
จ่ายค่าชดเชยเรือประมง แก้ปัญหาทำประมงผิดกม.
พลเรือโท จุมพล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าการนำเรือประมงไปจมเป็นประการังเทียมนั้นเห็นควรให้กรมประมงเป็นผู้ดำเนินการเนื่องจากพิกัดในการจมเป็นประการังเทียมได้ผ่านขั้นตอนการจัดสร้างปะการังเทียมของกรมประมงเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งกรมประมงยังมีประสบการณ์ในการจมเรือเป็นปะการังเทียมมาก่อน ในเบื้องต้นกำหนดสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับนำไปจมทำปะการังเทียม ในพื้นที่อ่าวไทยบริเวณจังหวัดสมุทรสาครสุราษฎร์ธานี ปัตตานี งบประมาณค่าใช้จ่ายในการนำเรือประมงไปจมนั้น เป็นเงิน 6,148,800 บาท
ทั้งนี้ คณะทำงานจัดซื้อเรือประมงคืนได้เสนอการจ่ายค่าชดเชยโดยแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆ ดังนี้ 1. คณะกรรมการตรวจสอบเรือประมงตามพื้นที่เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานของเรือประมงที่ได้รับค่าชดเชยให้ถูกต้องตามที่ ครม. เห็นชอบพร้อมจัดทำข้อตกลง 2. คณะกรรมการจ่ายค่าชดเชยเรือประมงเพื่อทำหน้าที่พิจารณาตรวจสอบเอกสารหลักฐานของเรือประมงอีกครั้งตามที่คณะกรรมการตรวจสอบเรือประมงเสนอ ขณะที่แนวทางการจ่ายค่าชดเชยเรือประมง แบ่งเป็น 1. จ่ายร้อยละ 30 ของราคาเรือที่ได้รับค่าชดเชยเมื่อคณะกรรมการจ่ายค่าชดเชยพิจารณาเห็นสมควรแล้ว 2. จ่ายร้อยละ 70 ของราคาเรือเมื่อคณะกรรมการนำเรือประมงไปจมเป็นประการังเทียมเสนอเอกสารหลักฐานการจมเรือประมงภายหลังการจมเรือประมงเรียบร้อยแล้ว ต่อคณะกรรมการจ่ายค่าชดเชยเพื่อพิจารณาเห็นสมควรจ่ายค่าชดเชย
"ด้านงบประมาณค่าใช้จ่ายในการนำเรือออกนอกระบบนั้น จะเป็นการจ่ายค่าชดเชยช่วยเหลือเจ้าของเรือประมง 105,779,220.40 บาท โดยใช้จ่ายจากงบประมาณของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตามที่ ครม. เห็นชอบแล้ว ส่วนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการนำเรือจำนวน 51 ลำไปจมเป็นประการังเทียมนั้นเป็นเงิน 6,148,8000 บาท ทั้งนี้สำหรับเรือประมงอวนรุนในระยะแรกมีกำหนดรับซื้อแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. นี้" โฆษก ศปมผ. กล่าว






