
กปน.วอนใช้น้ำอย่างประหยัดต่อไปแม้เข้าฤดูฝน
นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับวิกฤติภัยแล้งค่อนข้างรุนแรง แต่จากนโยบายในการแก้ปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล ตลอดจนความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ในการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ประกอบกับการดำเนินการตามมาตรการรับมือภัยแล้ง ด้านการผลิตและสูบจ่ายน้ำประปาของ กปน. ด้วยการปรับลดปริมาณการสูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาลง พร้อมลดแรงดันน้ำประปา ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะโรงงานผลิตน้ำบางเขน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดของ กปน. ได้ลดการผลิตและจ่ายน้ำลงถึง 10.84 % ส่งผลให้ กปน. สามารถยืดเวลาการผลิตและจ่ายน้ำประปาเพื่อการอุปโภค-บริโภคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้อย่างไม่ขาดแคลน ยกเว้นผู้ใช้น้ำในบางพื้นที่ที่อยู่ปลายเส้นท่อ อาจได้รับผลกระทบด้านน้ำประปาไหลอ่อนลงบ้าง จึงต้องขออภัยสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นนี้
แต่อย่างไรก็ตาม กปน. ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ดังจะเห็นได้จากปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยต่อรายของ กปน. ในครึ่งปีงบประมาณที่ผ่านมา (เดือนตุลาคม 2558 - มีนาคม 2559) ต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะปริมาณน้ำขายในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2558 ถึง 2.6 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จำนวนผู้ใช้น้ำจะเพิ่มมากขึ้นก็ตาม
ผู้ว่าการ กปน. กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ขณะนี้จะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังมีปริมาณน้อยมาก และ กปน. จึงยังคงเฝ้าระวังปัญหาน้ำทะเลหนุนต่อไปจนถึงปลายเดือนนี้ และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดน้ำต่อไป เพื่อสำรองไว้ใช้ในปีหน้า นอกจากนี้ ผู้ใช้น้ำแต่ละบ้านควรมีถังสำรองน้ำไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เช่น กรณีเกิดเหตุน้ำประปาไม่ไหล เนื่องจากท่อประปาแตกรั่ว เพื่อความอุ่นใจว่ามีน้ำประปาใช้แน่นอน
แต่อย่างไรก็ตาม กปน. ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ดังจะเห็นได้จากปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยต่อรายของ กปน. ในครึ่งปีงบประมาณที่ผ่านมา (เดือนตุลาคม 2558 - มีนาคม 2559) ต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะปริมาณน้ำขายในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2558 ถึง 2.6 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จำนวนผู้ใช้น้ำจะเพิ่มมากขึ้นก็ตาม
ผู้ว่าการ กปน. กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ขณะนี้จะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังมีปริมาณน้อยมาก และ กปน. จึงยังคงเฝ้าระวังปัญหาน้ำทะเลหนุนต่อไปจนถึงปลายเดือนนี้ และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดน้ำต่อไป เพื่อสำรองไว้ใช้ในปีหน้า นอกจากนี้ ผู้ใช้น้ำแต่ละบ้านควรมีถังสำรองน้ำไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เช่น กรณีเกิดเหตุน้ำประปาไม่ไหล เนื่องจากท่อประปาแตกรั่ว เพื่อความอุ่นใจว่ามีน้ำประปาใช้แน่นอน






