
ปลัดมหาดไทยเต้นนมบูดรับเปิดเทอม จี้ผู้ว่าฯตรวจสอบ/ทุ่งกุลาฯร้องมิลค์บอร์ดรับนมเกิน MOU
ปลัดมหาดไทยเต้น หลังโรงเรียนอนุบาลอุดมพันธ์ ร้อยเอ็ด ร้องเจอนมบูดยกลัง 9.32 พันกล่อง จี้ผู้ว่าฯ -นายอำเภอ ตรวจสอบเป็นการด่วน ด้าน วงในโรงเรียนปูด เป็นนมพื้นที่เอเยนต์ อ.ส.ค. ชี้ต้นเหตุนมเสียอากาศร้อน - ห้องเก็บของเล็ก ยันก่อนแจกจะตรวจนมทุกครั้งก่อนให้เด็กดื่ม ด้าน"ทุ่งกุลาฯ"โอดรับนมเกินเอ็มโอยู แบกขาดทุนวันละ 2 แสนบาท
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงกรณีโรงเรียนอนุบาลอุดมพันธ์ จังหวัดร้อยเอ็ด มีนมกล่อง ยู.เอช.ที ขนาด 200 ซีซี จำนวน 259 ลัง ( 1 ลัง บรรจุกล่อง 36 กล่อง) จำนวน 9.32 พันกล่องบูดเสียนั้น ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปตรวจสอบ หากพบปัญหาอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เน่าบูด หรือไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน ก็ให้จังหวัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเกิดจากสาเหตุใด รวมถึงตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดหรือไม่ หากพบว่า มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ดำเนินการหรือกระทำการที่ส่อไปในทางทุจริตในการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียน ก็ให้จังหวัดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด พร้อมรายงานผล การดำเนินการดังกล่าวให้กระทรวงมหาดไทยทราบโดยด่วน
แหล่งข่าวจากโรงเรียนอนุบาลอุดมพันธ์ จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวถึง การได้รับจัดสรรอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เป็นพื้นที่นม ยู.เอช.ที ปกติก็มีบ้างที่บูด แต่ไม่มากเท่าครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนจัด รวมทั้งพื้นที่ห้องโรงเรียนมีขนาดเล็ก ขณะที่เด็กนักเรียนมีจำนวนมากถึง 800 คน อย่างไรก็ดีเบื้องต้นได้แจ้งกับทางตัวแทนจำหน่ายองค์การ ส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้ทราบแล้ว ต้องรอว่าจะดำเนินการเปลี่ยนนมกล่องได้เมื่อไร ซึ่งทางโรงเรียนก่อนจะให้เด็กดื่มนมจะทำการตรวจสอบทุกครั้ง
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) กล่าวถึงกรณีนี้ว่าจะมีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง อาทิ ปศุสัตว์จังหวัด เป็นประธานกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือผู้แทนและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น หากพบว่ามีความผิดจริงให้เสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาความผิดและเพื่อนำเสนอมิลค์บอร์ดพิจารณาต่อไป
สำหรับบทลงโทษ ตั้งแต่ลดสิทธิ5%-ตัดสิทธิ์โควตา อาทิ 1. ผู้ประกอบการจะต้องใช้นํ้านมโค จากศูนย์ที่ได้มาตรฐานที่ผ่านเกณฑ์และวิธีการผลิตที่ดี (จีเอ็มพี) หรือใช้นํ้านมโคจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานจีเอพี หรือผู้ประกอบการต้องเป็นผู้ทำการผลิตเอง ยกเว้นผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์ที่จ้างผลิตนม ยูเอชทีสำหรับช่วงปิดภาคเรียน ให้ตัดสิทธิ์ส่วนที่เหลือทันที 2. หากผู้ประกอบการไม่ตรวจสอบและควบคุมเรื่องการขนส่งและเก็บรักษานมโรงเรียน ให้ลดสิทธิ์ส่วนที่เหลือทันที 5% เป็นต้น
