
โคนมร่อนหนังสือปลัดเกษตร ขอกู้ดอกตํ่าปูยาง600ฟาร์ม
ชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ร่อนหนังสือถึงปลัดเกษตรฯ ในฐานะประธานมิลค์บอร์ด ขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้สำหรับสหกรณ์/ศูนย์รวมนม 600 ฟาร์ม ทั่วประเทศ เพื่อซื้อแผ่นยางธรรมชาติปูพื้นคอก หวังดันมาตรฐานผลิตน้ำนมดิบ เข้าระบบนมโรงเรียน 1.4 หมื่นล้าน เผยผลการศึกษา จาก สกว. การันตีการปูพื้นยางส่งผลผลิตนมโคที่เลี้ยงบนพื้นยางสูงกว่ากลุ่มที่เลี้ยงบนพื้นคอนกรีต
[caption id="attachment_54465" align="aligncenter" width="394"]
บัญชา โชติรัตนฤทธิ์[/caption]
นายบัญชา โชติรัตนฤทธิ์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ทำหนังสือถึงนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) เพื่อของบประมาณในการจัดซื้อยางพาราในโครงการแผ่นยางธรรมชาติปูพื้นคอกให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่มีแม่โค 30 แม่ขึ้นไป จำนวน 600 ฟาร์ม ในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงโคนมแบบยืนโรง ซึ่งพื้นคอกเป็นคอนกรีตแข็ง การยืนโรงเป็นเวลานานทำให้กีบและข้อเข่าของโคเกิดอาการเจ็บและอักเสบ มีผลต่อสุขภาพและผลผลิต
"ผลงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย หรือ สกว.ในปี 2551 พบว่าวัวนมโดยทั่วไปจะมีพฤติกรรมชอบพื้นคอกที่มีความนุ่ม จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการยืนกินอาหาร เดิน นั่ง นอนบนพื้นยางที่มีความนุ่มมากกว่าพื้นคอนกรีตที่มีความแข็ง เนื่องจากทำให้วัวรู้สึกสงบ และลดการบาดเจ็บที่บริเวณเข่า ที่สำคัญประสิทธิภาพการผลิตพบว่าปริมาณการกินอาหาร อัตราการเจริญเติบโต และผลผลิตนมของโคที่เลี้ยงบนพื้นยางจะสูงกว่ากลุ่มที่เลี้ยงบนพื้นคอนกรีต แม่วัวนมที่เลี้ยงบนพื้นยางนั้นสามารถกินอาหารได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5.4 % และผลผลิตนมเพิ่มขึ้นประมาณ 4.85% ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายนมเพิ่มขึ้นวันละ 5.93%"
นายบัญชา กล่าวอีกว่า จากปริมาณน้ำนมของโคที่เพิ่มขึ้น 4.85% ข้างต้น หากคำนวณเกษตรกรรีดนมเฉลี่ย 300 กิโลกรัม/วัน จะมีน้ำนมดิบเพิ่ม 14.45 กิโลกรัม/วัน คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น 225 บาท/วัน หรือ 9.3 หมื่นบาท/ปี คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งโครงการ 55.85 ล้านบาท (คิดจากราคาน้ำนมที่เกษตรกรขายได้ 17.50 บาท/กิโลกรัม อย่างไรก็ดี หากเกษตรกรทำน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ จะทำให้การกำหนดราคารับซื้อเพิ่มไม่น้อยกว่า 1.20 บาท/กิโลกรัม จะส่งผลทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มจากคุณภาพน้ำนมที่ดีขึ้นเป็นเงิน 360 บาท/วัน หรือ 1.31 แสนบาท/ปี คิดเป็นรายได้จากคุณภาพน้ำนมที่เพิ่มขึ้นทั้งโครงการ 78.84 ล้านบาท รวมผลตอบแทนทางเศรษฐกิจทั้งสิ้นปีละประมาณ 134.69 ล้านบาท
สำหรับผลที่คาดหวังหากโครงการนำร่องเกิดขึ้นจะทำให้เกษตรกรเข้าใจถึงประโยชน์การใช้ยางแผ่นธรรมชาติรองพื้นคอกโคนม และเข้าถึงวิธีการบันทึกข้อมูลฟาร์มของตนเองและเห็นข้อมูลเปรียบเทียบฟาร์มตนเอง กับฟาร์มที่ใช้แผ่นรองยาง จะทำให้อนาคตมีการใช้แผ่นรองยางเกิดขึ้น จะเป็นการแก้ปัญหาราคายางในประเทศได้ด้วย
อย่างไรก็ตามในแต่ละปี ทางชุมนุมสหกรณ์ จะจัดประชุมใหญ่เป็นประจำทุกปีประมาณเดือนมิถุนายน เพื่อรายงานผลการดำเนินโครงการในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมในปีที่ผ่านมา ตลอดจนเพื่อให้สมาชิกได้รับทราบและเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง นโยบายในการขับเคลื่อนงานด้านการเลี้ยงโคนมในปีต่อไป สำหรับในปีนี้วาระพิเศษจะมีการเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการชุดใหม่ในการบริหารชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ครบวาระ 2 ปี
