thansettakij
thansettakij
“QTCG” มั่นใจเต็มร้อยชิงประมูลโปรเจ็กต์รัฐ-เอกชน 4,000 ล้านบาทปี67

“QTCG” มั่นใจเต็มร้อยชิงประมูลโปรเจ็กต์รัฐ-เอกชน 4,000 ล้านบาทปี67

15 เม.ย. 67 | 00:53 น.
อัปเดตล่าสุด :15 เม.ย. 67 | 01:06 น.

“QTCG” ธิติวัฒน์ เงินนำโชคธนรัตน์ ซีอีโอ มั่นใจเต็มร้อย ชิง ประมูลโปรเจ็กต์รัฐ-เอกชน 4,000 ล้านบาทปี 2567 ตามเป้า

 

ทันทีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เคาะงบประมาณปี2567สปอตไลต์พากันส่องมาทางภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งระบบ รวมไปถึงงานรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมแบบครบวงจร  ว่าใครจะได้อานิสงค์จากเค้กก้อนนี้บ้างน่าจับตา ล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์

นายธิติวัฒน์ เงินนำโชคธนรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซีจี จำกัด มหาชน (บมจ.คิวทีซีจี)  หุ้น QTCG น้องใหม่ ประกอบธุรกิจให้บริการออกแบบ และรับเหมาติดตั้งงานระบบภายในอาคารอย่างครบวงจร ที่เพิ่งเปิดเทรดวันแรกไปเมื่อเร็วๆนี้  กล่าวถึงทิศทางแผนธุรกิจ มุมมองการแข่งขันและความท้าทายด้านต่างๆที่เปลี่ยนแปลงและต้องรับมือให้ได้อย่างน่าสนใจ

หุ้น QTCG เพิ่งเปิดเทรดวันแรก

นายธิติวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทฯเข้าตลาดหลักทรัพย์ MAI ไปเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ที่เพิ่งเปิดเทรดไปวันแรกโดยการเตรียมตัวได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ใช้เวลารวมๆแล้วเกือบ 2 ปี แผนระดมเงินทุนจำนวน 200.40 ล้านบาท ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจในปี 2567-2568 เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสการต่อยอดธุรกิจในการประมูลงาน รวมถึงยกระดับความแข็งแกร่งสถานะทางการเงินให้เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ธิติวัฒน์ เงินนำโชคธนรัตน์

ทั้งนี้บริษัทดำเนินธุรกิจด้านงานรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร (Mechanical & Electrical: M&E) อย่างครบวงจร ประกอบด้วย 1.ระบบไฟฟ้าและการสื่อสาร  2.ระบบปรับอากาศและการระบายอากาศ  3.ระบบสุขาภิบาลและระบบประปา และ 4.ระบบป้องกันไฟภายในอาคาร สะสมประสบการณ์ มายาวนานกว่า 20 ปีปัจจุบันมีฐานลูกค้าอยู่ในมือทั่วประเทศ(ดูกราฟิก)

 “QTCG ของเราเป็นบริษัทรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมแบบครบวงจร เราสามารถรับงานได้ทั้ง 4 ระบบหลัก ทำให้โครงการของเรามีความหลากหลาย กระจายตัวอยู่ในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาคาร คอนโด โรงแรม โรงงาน โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า”

สัดส่วนลูกค้า คิวทีซีจี

เชื่อโตแบบ overshoot

 นายธิติวัฒน์ กล่าวอีกว่า ครม.เคาะงบประมาณปี 2567 บริษัทฯจะได้รับอานิสงค์แน่นอนและจะเป็นการโตแบบ overshoot ด้วย  เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วที่รัฐบาลมีการขาดช่วง อุตสาหกรรมก่อสร้างและรับเหมาได้รับผลกระทบจากการอั้นของงบประมาณ แต่ในปีนี้เมื่อรัฐบาลมีสัญญาณที่ดี งบประมาณที่เพิ่งเคาะ มีเวลาใช้ให้หมดภายใน 4 เดือนเท่านั้น ณ ปัจจุบันยังไม่สามารถพูดชื่อโครงการได้ แต่ตั้งแต่ต้นปี 2567 ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯก็ได้รับเชิญจากคู่ค้าและลูกค้าให้เขาประมูลโครงการหลากหลายโครงการ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซีจี ยํ้าว่าในปี 2567 บริษัทฯ มีแผนเข้าประมูลโครงการใหม่ๆ ทั้งในส่วนของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน มูลค่ารวมกว่า 3,500 - 4,000 ล้านบาท และคาดว่าจะคว้างานใหม่เข้ามาไม่น้อยกว่า 40% หรือประมาณ 1,600 ล้านบาทของมูลค่ารวม จากปัจจุบันบริษัทฯ มีมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ประมาณ 1,158 ล้านบาท

 “ในระยะสั้นทางเราจะยัง Focus ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยในปี 2567 นี้เรามีแผนจะประมูลงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมอยู่ที่ ประมาณ 4,000 ลบ. โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถชนะประมูลโครงการได้ แต่อาจยังเปิดเผยตัวเลขไม่ได้ จากที่ประเมินสถานการณ์ตอนนี้ เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นโดยเฉพาะลูกค้าหลายรายที่ติดต่อให้บริษัทเข้ามาประมูลงาน ทำให้เชื่อว่าบริษัทจะยังคงมีการเติบโตต่อเนื่องในทุกๆปี  ส่วนในระยะยาวถ้ามีพันธมิตรทางธุรกิจที่น่าสนใจ มาชักชวนให้บริษัทดำเนินธุรกิจใหม่ ทางเราก็จะพิจารณาและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน”

 สำหรับผลดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา จะเห็นว่าในปี 2564 ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 บริษัทเราก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เห็นได้ชัดว่ารายได้ของเรานั้นลดลงไปอยู่ที่ 663 ล้านบาท แต่เมื่อเศรษฐกิจและสถานการณ์โดยรวมฟื้นตัวขึ้นภายหลังสถานการณ์ COVID-19 ได้ผ่อนคลายลง ลูกค้าของบริษัทเริ่มกลับมาดำเนินโครงการก่อสร้างตามแผนงาน ทำให้รายได้ กลับมาอยู่ในระดับปกติในปี 2565 ที่ 988 ล้านบาท และในปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทรับรู้รายได้เป็นจำนวน 755 ล้านบาท โดยมูลค่าของรายได้ที่ลดลง อันมีสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลขาดช่วงและไม่มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2567 อีกทั้งยังมีงานหลายส่วนงานที่มีการแก้ไขแบบงานก่อสร้าง

เป้ารายได้ปี2567โตแน่20%

ส่วนเป้าหมายปี 2567 นี้ บริษัทฯตั้งเป้ารับรู้รายได้เติบโตไม่ตํ่ากว่า 20%  จะเป็นปีที่รัฐบาลพิจารณางบประมาณ และจะเริ่มใช้งบประมาณประจำปีนี้ ภายในเดือน พ.ค.-ก.ย. ซึ่งใช้เวลาเพียง 4 เดือนเศษๆ ต้องใช้ให้หมด ในส่วนนี้จะทำให้การรับรู้รายได้งานภาคราชการดีขึ้น อีกทั้งหลังจากบริษัทเราเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว แน่นอนว่าบริษัทจะมี capacity ในการรับงานที่ volume ใหญ่ขึ้น เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้มีโอกาสใหม่ๆเข้ามามากกว่าเดิมแน่นอน

อีกทั้งยังมีปัจจัยเอื้อภาพรวมอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณทบวก เนื่องจากมีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ไม่มีรัฐบาลมานาน เมื่องานก่อสร้างของภาครัฐมีทิศทางที่เป็นบวก ทางภาพเอกชนเองก็จะเป็นบวกไปด้วย ทางบริษัทเองก็มีโครงการของทั้งภาครัฐและเอกชน ตัวอย่างโครงการภาครัฐที่ทางบริษัทดำเนินการอยู่ ได้แก่ โครงการศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โครงการศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย และโรงพยาบาลศิริราช เป็นต้น

  นอกจากนี้อีกส่วนหนึ่งประเทศไทยได้ให้ฟรีวีซ่ากับหลากหลายประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาท่องเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น ทำให้โครงการโรงแรมใหม่ๆมีการเชิญบริษัทเข้าไปประมูลงานเป็นจำนวนมาก

นับจากนี้ไปท้าทายทุกด้าน

   นายธิติวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมอีกถึงความท้าทายในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันว่า นับจากนี้ไปจะมีความท้าทายในทุกด้าน ทั้งด้านบุคลากร ด้านต้นทุนในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าของหรือค่าแรง สภาพอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการขยายตัวของผู้เล่นในตลาดที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีวิกฤตและเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นมากมาย เป็นความท้าทาย

ที่เรียกได้ว่ามาวัดฝีมือผู้ประกอบการในธุรกิจนี้เลยก็ว่าได้ QTCG ของเรา ด้วยความที่เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมานาน ปีนี้เข้าปีที่ 24 แล้ว ผ่านอุปสรรคและวิกฤตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Hamburger Crisis, นํ้าท่วมปี 2554 และล่าสุดที่ทุกคนทราบดีก็คือโควิด 19 วิธีบริหารความเสี่ยงหรือการตั้งรับกับความเสี่ยง และเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆที่เกิดขึ้น ทางบริษัทเตรียมตัวเองให้พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซีจี กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า  เนื่องจากโลกเปลี่ยนการแข่งขันก็รุนแรงขึ้นวงการก่อสร้างจึงต้องให้ความสำคัญใน3เรื่องคู่ขนานไปด้วยคือ

1.เรื่องอินโนเวชั่น ที่เราเริ่มให้ความสำคัญเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการออกแบบ เขียนแบบสามมิติ ซึ่งเรียกสั้นๆว่า BIM (Building Information Modeling) เพื่อนำมาถอดแบบและจำลองสถานการณ์การติดตั้งงานระบบให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้ดีขึ้น

2.การประหยัดพลังงานนั้น บริษัทฯ มีนโยบาย Paperless โดยเราใช้ระบบ Electronic Document Flow สำหรับเอกสารที่ใช้สื่อสารและดำเนินงานภายในบริษัทฯ

และ3.การลดภาวะโลกร้อนนั้น บริษัทฯ ได้ตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่นการใช้สีทาท่อที่มี Green Card และการใช้สารทำความเย็นที่ไม่มีผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศ เป็นต้น