thansettakij
thansettakij
Market Insight  : ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้

Market Insight  : ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้

25 พ.ค. 59 | 04:40 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 59 | 13:16 น.
สรุปภาวะตลาดวันก่อน : SET +2.57 จุด ฟื้นบ่ายตามหุ้นยุโรปเปิดบวก-ไร้ปัจจัยใหม่

SET แกว่ง +/- ในกรอบ 1376-86 ภาคเช้าปรับลงเล็กน้อยตามหุ้นภูมิภาค กังวล FED อาจขึ้นดบ.เดือนหน้า ภาคบ่ายเริ่มฟื้นตัวขึ้นตามบรรยากาศหุ้นยุโรปที่เปิดตลาดบวกโดยไร้ปัจจัยใหม่ ด้านเงินบาทที่มีทิศทางอ่อนค่า กระตุ้นต่างชาติพลิกขายสุทธิ 374 ลบ. และพลิก Short S50 Futures  3,891 สัญญา

ทิศทางตลาดวันนี้ : รีบาวด์  ภาวะหุ้นตปท.เป็นใจ + น้ำมันฟื้นหลังร่วง 4 วันติด

หุ้นโลกเมื่อคืน (24 พ.ค.) ดีดตัวขึ้นแรง ขานรับยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ +16.6% ใน เม.ย. มาที่ 619,000 ยูนิต/ปี ดีกว่าที่คาดมากและเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2008 นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน หลังร่วง 4 วันติด  SET เมื่อวานเริ่มเด้งเล็กน้อย โดยปิดสูงกว่า 1380 ได้เป็นวันที่ 2 แม้ระหว่างวันแกว่งต่ำกว่า 1380 ก็ตาม บ่งชี้ตลาดยังแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอยู่  มอง SET รีบาวด์ตามบรรยากาศเชิงบวกจากหุ้นตปท. และราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้นน่าจะหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี แต่เชื่อการฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างจำกัด เพราะ (1) ส่งออกไทย เม.ย.ที่จะออกวันนี้ยังติดลบอยู่ เราคาด -4.6% ตลาดคาด -7.6% vs -6.9% ใน มี.ค. (2) ยังรอปาฐกถาพิเศษของปธ.FED ในวันศุกร์นี้ (27 พ.ค.) ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไรเกี่ยวกับการปรับขึ้นดบ.ในอนาคต หลังจากช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปธ.FED หลายสาขาระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะพิจารณาขึ้นดบ.ในการประชุมมิ.ย. แนวรับ 1380+/- แนวต้าน 1390-94

กลยุทธ์การลงทุน : หาก SET ปิดสูงกว่า 1390 จะเปิดโอกาสในการเทรดดิ้งสั้นๆ

ภาพการปรับฐานของ SET เริ่มชัดมากขึ้น หลัง SET หลุด 1390 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรายังคงมุมมองหุ้นไทย พ.ค. - มิ.ย. อยู่ในช่วงการปรับฐาน โดยมองจังหวะสะสมหุ้นไม้แรกที่ SET 1350-70 และหาก SET ปรับลงลึก หลุด 1350 จะมีจังหวะสะสมไม้ถัดไปแถวบริเวณ 1300-1320 อย่างไรก็ดี ตลาดเริ่มมีสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวช่วงสั้นๆ โดยหาก SET ปิดสูงกว่า 1390 จะเปิดโอกาสในการเทรดดิ้งสั้นๆ มีโอกาสเด้งไปบริเวณ 1400-10 แต่เรายังให้น้ำหนักกว่า 80% เป็นการรีบาวด์ สูงสุดไม่เกินระดับ 1410 เพื่อลงต่อ

•ประเด็นหุ้นน่าสนใจ  Trading Picks PTG (มองราคาหุ้นที่อ่อนตัวช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นจังหวะเข้าลงทุน, แนวโน้มกำไร Q2 คาดดีต่อเนื่องจาก Q1 ที่ดีกว่าคาด จากการขยายสาขาและปริมาณใช้น้ำมันเพิ่ม, เป้าพื้นฐาน 18 บ.) / หุ้นรับประโยชน์บาทอ่อน DELTA, KCE, CPF, GFPT, TFG, TU / หุ้นน่าเทรดดิ้งครึ่งเดือนหลัง หุ้นที่เข้า-ออกดัชนี MSCI และหุ้นที่คาดว่าจะเข้าดัชนี SET50-SET100 แนะนำ EGCO, ROBINS, MTLS, GFPT / ปรับกำไรและเป้าพื้นฐาน VNG ขึ้นจาก 14 บ. เป็น 14.4 บ. / หุ้นที่งบ Q1 ดีมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น เด่น BEM, COL, ERW, GPSC, KAMART  / ปรับเป้าพื้นฐาน ADVANC, INTUCH, DTAC และ TRUE ลงเป็น 190 บ., 62 บ., 55 บ. และ 7.2 บ. ตามลำดับ หลัก ๆ จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทั้งการตัดจำหน่ายใบอนุญาต 4G และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด / การทบทวน MSCI Global Standard เข้า : ROBINS, EGCO ออก : ไม่มี, Small Cap เข้า : DNA, GL, S ออก : EFORL, SAMTEL, SAT, SRICHA, TIPCO, TTCL

•หุ้น Weekly GURU ซื้อ DELTA (เป้าสั้น 67 บ.), GFPT (13.2 บ.) / ถือต่อ EGCO (198 บ.), ROBINS (60 บ.) / ถึงเป้าทำกำไร PLAT (+11.5%) / ขายเปลี่ยนตัว CPF (+2.7%)

•หุ้นเด่น พ.ค. (Smart Tactics) BEM, LPN, MTLS, ROBINS, TWPC, UNIQ 

ปัจจัยติดตาม

วันที่       ปท.         เหตุการณ์

25 พ.ค.  TH          ตัวเลขการค้าเบื้องต้นของไทยในเดือน เม.ย.

US          ดัชนีราคาบ้าน (FHFA) สหรัฐฯ ใน มี.ค., ตัวเลขเบื้องต้น PMI ภาคบริการสหรัฐฯ ใน พ.ค.

ที่มา: สำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด(TISCO Research)