
“อรรถวิชช์”จี้รัฐใช้มาตรการภาษี ยกระดับวงการภาพยนตร์ไทย
“อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี”กระตุกรัฐใช้มาตรการภาษี ยกระดับวงการภาพยนตร์ไทย ให้เป็นศูนย์กลาง ซอฟท์พาวเวอร์ในเอเชีย
ค่ำวานนี้ (2 ธ.ค. 65) ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พร้อมทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ประกอบไปด้วย นางสาวยศยา ชิยาปภารักษ์ ,นายพัสกร วรรณศิริกุล,นาย ศราพงศ์ อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา, นางสาววิเวียน จุลมนต์, นางสาวกชพร คีรีโชติ และนางสาวสวิชญา วาทะพุกกะณะ เข้าร่วมงาน World Film Festival of Bangkok เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 15 ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 2-11 ธันวาคม 2565
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจเช่นกันที่มีงานนี้ ตนไม่ได้ชมภาพยนตร์มานาน วันนี้ถือว่าในรอบหลายปี ซึ่งมองว่า ดีที่ผลักดันเป็นซอฟท์พาวเวอร์ อยากให้รัฐบาลเกิดการตื่นตัวมากกว่านี้ และควรมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป ควรดึงต่างชาติมาสร้างภาพยนตร์
ปัจจุบันการขออนุญาตต่าง ๆ กระจัดกระจาย ทั้งที่ภาค เอกชนมีความกระตือรืนร้นที่จะยกระดับ วงการภาพยนตร์ไทยให้เป็นศูนย์กลางซอฟท์พาวเวอร์ในเอเชีย แต่ในภาครัฐนั้นยังดำเนินไปได้ช้ามาก การถ่ายทำภาพยนตร์ เป็นอีกช่องทางที่จะนำประเทศไทยออกสู่สายตาโลก
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า รัฐบาลควรต้องเข้ามาช่วยในเรื่องของ มาตรการด้านภาษีอากร การเข้าถึงพื้นที่ถึงขออนุญาตองค์กรส่วนท้องถิ่น รวมถึงขออนุญาตจากกรมอุทยานในการใช้สถานที่ ซึ่งหน่วยงานทั้งหมดล้วนอยู่ต่างกระทรวง ทำให้คนทำหนังมีอุปสรรคในการขออนุญาตที่จะถ่ายทำหลายขั้นตอนมาก
หลายๆ คนคงต่างคำถามว่าทำไม การถ่ายหนังสักเรื่องขอใบอนุญาตยากเย็นนัก ก็เพราะหน่วยงานรัฐ มีแต่ one stop service คือทุกหน่วยมี แต่ต่างคนต่างทำ เราไม่มี All Service Center ที่จะดำเนินการขออนุญาตในเรื่องต่างๆในคราวเดียว
“ยกเคสที่ใกล้ตัวอย่างภาพยนตร์ "หมูป่า" ที่ถูกสร้างหลายเวอร์ชั่นในสตรีมมิ่งต่างๆ แต่น่าเสียดาย ที่เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไทยแท้ๆ แต่ในเวอร์ชั่นผู้กำกับชื่อ "รอน ฮาเวิร์ด" กลับใช้โลเคชั่นที่ออสเตรเลีย เพราะได้การสนับสนุนอย่างดี จากรัฐบาลออสเตรเลีย
เพื่อหวังใช้อุตสาหกรรมภาพยนตร์กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ผมอยากเห็นรัฐผลักดัน All Service Center เพิ่มความสะดวก มีมาตรการภาษีช่วยเหลือที่ชัดเจน หน่วยงานต้องบูรณาการเหมือน “ไม้เสียบลูกชิ้น” เสียบทีเดียวจบทะลุทุกลูก อุตสาหกรรมภาพยนตร์จะเป็นเวทีใหม่ เป็น New platform เป็นโอกาสใหม่ เป็นการสร้างอาชีพ และรายได้ให้รัฐและประชาชน” รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว






