MACO เปิดตัว LED RIBBON CHRISTMAS TREE รับปีใหม่

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
23 ธ.ค. 2564 เวลา 13:20 น. 88

MACO สร้างสีสันส่งท้ายปี จับมือพันธมิตรเปิดตัว LED RIBBON CHRISTMAS TREE ต้นคริสต์มาสแอลอีดี ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเนรมิตรแสงสีเสียงลาน Skywalk ช่องนนทรีเป็นของขวัญปีใหม่ชาวกรุง

บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO จับมือ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) และสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย บริษัท แอสเสท เวิรด์  คอร์ป จำกัด (มหาชน) และพันธมิตร, สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย (Hong Kong Economic and Trade Office: HKETO) ร่วมเนรมิตพื้นที่ทั่วทั้งลาน  Skywalk ช่องนนทรีให้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่ตระการตาไปด้วย แสง สี เสียง แห่งความสุข ภายใต้คอนเซปต์ “Light of Happiness”

MACO เปิดตัว LED RIBBON CHRISTMAS TREE  รับปีใหม่

พร้อมไฮไลต์เปิดตัว LED RIBBON CHRISTMAS TREE  ต้นคริสต์มาส LED ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยเปิดให้เข้าชมและถ่ายภาพส่งต่อความสุขได้ตั้งแต่วันนี้ – กุมภาพันธ์ 2565

 

นาย พุน ฉง กิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO กล่าวว่า บริษัทในเครือของ MACO  ได้รับสิทธิ์ในการดูแลพื้นที่ลานอเนกประสงค์ Skywalk ช่องนนทรีจากกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปลายปี 2563 โดยบริษัทฯ จึงได้พัฒนาปรับปรุงหลังคาและพื้นที่โดยรอบให้มีรูปแบบทันสมัย ภายใต้แนวคิด “สวนคลองลอยฟ้า” (Canal Park Skywalk) 

 

โดยดีไซน์รูปแบบของหลังคาให้มีความโค้งลื่นไหลดุจสายน้ำ และมีรูปแบบเหมือนใบไม้ที่สื่อถึงความร่มรื่นและให้ร่มเงาตลอดแนวของหลังคา  ซึ่งการดึงคอนเซปต์ธรรมชาติเข้ามาสร้างความสุข ให้ความรู้สึกผ่อนคลายกับผู้สัญจรบริเวณย่านสาทรนี้  เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการพัฒนาสวนสาธารณะคลองช่องนนทรีของกรุงเทพมหานครด้วย

และเนื่องจากช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากจากการระบาดของ Covid-19 บรรยากาศแห่งความสุข เทศกาลพิเศษมายมายได้ถูกงดไปจากผลกระทบดังกล่าว การสร้างความสุขและรอยยิ้มให้คืนกลับมาอีกครั้งจึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่บริษัทและพาร์ทเนอร์ทั้งหมด ร่วมมือกันจัดงานในครั้งนี้ขึ้น

 

ทั้งนี้บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า Skywalk ช่องนนทรี จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ และเป็นสถานที่แห่งการสร้างแรงบันดาลใจและเป็นความสุขที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและพบเจอได้ พร้อมทั้งยังเป็นสถานที่สำหรับสนับสนุนกิจกรรมการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ในทุกเทศกาลแห่งความสุขที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย”

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง