ร้านสะดวกซักบูม อัลไลแอนซ์ฯ ปั้นสินค้านวัตกรรมหนุนเติบโต 2 เท่า

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
09 พ.ย. 2564 เวลา 12:43 น. 87

อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ทุ่ม300 ล้านดอลลาห์สหรัฐปั้นสินค้านวัตกรรมสุดล้ำพร้อมบริการครบวงจร ตอกย้ำเบอร์ 1 ผู้ผลิตเครื่องซักผ้าอบผ้าอุตสาหกรรม รับธุรกิจร้านสะดวกซักในไทยบูมต่อเนื่อง

ความเฟื่องฟูของร้านสะดวกซักที่กระจายตัวอยู่ทุกพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด อีกทั้งมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนสาขาขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าร้านสะดวกซักกำลังเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างฉุดไม่อยู่

 

โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2564 ไทยจะมีร้านสะดวกซักถึง 2,400 สาขา และปีหน้าจะเติบโตทะยานเกือบ 4,000 สาขา เรียกได้ว่าช่วงเวลานี้คือยุคทองของร้านสะดวกซักที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก 

นายสุกรี กีไร ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโสประจำภูมิภาคอินโดจีน บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ แอลแอลซี (Alliance Laundry Systems LLC) ผู้นำด้านการผลิตเครื่องซักผ้าอบผ้าอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้ข้อมูลว่า ธุรกิจร้านสะดวกซักเพิ่งเข้ามาในไทยได้ไม่กี่ปี แต่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

 

โดยมีลักษณะการขยายตัวจากเมืองใหญ่ไปสู่นอกเมือง ซึ่งเป็นเส้นทางการเติบโตอย่างมั่นคงและเป็นรูปแบบเดียวกันกับหลายประเทศที่ธุรกิจร้านสะดวกซักได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศต่างๆ ในยุโรป  

“ด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตทั้งการเลือกใช้บริการเครื่องซักผ้าที่มีคุณภาพสูง สามารถซักและอบผ้าได้สะอาดในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงไม่ต้องใช้เงินลงทุนซื้อเครื่องซักผ้าที่ต้องคอยบำรุงรักษาตัวเครื่องอยู่เสมอ ทำให้ร้านสะดวกซักเข้ามาเติมเต็มความต้องการส่วนนี้ได้

 

ขณะเดียวกันคนที่ต้องการลงทุนในร้านสะดวกซักก็เพิ่มขึ้น เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องมีการบริหารจัดการที่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้พนักงาน เพียงลงทุนในเครื่องซักผ้าที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อส่งมอบการใช้งานและบริการที่ดีให้กับลูกค้า โดยธุรกิจร้านสะดวกซักในไทยยังเป็นตลาดบลูโอเชี่ยนที่มีช่องว่างและโอกาสในการแข่งขันอีกมาก ทาง อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของโลกในการผลิตเครื่องซักผ้าอบผ้าอุตสาหกรรมจึงเข้ามาปักธงธุรกิจในไทยอย่างเต็มตัว” 

 

อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ เป็นบริษัทจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการซักผ้ามาตั้งแต่ปี 2451 ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปีที่ผ่านมา อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์การซักผ้าอบผ้าอุตสาหกรรมและโซลูชั่นที่หลากหลาย ซึ่งได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยเมื่อปี 2560 ด้วยเป้าหมายให้ไทยเป็นฐานการผลิตของเอเปค(APAC) 

 

โดยทุ่มงบลงทุนมากกว่า 1,500 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานผลิตและแล็บด้านการวิจัยและพัฒนาที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีให้กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้  

 

“สำหรับ อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ เราอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนาน และโฟกัสเฉพาะด้านการผลิตเครื่องซักผ้าและอบผ้าเท่านั้น เป็นการการันตีถึงความเชี่ยวชาญของเราในการผลิตเครื่องซักผ้าอบผ้าอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพสูง เหมาะกับการใช้งานในร้านสะดวกซักโดยเฉพาะ ซึ่งสินค้าของ อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ทั้งแบรนด์ Speed Queen®, Huebsch®, Primus® และ IPSO® ถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติและความโดดเด่นที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ต้องการเปิดร้านสะดวกซักได้อย่างครอบคลุม และสอดรับกับรูปแบบของร้านสะดวกซักที่พวกเขาวางไว้ให้ได้มากที่สุด” 

 

นอกจากนี้อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ได้ลงทุนกว่า 300 ล้านดอลลาห์สหรัฐในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับเครื่องซักผ้า โดยผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นอยู่ที่การซักที่รวดเร็วแต่ยังคงไว้ซึ่งความสะอาด เป็นการเพิ่มจำนวนรอบการซักที่ทำให้เจ้าของธุรกิจมีรายรับที่มากขึ้น มาพร้อมกับการใช้งานผ่านหน้าจอแบบ Touch Screen ที่ผู้ใช้เครื่องสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและไม่ยุ่งยาก

 

ขณะเดียวกัน ได้ออกแบบให้สามารถควบคุมเครื่องซักผ้าผ่านระบบออนไลน์ โดยลูกค้ามอนิเตอร์ทั้งการสั่งงานเครื่องและดูรายรับของเครื่องได้ตลอดเวลาจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็มการใช้งานของลูกค้าได้ในอนาคต 

 

“อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำธุรกิจร้านสะดวกซัก ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของร้านหรือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รวมถึงให้ความรู้ด้านการใช้งานผลิตภัณฑ์และการทำการตลาด ตลอดจนมีบริการหลังการขายที่คอยดูแลและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ซึ่งเหล่านี้เป็นบริการที่ อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ส่งมอบให้กับผู้แทนจำหน่าย สำหรับเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจเพื่อส่งต่อสินค้าและบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าต่อไป ปัจจุบัน อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ขยายธุรกิจออกไปกว่า 140 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็สามารถก้าวขึ้นมาครองเบอร์ 1 ของอุตสาหกรรมนี้ได้ โดยเรามีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 64% หรือมีลูกค้ากว่า 1,500 ราย” 

แท็กที่เกี่ยวข้อง