ด้านนางสาวชยภัค เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทุ่งกุลาแดรี่ฟูดส์ จำกัด เผยว่า บริษัทได้จัดทำเอ็มโอยูซื้อน้ำนมดิบ 2558/59 กับศูนย์รับน้ำนมดิบจากเกษตรกร จำนวน 22 ตันต่อวัน แต่ทางบริษัทได้รับสิทธิ์เพียง 12 ตันต่อวัน จึงส่งผลให้ทางบริษัทมีภาระรับผิดชอบซื้อน้ำนมดิบเกินสิทธิ์ที่ได้รับ 10 ตันต่อวัน จากเดิม (เทอม 1/2558 เคยได้รับสิทธิ์ 24.09) ส่งผลทำให้บริษัทขาดทุนวันละ 2 แสนบาท จึงได้ทำหนังสือถึง นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานมิลค์บอร์ดเพื่อขอความเป็นธรรม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,159 วันที่ 22 - 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงกรณีโรงเรียนอนุบาลอุดมพันธ์ จังหวัดร้อยเอ็ด มีนมกล่อง ยู.เอช.ที ขนาด 200 ซีซี จำนวน 259 ลัง ( 1 ลัง บรรจุกล่อง 36 กล่อง) จำนวน 9.32 พันกล่องบูดเสียนั้น ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปตรวจสอบ หากพบปัญหาอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เน่าบูด หรือไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน ก็ให้จังหวัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเกิดจากสาเหตุใด รวมถึงตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดหรือไม่ หากพบว่า มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ดำเนินการหรือกระทำการที่ส่อไปในทางทุจริตในการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียน ก็ให้จังหวัดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด พร้อมรายงานผล การดำเนินการดังกล่าวให้กระทรวงมหาดไทยทราบโดยด่วน
แหล่งข่าวจากโรงเรียนอนุบาลอุดมพันธ์ จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวถึง การได้รับจัดสรรอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เป็นพื้นที่นม ยู.เอช.ที ปกติก็มีบ้างที่บูด แต่ไม่มากเท่าครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนจัด รวมทั้งพื้นที่ห้องโรงเรียนมีขนาดเล็ก ขณะที่เด็กนักเรียนมีจำนวนมากถึง 800 คน อย่างไรก็ดีเบื้องต้นได้แจ้งกับทางตัวแทนจำหน่ายองค์การ ส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้ทราบแล้ว ต้องรอว่าจะดำเนินการเปลี่ยนนมกล่องได้เมื่อไร ซึ่งทางโรงเรียนก่อนจะให้เด็กดื่มนมจะทำการตรวจสอบทุกครั้ง
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) กล่าวถึงกรณีนี้ว่าจะมีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง อาทิ ปศุสัตว์จังหวัด เป็นประธานกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือผู้แทนและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น หากพบว่ามีความผิดจริงให้เสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาความผิดและเพื่อนำเสนอมิลค์บอร์ดพิจารณาต่อไป
สำหรับบทลงโทษ ตั้งแต่ลดสิทธิ5%-ตัดสิทธิ์โควตา อาทิ 1. ผู้ประกอบการจะต้องใช้นํ้านมโค จากศูนย์ที่ได้มาตรฐานที่ผ่านเกณฑ์และวิธีการผลิตที่ดี (จีเอ็มพี) หรือใช้นํ้านมโคจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานจีเอพี หรือผู้ประกอบการต้องเป็นผู้ทำการผลิตเอง ยกเว้นผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์ที่จ้างผลิตนม ยูเอชทีสำหรับช่วงปิดภาคเรียน ให้ตัดสิทธิ์ส่วนที่เหลือทันที 2. หากผู้ประกอบการไม่ตรวจสอบและควบคุมเรื่องการขนส่งและเก็บรักษานมโรงเรียน ให้ลดสิทธิ์ส่วนที่เหลือทันที 5% เป็นต้น
ด้านนางสาวชยภัค เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทุ่งกุลาแดรี่ฟูดส์ จำกัด เผยว่า บริษัทได้จัดทำเอ็มโอยูซื้อน้ำนมดิบ 2558/59 กับศูนย์รับน้ำนมดิบจากเกษตรกร จำนวน 22 ตันต่อวัน แต่ทางบริษัทได้รับสิทธิ์เพียง 12 ตันต่อวัน จึงส่งผลให้ทางบริษัทมีภาระรับผิดชอบซื้อน้ำนมดิบเกินสิทธิ์ที่ได้รับ 10 ตันต่อวัน จากเดิม (เทอม 1/2558 เคยได้รับสิทธิ์ 24.09) ส่งผลทำให้บริษัทขาดทุนวันละ 2 แสนบาท จึงได้ทำหนังสือถึง นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานมิลค์บอร์ดเพื่อขอความเป็นธรรม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,159 วันที่ 22 - 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