ภาพหน้าปกไม่เกี่ยวข้อกับเนื้อหา
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,158 วันที่ 19 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_54465" align="aligncenter" width="394"]
นายบัญชา โชติรัตนฤทธิ์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ทำหนังสือถึงนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) เพื่อของบประมาณในการจัดซื้อยางพาราในโครงการแผ่นยางธรรมชาติปูพื้นคอกให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่มีแม่โค 30 แม่ขึ้นไป จำนวน 600 ฟาร์ม ในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงโคนมแบบยืนโรง ซึ่งพื้นคอกเป็นคอนกรีตแข็ง การยืนโรงเป็นเวลานานทำให้กีบและข้อเข่าของโคเกิดอาการเจ็บและอักเสบ มีผลต่อสุขภาพและผลผลิต
"ผลงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย หรือ สกว.ในปี 2551 พบว่าวัวนมโดยทั่วไปจะมีพฤติกรรมชอบพื้นคอกที่มีความนุ่ม จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการยืนกินอาหาร เดิน นั่ง นอนบนพื้นยางที่มีความนุ่มมากกว่าพื้นคอนกรีตที่มีความแข็ง เนื่องจากทำให้วัวรู้สึกสงบ และลดการบาดเจ็บที่บริเวณเข่า ที่สำคัญประสิทธิภาพการผลิตพบว่าปริมาณการกินอาหาร อัตราการเจริญเติบโต และผลผลิตนมของโคที่เลี้ยงบนพื้นยางจะสูงกว่ากลุ่มที่เลี้ยงบนพื้นคอนกรีต แม่วัวนมที่เลี้ยงบนพื้นยางนั้นสามารถกินอาหารได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5.4 % และผลผลิตนมเพิ่มขึ้นประมาณ 4.85% ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายนมเพิ่มขึ้นวันละ 5.93%"
นายบัญชา กล่าวอีกว่า จากปริมาณน้ำนมของโคที่เพิ่มขึ้น 4.85% ข้างต้น หากคำนวณเกษตรกรรีดนมเฉลี่ย 300 กิโลกรัม/วัน จะมีน้ำนมดิบเพิ่ม 14.45 กิโลกรัม/วัน คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น 225 บาท/วัน หรือ 9.3 หมื่นบาท/ปี คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งโครงการ 55.85 ล้านบาท (คิดจากราคาน้ำนมที่เกษตรกรขายได้ 17.50 บาท/กิโลกรัม อย่างไรก็ดี หากเกษตรกรทำน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ จะทำให้การกำหนดราคารับซื้อเพิ่มไม่น้อยกว่า 1.20 บาท/กิโลกรัม จะส่งผลทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มจากคุณภาพน้ำนมที่ดีขึ้นเป็นเงิน 360 บาท/วัน หรือ 1.31 แสนบาท/ปี คิดเป็นรายได้จากคุณภาพน้ำนมที่เพิ่มขึ้นทั้งโครงการ 78.84 ล้านบาท รวมผลตอบแทนทางเศรษฐกิจทั้งสิ้นปีละประมาณ 134.69 ล้านบาท
สำหรับผลที่คาดหวังหากโครงการนำร่องเกิดขึ้นจะทำให้เกษตรกรเข้าใจถึงประโยชน์การใช้ยางแผ่นธรรมชาติรองพื้นคอกโคนม และเข้าถึงวิธีการบันทึกข้อมูลฟาร์มของตนเองและเห็นข้อมูลเปรียบเทียบฟาร์มตนเอง กับฟาร์มที่ใช้แผ่นรองยาง จะทำให้อนาคตมีการใช้แผ่นรองยางเกิดขึ้น จะเป็นการแก้ปัญหาราคายางในประเทศได้ด้วย
อย่างไรก็ตามในแต่ละปี ทางชุมนุมสหกรณ์ จะจัดประชุมใหญ่เป็นประจำทุกปีประมาณเดือนมิถุนายน เพื่อรายงานผลการดำเนินโครงการในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมในปีที่ผ่านมา ตลอดจนเพื่อให้สมาชิกได้รับทราบและเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง นโยบายในการขับเคลื่อนงานด้านการเลี้ยงโคนมในปีต่อไป สำหรับในปีนี้วาระพิเศษจะมีการเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการชุดใหม่ในการบริหารชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ครบวาระ 2 ปี
ภาพหน้าปกไม่เกี่ยวข้อกับเนื้อหา
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,158 วันที่ 19 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






