
เอาไม่อยู่ 1 มิ.ย. ของกิน ของใช้แห่ขึ้นราคายกแผง มีอะไรบ้าง
รัฐบาลเอาไม่อยู่! 1 มิถุนายน “วันปรับราคาสินค้าแห่งชาติ” ของกิน ของใช้ ข้าวสาร อาหารแห้ง กะปิ น้ำปลา บะหมี่ซอง กาแฟกระป๋อง แห่ปรับราคาใหม่ยกแผง
หลังผู้ประกอบการสินค้าอุปโภค-บริโภค ของใช้ในชีวิตประจำวันประกาศปรับราคาสินค้า เพราะต้นทุนต่างๆ ทั้งการผลิต การขนส่ง บรรจุภัณฑ์ วัตถุดิบ ที่ปรับสูงขึ้นจนไม่สามารถแบกรับภาระ และเดินหน้าธุรกิจได้ จึงต้องประกาศปรับราคาขึ้น โดยถือฤกษ์วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นวันเริ่มต้นราคาสินค้าใหม่
ไม่ว่าจะเป็น “บะหมี่ซองฯ" "มาม่า” ที่ปรับขึ้นราคาขายส่งซองละ .10 บาท ตามด้วย “ไวไว” รวมถึง “ยำยำ” ก็ประกาศปรับขึ้นราคาขายส่งซองละ .10 บาทเช่นกัน
ขณะที่ “ซันโทรี่ เป๊ปซี่ โค เบเวอเรจ ประเทศไทย” ก็สุดอั้นเพราะต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากบรรจุภัณฑ์ทั้งขวดพลาสติก กระป๋องอลูมิเนียม รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการขนส่งพุ่งเป็นเงาตามตัว จึงประกาศปรับราคา “เป๊ปซี่” ทุกขนาด ทุกแพ็คเกจจิ้ง 1-2 บาท
แม้ก่อนหน้านี้ทั้งนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน รวมถึงนายตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ต่างออกมายืนยันว่า สินค้าจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาไม่ว่าจะเป็น “เป๊ปซี่” หรือ “ยำยำ” รวมถึง “มาม่า” พร้อมกับเรียกผู้ประกอบการ ห้าง ร้านค้าปลีก มาเจรจาขอให้อย่าปรับราคาขึ้น ตรึงราคาสินค้าต่อไป รวมถึงร่วมมือกับพาณิชย์ในการจัดมหกรรมลดราคาสินค้าด้วย
ล่าสุดจากการสอบถามเจ้าของร้านค้าส่งรายใหญ่ ย่านมีนบุรี กรุงเทพฯ ในวันนี้ (31 พ.ค. 2565) ระบุว่า พรุ่งนี้ (1 มิ.ย. 2565) ราคาสินค้าปรับขึ้นเยอะมาก ไม่เคยเยอะอย่างนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเนสกาแฟ ครีมเทียม กาแฟกระป๋อง นม ของใช้ก็ขึ้น ... (ถอนหายใจ)
"วันนี้ของที่เข้ามาก็ปรับราคาขึ้นหมดแล้ว โดยบริษัทแจ้งว่า ให้ปรับขึ้นในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ได้เลย"
รายการสินค้าที่ปรับขึ้นราคา ล่าสุด ได้แก่
- เนสกาแฟ ราคาเดิม 185 บาท (60 ซอง) ราคาใหม่ 195 บาท (60ซอง)
ราคาเดิม 300 บาท (100 ซอง) ราคาใหม่ 310 บาท (100 ซอง)
- เบอร์ดี้ ราคาเดิม 90 บาท (27 ซอง) ราคาใหม่ 100 บาท (27 ซอง)
ราคาเดิม 185 บาท (60 ซอง) ราคาใหม่ 195 บาท (60ซอง)
- มอคโคน่า ราคาเดิม 95 บาท (27 ซอง) ราคาใหม่ 105 บาท (27 ซอง)
ราคาเดิม 185 บาท (60 ซอง) ราคาใหม่ 195 บาท (60 ซอง)
- เบอร์ดี้ กาแฟพร้อมดื่ม ราคาเดิม 15 บาท/กระป๋อง ราคาใหม่ 17 บาท/กระป๋อง
ข้าวสาร
- ชมพู่ม่วง ราคาเดิม 95 บาท/ถุง (5 ก.ก.) ราคาใหม่ 105 บาท/ถุง (5 ก.ก.)
- ชมพู่หยก ราคาเดิม 139 บาท/ถุง (5 ก.ก.) ราคาใหม่ 149 บาท/ถุง (5ก.ก.)
ราคาเดิม 390 บาท/ถัง (15 ก.ก.) ราคาใหม่ 405 บาท/ถัง (15 ก.ก.)
