
ครม.เคาะ “ค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน” ปี 2566-67 เพิ่ม 3 บาท
ครม.เคาะ “ค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน” ปี 2566-67 เฉลี่ยเพิ่ม 3 บาท อยู่ที่ 24 บาทต่อคนต่อวัน โดยแยกตามขนาดโรงเรียนขนาดเล็กได้สูงสุด 36 บาทต่อคนต่อวัน
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบการปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอ โดยให้ปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนระดับชั้นเด็กเล็ก ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในอัตราตามขนาดของโรงเรียน
โดยใช้วงเงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปีงบประมาณ 2566 วงเงิน 3,533 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2567 ครม.ได้อนุมัติหลักการในการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี รายการค่าใช้จ่ายค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนไว้ด้วยแล้ว
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า การปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ครั้งนี้ จะปรับเพิ่มขึ้นอัตราเฉลี่ย 24 บาทต่อคนต่อวัน จากเดิมอัตรา 21 บาทต่อคนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3 บาทต่อคนต่อวัน โดยแบ่งออกเป็นตามขนาดของโรงเรียนดังนี้
โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 1-40 คน
- ได้ค่าอาหารกลางวัน 36 บาทต่อคนต่อวัน
โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 41-100 คน
- ได้ค่าอาหารกลางวัน 27 บาทต่อคนต่อวัน
โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 101-120 คน
- ได้ค่าอาหารกลางวัน 24 บาทต่อคนต่อวัน
โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 121 คนขึ้นไป
- ได้ค่าอาหารกลางวัน 22 บาทต่อคนต่อวัน
ทั้งนี้ที่ผ่านมาในปีงบประมาณ 2565 ที่ประชุมครม.ได้เคยเห็นชอบปรับอัตราค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนจากอัตรา 20 บาทต่อคนต่อวัน เป็นอัตรา 21 บาทต่อคนต่อวัน ก่อนจะปรับปรุงอีกครั้งในปีงบประมาณ 2566-2567 หลังจากกระทรวงศึกษาธิการ ระบุเหตุผลว่า เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพมากขึ้น และสามารถแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาของนักเรียน
- นักเรียนทั่วประเทศ 5.8 ล้านคนได้เงินค่าอาหารกลางวันเพิ่ม
ต่อมา นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี ว่า อัตราค่าอาหารกลางวันตามขนาดของโรงเรียน ครอบคลุมนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 - ป.6 ของ รร.ประถมศึกษา 5 สังกัด จำนวนนักเรียน 5,792,119 คน ได้แก่
- โรงเรียนสังกัด สพฐ.
- โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. (รวมทั้งที่จัดตั้งขึ้นเองและรับถ่ายโอน)
- โรงเรียนสังกัดตำรวจตะเวนชายแดน
- สถานศึกษาสังกัดการศึกษานอกระบบ
- สถานศึกษาสังกัด กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
“การปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันตามขนาดของโรงเรียนว่า จะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน ช่วยให้การบริหารจัดการงบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับขนาดของโรงเรียนและจำนวนนักเรียน ทำให้โครงการอาหารกลางวันให้มีคุณภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด” โฆษกรัฐบาล ระบุ





