
ไมเร็กซ์โหมรุกเพิ่มแชร์เท่าตัว กางแผนส่ง 4 แบรนด์บุกตลาดเครื่องครัวไทยเต็มสูบ
ไมเร็กซ์ กางแผนรุกตลาดไทยเต็มสูบ หลังกำลังซื้อชะลอตัวพ่นพิษ ทั้งการพาแบรนด์ Meyer และ Prestige เจาะตลาดล่าง ,คลอดสินค้าใหม่ และเตรียมแต่งตั้งดิสบิวเตอร์อย่างเป็นทางการ วางเป้า 5 ปี โกยมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม 20%
นายโจเซฟ เคซี โล กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในกลุ่มไมย์เออร์ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องครัวชั้นนำของโลก อาทิ Anolon , Circulon ,Meyer และ Prestige เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทวางเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยช่วง 5 ปีนับจากนี้ (2559-2563) คือการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทเป็น 20% จากปัจจุบันที่ครองส่วนแบ่งในตลาดอยู่ที่ 10% เพื่อก้าวเป็นแบรนด์เครื่องครัวที่อยู่ในใจกลุ่มเป้าหมายชาวไทย ผ่านแบรนด์ในเครือ ทั้ง 4 แบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันออกไป ได้แก่ Anolon และ Circulon ที่ใช้ในการเจาะตลาดไฮเอ็นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ , Meyer และ Prestige ที่ใช้ในการเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป
โดยบริษัทเตรียมกลยุทธ์ในการรุกตลาดหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในสภาวะที่เศรษฐกิจกำลังซื้อชะลอตัว ด้วยการรุกเข้าไปในตลาดล่างมากยิ่งขึ้นในส่วนของแบรนด์ Meyer และ Prestige ผ่านช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย การจัดคอร์สทำอาหารทุกสัปดาห์ และต่อยอดไปยังช่องทางออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ตัวแบรนด์ ภายใต้งบประมาณทางการตลาด 5% ของยอดขาย ควบคู่กับการการหันมาให้ความสำคัญในการขยายช่องทางการจำหน่ายดิสบิวเตอร์อย่างจริงจังในปีนี้ หลังจากที่บริษัทยังไม่มีดิสบิวเตอร์อย่างเป็นทางการ โดยวางเป้าหมายทำตลาดผ่านดิวบิวเตอร์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดโชว์รูมที่เชียงใหม่ เพื่อการกระจายสินค้าไปยังแถบจังหวัดภาคเหนือ ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม กัมพูชา จากปัจจุบันที่บริษัทมีโชว์รูม ณ อาคารเตียวฮง ถนนบางนา กม. 4.5 แล้ว 1 แห่ง
ด้านการเปิดตัวสินค้าใหม่นั้น บริษัทมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ราว 20-30 รายการต่อปี
ทั้งการผลิตแทนไลน์สินค้าเดิมที่ไม่ได้รับความนิยมในตลาดแต่เพิ่มการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆเข้าไป ล่าสุดในช่วงเดือนกรกฎาคมบริษัทยังเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในชื่อ "อัลติมัม" จากแบรนด์ Circulon ซึ่งเป็นการเข้ามาแทนที่ไลน์สินค้าเดิมและจะมีการเปิดตัวพร้อมกันใน 15 ประเทศทั่วโลก โดยมีคุณสมบัติเด่นที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของชาวเอเชียทั้งน้ำหนักเบา แผ่นสแตนเลสในการให้ความร้อนที่สม่ำเสมอออกมากระตุ้นตลาดในช่วงครึ่งปีหลังอีกด้วย
"ต้องยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วงที่ผ่านมาส่งผลต่อภาพรวมการแข่งขันในตลาดบนบ้างเล็กน้อยเนื่องจากช่องทางการจำหน่ายที่ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้สินค้าที่อยู่ในตลาดแมสสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่าในตลาดไฮเอ็น เนื่องจากราคาที่ตอบโจทย์มากกว่าทำให้ปีนี้เราหันมารุกตลาดล่างเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างและรักษาระดับการเติบโตที่ควบคู่กันไปทั้งในตลาดบนและตลาดล่าง "
สำหรับโรงงานการผลิตของบริษัทที่ตั้งอยู่ที่ ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง บนพื้นที่ 103 ไร่ที่ถือเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของไมย์เออร์กรุ๊ป จากจากกำลังการผลิตของบริษัทกว่า 100 สายการผลิตนั้นยังสามารถรองรับกำลังการผลิตได้อีก 2-3 ปี และเหลือกำลังการผลิตอยู่ที่ 20% อย่างไรก็ตามวางเป้าหมายการเติบโตด้านรายได้ในสิ้นปีนี้ไว้ที่ 20% จากปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายที่มาจากแบรนด์ Meyer 50%, Prestige 30% และ Anolon , Circulon แบรนด์ละ 10% โดยคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 10% ซึ่งวางเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,155 วันที่ 8 - 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
