thansettakij
thansettakij
กรมสบส.เตรียม2โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยหลังสั่งปิดชั่วคราวรพ.เดชา

กรมสบส.เตรียม2โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยหลังสั่งปิดชั่วคราวรพ.เดชา

12 พ.ค. 59 | 06:58 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 59 | 11:47 น.
นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการสั่งปิดโรงพยาบาล(รพ.)เดชา ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม.ว่า ในวันนี้(12 พฤษภาคม 2559) ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งปิดรพ.เดชาแล้วตามมาตรา 50 แห่ง พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 เป็นระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่ง เนื่องจากรพ.เดชาดำเนินการไม่เป็นไปตามมาตรฐาน คือ1.ไม่จัดให้มีบุคลากรตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะบุคลากรวิชาชีพ 3 สาขาหลักที่จำเป็น   ในการดำเนินการบริการของโรงพยาบาล ได้แก่ แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร และ2.มีการปิดให้บริการแผนกผู้ป่วยฉุกเฉินหรือ อีอาร์ (ER) ซึ่งเป็นสาระสำคัญของการให้บริการของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ จนเป็นเหตุให้เกิดอันตราย ก่อความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรง ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียโอกาสในการรับการรักษาพยาบาล

“ขอยืนยันประชาชนทุกคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มั่นใจในมาตรการดำเนินการของกรมสบส.ในการดูแลสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนที่เจ็บป่วยให้ได้รับการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน และไม่มีการทอดทิ้งประชาชนที่ใช้บริการอย่างแน่นอน โดยกรณีของรพ.เดชา ซึ่งมีผู้ประกันตนประมาณ 40,000 คน และมีผู้ป่วยพักรักษาตัวประมาณ 7 คน กรมสบส.ได้ประสานสำนักงานประกันสังคม ขณะนี้ได้จัดสถานพยาบาลในเขตกทม.รองรับไว้ 2 แห่ง คือที่รพ.ราชวิถี และรพ.เลิดสิน ผู้ประกันตนสามารถติดต่อแจ้งเลือกใช้สิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมและในวันนี้ได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่   จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมายไปติดตามดูแลความเรียบร้อย ในการบริหารจัดการ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อประชาชนทุกสิทธิ”

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวต่อไปว่า ในวันนี้ กรมสบส.ได้จัดประชุมผู้บริหารระดับสูงของกรมสบส. ทั้งส่วนกลางและสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต 12 เขต โดยได้กำชับให้ทุกแห่งทำงานเชิงรุกในการตรวจสอบควบคุมคุณภาพมาตรฐานสถานพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การเสริมความงาม รวมทั้งมาตรฐานของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้เป็นไปตามกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ เน้นหนักที่การควบคุมเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาหรือผลกระทบต่อประชาชน และถือเป็นยุทธศาสตร์การทำงานของกรมสบส.ทั้งก่อนการอนุญาตและภายหลังได้รับอนุญาตแล้ว เพื่อให้สถานพยาบาลเป็นที่พึ่งสุขภาพของประชาชนได้มาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง

ด้านนายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสบส.กล่าวว่า หลังจากที่มีคำสั่งปิดรพ.เดชา เมื่อรพ.เดชาได้รับคำสั่งแล้ว หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตามกฎหมายได้ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ทราบคำสั่ง เพื่อให้ความเป็นธรรม และหากรพ.ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสถานพยาบาลให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในช่วงระยะเวลาที่ปิดสถานพยาบาลแล้ว สามารถแจ้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นผู้อนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล เพื่อดำเนินการตรวจสอบมาตรฐาน และพิจารณาเพิกถอนคำสั่ง ให้สามารถดำเนินกิจการสถานพยาบาลได้ต่อไป