที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือ BRExit ยังเป็นตัวแปรที่คาดการณ์ทิศทางไม่ได้ และมีผลรุนแรงถ้าอังกฤษต้องออกจากอียูขึ้นมาจริงๆ อย่างไรก็ตาม หากต้องการเข้าลงทุนในช่วงนี้ คงต้องเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และเก็งกำไรชวงสั้นๆไปก่อน จังหวะเข้าซื้อควรเป็น “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” หุ้นที่เราคาดว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจสำหรับการเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ในวันนี้ ได้แก่ PTTEP , TPCH , SWC






