
กรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งปรับปรุงการบริหารธุรกิจสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแกดำหลังขาดสภาพคล่อง
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแกดำ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม ร้องเรียนผ่านสื่อว่าไม่สามารถถอนเงินฝากจากบัญชีที่ฝากไว้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแกดำ จำกัด ได้ เนื่องจากสหกรณ์ขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในระบบ จึงได้สั่งการให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคามลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว พบว่า สาเหตุเกิดจากการที่สหกรณ์ฯ จ่ายเงินกู้ให้แก่สมาชิก แต่ไม่สามารถเรียกเก็บหนี้ได้ และมีการผิดนัดชำระหนี้ ร้อยละ 100 ของลูกหนี้ทั้งหมด โดยสมาชิกไม่ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลานานหลายปี
ขณะเดียวกัน เมื่อสัญญาเงินกู้ครบกำหนดชำระหนี้ตามสัญญาแล้ว คณะกรรมการสหกรณ์ฯ ได้มีการรวมต้นเงินและดอกเบี้ยค้างทุกสัญญาที่สมาชิกรายหนึ่งๆ มีอยู่กับสหกรณ์มาจัดทำเป็นหนังสือสัญญากู้เงินฉบับใหม่ขึ้นแทน โดยสัญญาเดิมไม่มีการชำระหนี้แต่อย่างใด ซึ่งการกระทำดังกล่าวของสหกรณ์ไม่ใช่วิธีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่เป็นการแปลงหนี้ให้แก่สมาชิก และทางสหกรณ์ไม่ได้รับเงินชำระหนี้จากการกระทำดังกล่าว ทำให้สหกรณ์ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการและขาดสภาพคล่องทางการเงินในที่สุด
ปัจจุบัน สหกรณ์มีสัญญาเงินกู้ของสมาชิกจำนวน 451 ราย เป็นลูกหนี้ที่ผิดชำระหนี้เงินกู้กับสหกรณ์แล้วทั้งหมด โดยมีต้นเงินคงค้างเป็นเงินจำนวน 31,460,114 บาท มีดอกเบี้ยค้างรับเป็นเงินจำนวน 12,484,951 บาท ซึ่งในเบื้องต้น ยังไม่พบการทุจริตในการดำเนินงานของสหกรณ์ แต่เกิดจากการบริหารจัดการธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ขณะนี้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม ในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับกิจการและฐานะการเงินโดยด่วน พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อเข้าไปช่วยเหลือแนะนำเพื่อปรับปรุงระบบการบริหารจัดการแก่สหกรณ์ โดยให้แยกอายุหนี้ และจัดทำแผนการติดตามเร่งรัดหนี้ รวมทั้งให้จัดทำกระแสเงินสดรับ-จ่าย ให้สอดคล้องกับแผนการติดตามเร่งรัดหนี้และแผนการจ่ายเงินฝากคืนสมาชิก โดยจะต้องกำหนดผู้รับผิดชอบในการติดตามเร่งรัดหนี้ เพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินในสหกรณ์ พร้อมทั้งให้ยุติการแปลงหนี้ให้แก่สมาชิก .และตรวจสอบหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน เพื่อทบทวนว่าหลักประกันเงินกู้นั้นมีความเพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนเงินตามสัญญาหรือไม่ สำหรับกรณีที่สมาชิกนำโฉนดที่ดินมาค้ำประกันเงินกู้ จะต้องมีการประเมินหลักทรัพย์ใหม่ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับวงเงินกู้ของสมาชิกแต่ละรายที่ได้กู้ยืมเงินของสหกรณ์
“คณะกรรมการสหกรณ์ควรมีการนัดประชุมกลุ่มสมาชิก เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงผลการดำเนินงานของสหกรณ์ในปัจจุบันและแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ พร้อมทั้งแจ้งให้สมาชิกทุกรายที่มีหนี้เงินกู้กับสหกรณ์มาเจรจาเพื่อกำหนดแผนการชำระหนี้ของสมาชิกเป็นรายบุคคลให้ชัดเจนและเหมาะสม และวางแผนการเร่งรัดติดตามหนี้จากสมาชิก ซึ่งผลจากการร่วมกันแก้ไขปัญหาทางการเงินของสหกรณ์ ทำให้ขณะนี้มีสมาชิกนำเงินมาชำระหนี้คืนสหกรณ์แล้วจำนวน 108,392 บาท ซึ่งทางกรมฯได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ กำกับ ติดตามให้สหกรณ์ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินในสหกรณ์โดยเร็ว โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน”
ทั้งนี้ เบื้องต้นคณะกรรมการสหกรณ์ได้มีมติขอกู้เงินจากชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยได้ส่งคำขอกู้เงินไปแล้วจำนวน 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การบริหารจัดการธุรกิจสหกรณ์เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อยากให้สหกรณ์ได้มีโอกาสไปศึกษาและเรียนรู้สหกรณ์ต้นแบบด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ในการแก้ไขหนี้ค้างชำระของสมาชิก เช่น สหกรณ์การเกษตรหนองหญ้าไซ จำกัด จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการหนี้สินของสมาชิก โดยใช้หลักในการปลดหนี้ ด้วยวิธีสหกรณ์ มีการปรับโครงสร้างหนี้ งดการคิดดอกเบี้ยและส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก ทำให้สมาชิกมีเงินเพียงพอชำระหนี้คืนแก่สหกรณ์ ซึ่งจะทำให้ปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกและการขาดสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์หมดไปในที่สุด
