
นายกฯเร่งแก้กม.จัดการปัญหาขยะมูลฝอยลดใช้ถุงพลาสติก
ขณะนี้ ได้ขอความร่วมมือจากทุกกระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน ศาสนสถาน ห้างสรรพสินค้า และสถานประกอบการต่าง ๆ ช่วยกันรณรงค์ การคัดแยกขยะมูลฝอย โดยเริ่มจากการทิ้งขยะก่อน สร้างจิตสำนึกการทิ้งขยะของคน การใช้สิ่งของหรืออะไรที่มันย่อยสลายได้ยาก เช่น ถุงพลาสติกต้องลดลงให้ได้
"ผมมีนโยบายไปว่า จะต้องลดถุงพลาสติกไปเท่าไหร่ในแต่ละเดือน ก็ขอความกรุณาช่วยกันทบทวน ถ้าท่านไม่ช่วยผม ไม่ช่วยรัฐ ไม่ช่วยคนเก็บขยะ มันก็จะซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่แบบนี้ แล้วเราก็จะมาปรับกระบวนการตรงกลาง ในการเก็บขยะ ในการที่จะนำไปสู่การฝังกลบ หรือนำมาใช้ในเรื่องของการเป็นพลังงานเหล่านี้ รัฐบาลจะได้ทำได้เต็มที่ สอดคล้องกับต้นทางก็คือ การทิ้งขยะ ลดการใช้ถุงพลาสติก และก็มีการคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง"
จากปัจจุบัน มีหลายกลุ่มที่เริ่มทำให้ขยะมีมูลค่าขึ้น มีเครื่องต่าง ๆ ติดตั้งอยู่ตามศูนย์การค้าต่าง ๆ คือเอาขยะ เอาแก้วน้ำ ขวดน้ำพลาสติกไปแลกออกมาเป็นเงิน ไปใช้ใช้จ่ายได้ นี่เป็นตัวอย่างอันหนึ่ง
อันที่สองคือกล่องโฟมที่ใส่เศษอาหาร ต้องสร้างจิตสำนึกในการไม่ทิ้ง และไม่ใช้ ต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน จิตสำนึกของทุกคนในสังคม เพื่อจะลดปริมาณขยะมูลฝอย ให้เหลือไปจัดการน้อยที่สุด และ สาม คือ จุดที่ทิ้งขยะ ไปทิ้งเพื่อทำอะไร อะไร reuse อะไรฝังกลบ อะไรเผา ทุกอย่างมันต้องต่อเนื่องเชื่อมโยง
พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีปัญหา กฎหมายขยะยังไม่ชัดเจน หลายกระทรวงรับผิดชอบคนละท่อน วันนี้จึงมีการเร่งแก้ไขพระราชบัญญัติขยะ โดยให้ไปดูว่าต้นทางช่วยกันได้ยังไง กลางทาง คือ ระบบบริหารจัดการขยะ แต่ที่มีอยู่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ต้องแก้ไขอย่างไร จะใช้ Outsource มาเสริมได้ไหม ค่าใช้จ่ายจะทำยังไง จะแยกเป็นพื้นที่สำคัญก่อนได้ไหม ที่จะมีการบริหารจัดการโดยใช้ Outsource แต่ปัญหาก็คือว่า ค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มขึ้น
เป้าหมายของรัฐบบาลคือ การปลูกจิตสำนึกลดการสร้างขยะจากตัวเราเอง หรือสถานประกอบการต่าง ๆ ต้องช่วยกันลดขยะให้ได้ รณรงค์ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เป็นปีแห่งการกำจัดขยะมูลฝอยในประเทศไทย ให้ลดลงให้มากที่สุด 30 - 50 % ถือเป็นการทำความดีเพื่อปีมหามงคล