นายโจเซฟ เคซี โล กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในกลุ่มไมย์เออร์ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องครัวชั้นนำของโลก อาทิ Anolon , Circulon ,Meyer และ Prestige เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทวางเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยช่วง 5 ปีนับจากนี้ (2559-2563) คือการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทเป็น 20% จากปัจจุบันที่ครองส่วนแบ่งในตลาดอยู่ที่ 10% เพื่อก้าวเป็นแบรนด์เครื่องครัวที่อยู่ในใจกลุ่มเป้าหมายชาวไทย ผ่านแบรนด์ในเครือ ทั้ง 4 แบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันออกไป ได้แก่ Anolon และ Circulon ที่ใช้ในการเจาะตลาดไฮเอ็นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ , Meyer และ Prestige ที่ใช้ในการเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป
โดยบริษัทเตรียมกลยุทธ์ในการรุกตลาดหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในสภาวะที่เศรษฐกิจกำลังซื้อชะลอตัว ด้วยการรุกเข้าไปในตลาดล่างมากยิ่งขึ้นในส่วนของแบรนด์ Meyer และ Prestige ผ่านช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย การจัดคอร์สทำอาหารทุกสัปดาห์ และต่อยอดไปยังช่องทางออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ตัวแบรนด์ ภายใต้งบประมาณทางการตลาด 5% ของยอดขาย ควบคู่กับการการหันมาให้ความสำคัญในการขยายช่องทางการจำหน่ายดิสบิวเตอร์อย่างจริงจังในปีนี้ หลังจากที่บริษัทยังไม่มีดิสบิวเตอร์อย่างเป็นทางการ โดยวางเป้าหมายทำตลาดผ่านดิวบิวเตอร์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดโชว์รูมที่เชียงใหม่ เพื่อการกระจายสินค้าไปยังแถบจังหวัดภาคเหนือ ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม กัมพูชา จากปัจจุบันที่บริษัทมีโชว์รูม ณ อาคารเตียวฮง ถนนบางนา กม. 4.5 แล้ว 1 แห่ง
ด้านการเปิดตัวสินค้าใหม่นั้น บริษัทมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ราว 20-30 รายการต่อปี
ทั้งการผลิตแทนไลน์สินค้าเดิมที่ไม่ได้รับความนิยมในตลาดแต่เพิ่มการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆเข้าไป ล่าสุดในช่วงเดือนกรกฎาคมบริษัทยังเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในชื่อ "อัลติมัม" จากแบรนด์ Circulon ซึ่งเป็นการเข้ามาแทนที่ไลน์สินค้าเดิมและจะมีการเปิดตัวพร้อมกันใน 15 ประเทศทั่วโลก โดยมีคุณสมบัติเด่นที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของชาวเอเชียทั้งน้ำหนักเบา แผ่นสแตนเลสในการให้ความร้อนที่สม่ำเสมอออกมากระตุ้นตลาดในช่วงครึ่งปีหลังอีกด้วย
"ต้องยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วงที่ผ่านมาส่งผลต่อภาพรวมการแข่งขันในตลาดบนบ้างเล็กน้อยเนื่องจากช่องทางการจำหน่ายที่ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้สินค้าที่อยู่ในตลาดแมสสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่าในตลาดไฮเอ็น เนื่องจากราคาที่ตอบโจทย์มากกว่าทำให้ปีนี้เราหันมารุกตลาดล่างเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างและรักษาระดับการเติบโตที่ควบคู่กันไปทั้งในตลาดบนและตลาดล่าง "
สำหรับโรงงานการผลิตของบริษัทที่ตั้งอยู่ที่ ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง บนพื้นที่ 103 ไร่ที่ถือเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของไมย์เออร์กรุ๊ป จากจากกำลังการผลิตของบริษัทกว่า 100 สายการผลิตนั้นยังสามารถรองรับกำลังการผลิตได้อีก 2-3 ปี และเหลือกำลังการผลิตอยู่ที่ 20% อย่างไรก็ตามวางเป้าหมายการเติบโตด้านรายได้ในสิ้นปีนี้ไว้ที่ 20% จากปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายที่มาจากแบรนด์ Meyer 50%, Prestige 30% และ Anolon , Circulon แบรนด์ละ 10% โดยคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 10% ซึ่งวางเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,155 วันที่ 8 - 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






