
เฮงเค็ล ยอดขายแตะ 4,456 ล้านยูโร
เฮงเค็ลรายงานยอดขายไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นเป็น 4,456 ล้านยูโร เติบโตเพิ่มขึ้น 4% เพิ่มผลตอบแทนจากการขายหลังการปรับปรุงเป็น 16.8% ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ
นายฮานส์ แวน ไบเล่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฮงเค็ล เปิดเผยว่า เฮงเค็ลเริ่มต้นปีงบประมาณปี 2559 ได้ดี สร้างการเติบโตด้านยอดขายและรายได้มากขึ้น พร้อมกับเพิ่มผลตอบแทนจากการขายหลังการปรับปรุงเป็น 16.8% ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ช่วยส่งเสริมผลประกอบการที่ดีในภาพรวม ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ของเฮงเค็ลมีการเติบโตแบบปกติที่แข็งแกร่งอีกครั้ง
สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน นายแวน ไบเล่น กล่าวว่า คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงมี ความท้าทายต่อไปในปี 2559 เศรษฐกิจโลกจะมีการเติบโตในระดับปานกลางเท่านั้น มีความไม่แน่นอนในตลาดและความเคลื่อนไหวด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นผลดี เราจึงจะให้ความสำคัญกับการยกระดับความแข็งแกร่งของแบรนด์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดและเสริมศักยภาพด้านนวัตกรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ปรับปรุงสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นแบบครั้งเดียว ค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียวและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างยืนยันการประเมินประจำปี พ.ศ. 2559
นาย แวน ไบเล่น กล่าวยืนยันการประเมินของเฮงเค็ลในปีงบประมาณปัจจุบันว่า สำหรับตลอดทั้งปีงบประมาณ 2559 เราคาดว่ายอดขายแบบปกติจะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ราว 2 – 4% คาดการณ์ว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีหลังการปรับปรุงจะอยู่ที่ประมาณ 16.5% และกำไรต่อหุ้นบุริมสิทธิ์หลั งการปรับปรุงจะเติบโตอยู่ระหว่ าง 8 และ 11%
ยอดขายของเฮงเค็ลในไตรมาสแรกปี 2559 เพิ่มขึ้น 0.6% ไปอยู่ที่ 4,456 ล้านยูโร หลังการปรับปรุงผลกระทบด้านลบของอัตราแลกเปลี่ยน 3.4% ยอดขายเพิ่มขึ้น 4.0% อัตราการเติบโตยอดขายแบบปกติซึ่ งปรับปรุงตามผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการเข้าซื้อกิจการ ถอนการลงทุน เพิ่มขึ้น 2.9%
กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน มีการเติบโตของยอดขายแบบปกติที่ แข็งแกร่งเป็นสถิติใหม่ 4.7% ยอดขายแบบปกติของกลุ่มธุรกิจเพืjอความงามเติบโตอย่างมั่นคง 2.6% ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวมียอดขายปกติเติบโตอย่างมั่นคงเช่นกันที่ 2.1%
หลังพิจารณารายได้ที่เกิดขึ้นแบบครั้งเดียว ค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียวและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง พบว่ากำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุง (EBIT) เพิ่มขึ้น 6.2% จาก 707 ล้านยูโรไปอยู่ที่ 751 ล้านยูโร ผลกำไรจากการดำเนินงานขยายตัว 10.7% จาก 648 ล้านยูโรเป็น 717 ล้านยูโร
ผลตอบแทนจากยอดขายหลังปรับปรุง (EBIT margin) เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาก 0.8% เป็น 16.8% ส่วนผลตอบแทนจากยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 14.6% เป็น 16.1%
ผลประกอบการของเฮงเค็ลเพิ่มขึ้น 2 ล้านยูโรไปอยู่ที่ -7 ล้านยูโร อันเนื่องมาจากการชำระคืนตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนในเดือนพฤศจิกายน 2558 อัตราภาษีลดลงเป็น 24.2% เมื่อเทียบกับ 24.6% ของไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า
รายได้สุทธิหลังการปรับปรุงสำหรับไตรมาสแรก หลังการหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้แล้วเพิ่มขึ้น 7.6% จาก 510 ล้านยูโรเป็น 549 ล้านยูโร รายได้สุทธิของไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 11.6% จาก 482 ล้านยูโรเป็น 538 ล้านยูโร เมื่อหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้ 13 ล้านยูโรแล้ว รายได้สุทธิประจำไตรมาสเพิ่มขึ้นเป็น 525 ล้านยูโร (ไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 470 ล้านยูโร)
ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ ์หลังการปรับปรุง (EPS) เพิ่มขึ้น 7.6%จาก 1.18 ยูโร เป็น 1.27 ยูโร ขณะที่การรายงานกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 1.09 ยูโรเป็น 1.21 ยูโร
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ ต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 0.8% เป็น 5.4% การเพิ่มขึ้นดังกล่าวส่วนใหญ่ เกิดจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนและสินค้าคงคลังที่น้อยลง