ขณะเดียวกัน เมื่อสัญญาเงินกู้ครบกำหนดชำระหนี้ตามสัญญาแล้ว คณะกรรมการสหกรณ์ฯ ได้มีการรวมต้นเงินและดอกเบี้ยค้างทุกสัญญาที่สมาชิกรายหนึ่งๆ มีอยู่กับสหกรณ์มาจัดทำเป็นหนังสือสัญญากู้เงินฉบับใหม่ขึ้นแทน โดยสัญญาเดิมไม่มีการชำระหนี้แต่อย่างใด ซึ่งการกระทำดังกล่าวของสหกรณ์ไม่ใช่วิธีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่เป็นการแปลงหนี้ให้แก่สมาชิก และทางสหกรณ์ไม่ได้รับเงินชำระหนี้จากการกระทำดังกล่าว ทำให้สหกรณ์ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการและขาดสภาพคล่องทางการเงินในที่สุด
ปัจจุบัน สหกรณ์มีสัญญาเงินกู้ของสมาชิกจำนวน 451 ราย เป็นลูกหนี้ที่ผิดชำระหนี้เงินกู้กับสหกรณ์แล้วทั้งหมด โดยมีต้นเงินคงค้างเป็นเงินจำนวน 31,460,114 บาท มีดอกเบี้ยค้างรับเป็นเงินจำนวน 12,484,951 บาท ซึ่งในเบื้องต้น ยังไม่พบการทุจริตในการดำเนินงานของสหกรณ์ แต่เกิดจากการบริหารจัดการธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ขณะนี้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม ในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับกิจการและฐานะการเงินโดยด่วน พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อเข้าไปช่วยเหลือแนะนำเพื่อปรับปรุงระบบการบริหารจัดการแก่สหกรณ์ โดยให้แยกอายุหนี้ และจัดทำแผนการติดตามเร่งรัดหนี้ รวมทั้งให้จัดทำกระแสเงินสดรับ-จ่าย ให้สอดคล้องกับแผนการติดตามเร่งรัดหนี้และแผนการจ่ายเงินฝากคืนสมาชิก โดยจะต้องกำหนดผู้รับผิดชอบในการติดตามเร่งรัดหนี้ เพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินในสหกรณ์ พร้อมทั้งให้ยุติการแปลงหนี้ให้แก่สมาชิก .และตรวจสอบหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน เพื่อทบทวนว่าหลักประกันเงินกู้นั้นมีความเพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนเงินตามสัญญาหรือไม่ สำหรับกรณีที่สมาชิกนำโฉนดที่ดินมาค้ำประกันเงินกู้ จะต้องมีการประเมินหลักทรัพย์ใหม่ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับวงเงินกู้ของสมาชิกแต่ละรายที่ได้กู้ยืมเงินของสหกรณ์
“คณะกรรมการสหกรณ์ควรมีการนัดประชุมกลุ่มสมาชิก เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงผลการดำเนินงานของสหกรณ์ในปัจจุบันและแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ พร้อมทั้งแจ้งให้สมาชิกทุกรายที่มีหนี้เงินกู้กับสหกรณ์มาเจรจาเพื่อกำหนดแผนการชำระหนี้ของสมาชิกเป็นรายบุคคลให้ชัดเจนและเหมาะสม และวางแผนการเร่งรัดติดตามหนี้จากสมาชิก ซึ่งผลจากการร่วมกันแก้ไขปัญหาทางการเงินของสหกรณ์ ทำให้ขณะนี้มีสมาชิกนำเงินมาชำระหนี้คืนสหกรณ์แล้วจำนวน 108,392 บาท ซึ่งทางกรมฯได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ กำกับ ติดตามให้สหกรณ์ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินในสหกรณ์โดยเร็ว โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน”
ทั้งนี้ เบื้องต้นคณะกรรมการสหกรณ์ได้มีมติขอกู้เงินจากชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยได้ส่งคำขอกู้เงินไปแล้วจำนวน 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การบริหารจัดการธุรกิจสหกรณ์เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อยากให้สหกรณ์ได้มีโอกาสไปศึกษาและเรียนรู้สหกรณ์ต้นแบบด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ในการแก้ไขหนี้ค้างชำระของสมาชิก เช่น สหกรณ์การเกษตรหนองหญ้าไซ จำกัด จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการหนี้สินของสมาชิก โดยใช้หลักในการปลดหนี้ ด้วยวิธีสหกรณ์ มีการปรับโครงสร้างหนี้ งดการคิดดอกเบี้ยและส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก ทำให้สมาชิกมีเงินเพียงพอชำระหนี้คืนแก่สหกรณ์ ซึ่งจะทำให้ปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกและการขาดสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์หมดไปในที่สุด