- ชมพู่ฟ้า ราคาเดิม 165 บาท/ถุง (5 ก.ก.) ราคาใหม่ 175 บาท/ถุง (5 ก.ก.)
ราคาเดิม 460 บาท/ถัง (15 ก.ก.) ราคาใหม่ 480 บาท/ถัง (15 ก.ก.)
- ชมพู่เพชร ราคาเดิม 175 บาท/ถุง (5 ก.ก.) ราคาใหม่ 185 บาท/ถุง (5 ก.ก.)
ราคาเดิม 475 บาท/ถัง (15 ก.ก.) ราคาใหม่ 495 บาท/ถัง (15 ก.ก.)
- ชมพู่แดง ราคาเดิม 240 บาท/ถัง (15 ก.ก.) ราคาใหม่ 265 บาท/ถัง (15 ก.ก.)
- ส้มโอ ราคาเดิม 175 บาท/ถุง (5 ก.ก.) ราคาใหม่ 185 บาท/ถุง (5 ก.ก.)
ราคาเดิม 490 บาท/ถัง (15 ก.ก.) ราคาใหม่ 510 บาท/ถัง (15 ก.ก.)
- ลำใย ราคาเดิม 105 บาท/ถุง (5ก.ก.) ราคาใหม่ 115 บาท/ถุง (5 ก.ก.)
ราคาเดิม 295 บาท/ถัง (15 ก.ก.) ราคาใหม่ 315 บาท/ถัง (15 ก.ก.)
- ไก่แจ้ส้ม ราคาเดิม 90 บาท/ถุง (5 ก.ก.) ราคาใหม่ 100 บาท/ถุง (5 ก.ก.)
ราคาเดิม 260 บาท/ถัง (15 ก.ก.) ราคาใหม่ 280 บาท/ถัง (15 ก.ก.)
น้ำมันพืช
- องุ่น ราคาเดิม 69 บาท/ขวด ราคาใหม่ 72 บาท/ขวด
- มรกต ราคาเดิม 67 บาท/ขวด ราคาใหม่ 76 บาท/ขวด
- ทับทิม ราคาเดิม 65 บาท/ขวด ราคาใหม่ 69 บาท/ขวด
- หยก ราคาเดิม 65 บาท/ขวด ราคาใหม่ 69 บาท/ขวด
- เป๊ปซี่ ปรับราคาขึ้นทุกขนาดอย่างละ 2 บาท/ขวด/กระป๋อง
- ครีมเทียม ปรับราคาขึ้น 4-5 บาท/500 กรัม/1,000 กรัม
- เครื่องปรุงรส (ผง) ปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 1 บาท/ซอง
- เครื่องปรุงรส (ขวด) ปรับราคาขึ้นตั้งแต่ 2-5 บาท/ขวด
- น้ำหวานเข้มข้น ปรับราคาขึ้นตั้งแต่ 3-6 บาท/ขวด
ขณะที่มีสินค้าที่ประกาศปรับราคาขึ้นล่วงหน้าไปแล้ว แต่จะมีผล ตั้งแต่วันนี้ที่ 1 มิถุนายน 2565 นี้เช่นกัน ได้แก่
- น้ำยาปรับผ้านุ่มขนาด 550-600 มล. ปรับราคา 2-3 บาท จากปกติ 15-18 บาทเป็น 18-20 บาท
- กระดาษชำระ (แพค 6 ม้วน) จากราคา 69 บาท เป็น 72 บาท
- ซอสหอยนางรม ขวดใหญ่ (800 กรัม) จากปกติ 37 บาท ปรับเป็น 42 บาท
- น้ำยาล้างจาน ชนิดเติม จาก 38 บาท ปรับขึ้นเป็น 40 บาท
- ปลากระป๋อง ปรับขึ้นจาก 10 บาท เป็น 12-14 บาท
- นมถั่วเหลืองขวด ปรับราคาขึ้นจาก 12 บาทเป็น 15 บาท
- สบู่ก้อน ปรับราคาขึ้นจาก 10-15 บาทเป็น 12-15 บาท
- แชมพู-ครีมนวด ยังไม่มีการปรับราคาขึ้น
- น้ำผลไม้แพค 4 ปรับราคาขึ้นจาก 36 บาทเป็น 42 บาท
การปรับขึ้นราคาสินค้ายกแผงครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบหนักต่อผู้บริโภคคนไทย และเชื่อว่าเป็นก๊อกแรกเท่านั้น ยังต้องลุ้นต่อไปว่า มีสินค้าอะไรที่จะปรับขึ้นอีก หรือปรับขึ้นระลอก 2 ก็เป็นได้