สถานะทางการเงินสุทธิของเฮงเค็ล เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 อยู่ที่ 452 ล้านยูโร โดยในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 อยู่ที่ 335 ล้านยูโร
นายฮานส์ แวน ไบเล่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฮงเค็ล เปิดเผยว่า เฮงเค็ลเริ่มต้นปีงบประมาณปี 2559 ได้ดี สร้างการเติบโตด้านยอดขายและรายได้มากขึ้น พร้อมกับเพิ่มผลตอบแทนจากการขายหลังการปรับปรุงเป็น 16.8% ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ช่วยส่งเสริมผลประกอบการที่ดีในภาพรวม ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ของเฮงเค็ลมีการเติบโตแบบปกติที่แข็งแกร่งอีกครั้ง
สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน นายแวน ไบเล่น กล่าวว่า คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงมี ความท้าทายต่อไปในปี 2559 เศรษฐกิจโลกจะมีการเติบโตในระดับปานกลางเท่านั้น มีความไม่แน่นอนในตลาดและความเคลื่อนไหวด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นผลดี เราจึงจะให้ความสำคัญกับการยกระดับความแข็งแกร่งของแบรนด์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดและเสริมศักยภาพด้านนวัตกรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ปรับปรุงสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นแบบครั้งเดียว ค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียวและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างยืนยันการประเมินประจำปี พ.ศ. 2559
นาย แวน ไบเล่น กล่าวยืนยันการประเมินของเฮงเค็ลในปีงบประมาณปัจจุบันว่า สำหรับตลอดทั้งปีงบประมาณ 2559 เราคาดว่ายอดขายแบบปกติจะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ราว 2 – 4% คาดการณ์ว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีหลังการปรับปรุงจะอยู่ที่ประมาณ 16.5% และกำไรต่อหุ้นบุริมสิทธิ์หลั งการปรับปรุงจะเติบโตอยู่ระหว่ าง 8 และ 11%
ยอดขายของเฮงเค็ลในไตรมาสแรกปี 2559 เพิ่มขึ้น 0.6% ไปอยู่ที่ 4,456 ล้านยูโร หลังการปรับปรุงผลกระทบด้านลบของอัตราแลกเปลี่ยน 3.4% ยอดขายเพิ่มขึ้น 4.0% อัตราการเติบโตยอดขายแบบปกติซึ่ งปรับปรุงตามผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการเข้าซื้อกิจการ ถอนการลงทุน เพิ่มขึ้น 2.9%
กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน มีการเติบโตของยอดขายแบบปกติที่ แข็งแกร่งเป็นสถิติใหม่ 4.7% ยอดขายแบบปกติของกลุ่มธุรกิจเพืjอความงามเติบโตอย่างมั่นคง 2.6% ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวมียอดขายปกติเติบโตอย่างมั่นคงเช่นกันที่ 2.1%
หลังพิจารณารายได้ที่เกิดขึ้นแบบครั้งเดียว ค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียวและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง พบว่ากำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุง (EBIT) เพิ่มขึ้น 6.2% จาก 707 ล้านยูโรไปอยู่ที่ 751 ล้านยูโร ผลกำไรจากการดำเนินงานขยายตัว 10.7% จาก 648 ล้านยูโรเป็น 717 ล้านยูโร
ผลตอบแทนจากยอดขายหลังปรับปรุง (EBIT margin) เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาก 0.8% เป็น 16.8% ส่วนผลตอบแทนจากยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 14.6% เป็น 16.1%
ผลประกอบการของเฮงเค็ลเพิ่มขึ้น 2 ล้านยูโรไปอยู่ที่ -7 ล้านยูโร อันเนื่องมาจากการชำระคืนตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนในเดือนพฤศจิกายน 2558 อัตราภาษีลดลงเป็น 24.2% เมื่อเทียบกับ 24.6% ของไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า
รายได้สุทธิหลังการปรับปรุงสำหรับไตรมาสแรก หลังการหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้แล้วเพิ่มขึ้น 7.6% จาก 510 ล้านยูโรเป็น 549 ล้านยูโร รายได้สุทธิของไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 11.6% จาก 482 ล้านยูโรเป็น 538 ล้านยูโร เมื่อหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้ 13 ล้านยูโรแล้ว รายได้สุทธิประจำไตรมาสเพิ่มขึ้นเป็น 525 ล้านยูโร (ไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 470 ล้านยูโร)
ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ ์หลังการปรับปรุง (EPS) เพิ่มขึ้น 7.6%จาก 1.18 ยูโร เป็น 1.27 ยูโร ขณะที่การรายงานกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 1.09 ยูโรเป็น 1.21 ยูโร
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ ต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 0.8% เป็น 5.4% การเพิ่มขึ้นดังกล่าวส่วนใหญ่ เกิดจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนและสินค้าคงคลังที่น้อยลง
สถานะทางการเงินสุทธิของเฮงเค็ล เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 อยู่ที่ 452 ล้านยูโร โดยในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 อยู่ที่ 335 ล้านยูโร






