ภาคี 39 ร้านอาหารลุยฟ้อง "นายกฯ-คลัง-สธ.-มท.กทม.” ยกแผง

28 ก.ย. 2564 เวลา 2:26 น. 6

กลุ่มธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม กว่า 39 รายลุยฟ้องคดีแพ่งแบบกลุ่ม "นายกฯ-คลัง-สธ.-มท.กทม." 50 ล้าน เหตุบริหารจัดการวัคซีน/โควิด ไม่มีประสิทธิภาพ ไร้การเยียวยา ศาลแพ่งนัดไต่สวนคำขอฟ้องแบบกลุ่ม 9 พ.ย.นี้

บริษัท เดอะเนฟเวอร์ เอนดิง ซัมเมอร์ จำกัด ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับร้านจำหน่ายอาหารและ/หรือเครื่องดื่ม และตัวแทนของสมาชิกกลุ่มประกอบกิจการประกอบกิจการเกี่ยวกับร้านจำหน่ายอาหารและ/หรือเครื่องดื่ม ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มรวม 39 คน ได้เข้ายื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มเรียกร้องชดเชยค่าเสียหายจากคำสั่งปิดกิจการ 50ล้านบาท โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, กระทรวงการคลัง, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-5 ในคดีหมายเลขดำ พ.4412/2564


 

ทังนี้ในคำฟ้องสรุปว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 พล.อ.ประยุทธ์และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร จงใจหรือประมาทเลินเล่อบริหารจัดการวัคซีนชุดเครื่องมือตรวจของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 (Antigen Test Kit) และยาที่จำเป็นต่อการรักษาอาการที่เกิดจาก COVID-19 อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

 

นำมาซึ่งการออกข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งให้ปิดสถานที่ที่เสียงต่อการแพร่เชื้อโรคดังกล่าวซึ่งรวมถึงร้านอาหารและ/หรือเครื่องดื่มทั้งหมดหรือบางส่วนทั่วราชอาณาจักรหลายครั้ง ทำให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มไม่สามารถประกอบกิจการได้เต็มที่

อีกทั้งยังเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วนหรือหลักความพอสมควรแก่เหตุ และมาตรการที่ออกมาเพื่อเยียวยาความเสียหายก็เป็นมาตรการที่ไม่สามารถเยียวยาประชาชนได้อย่างแท้จริง ทำให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มได้รับความเสียหาย

ตามฟ้องโจทก์ ขอให้จำเลยที่ 1-5 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์เป็นเงิน 50 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และชำระค่าเสียหายในอนาคตให้แก่โจทก์เดือนละ 333,467.82 บาท และให้แก่สมาชิกกลุ่มตามวิธีการคำนวนค่าเสียหายของแต่ละบุคคล นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะยกเลิกมาตรการที่กระทบต่อโจทก์และสมาชิกกลุ่ม พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

 

และให้จำเลยที่ 1-5 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ให้แก่สมาชิกกลุ่ม เดือนละ 7,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 17 มี.ค.63 ถึงวันฟ้องด้วย 

ทั้งนี้ นาง ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความ เปิดเผยว่า “สำหรับการยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ในฐานะกำกับดูแลการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านค้าและเครื่องดื่มได้รับผลกระทบจากประกาศปิดร้านอาหารยกเว้นร้านอาหารที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งร้านอาหารต่างๆไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการขายเดลิเวอรี่ และบางร้านไม่สามารถที่จะขายเดลิเวอรี่ได้เพราะราคาอาหารในบางร้านไม่ได้ทำไว้สำหรับเดลิเวอรี่ เพราะฉะนั้นไม่สามารถทำได้ก็ต้องหยุดกิจการไปช่วงนึงแล้วปรับปรุงเพื่อให้อยู่รอดได้ ซึ่งต้องมีการลงทุน 


 

มองว่าการฟ้องครั้งนี้เป็นการเรียกร้องให้เกิดการนึกคิดว่าในการที่จะออกมาตรการใดๆก็ตามควรที่จะต้องคำนึงถึงเรื่องของผลกระทบและประโยชน์จากการที่ออกมาตราการนั้น เราไม่ได้ฟ้องเพื่อให้เพิกถอนข้อกำหนดต่างๆที่เกิดจากการประกอบกิจการเพราะบางเรื่องก็เป็นประโยชน์ แต่สิ่งสำคัญก็คือรัฐจะต้องมองว่าจะแก้ปัญหายังไงให้คนอยู่ได้ ที่ผ่านมาเราจะพบว่ามีร้านหลายร้านปิดตัวลงหลายร้าน ผู้ประกอบการซึ่งลงทุนไปกลายเป็นว่าติดลบกันไปเพราะเริ่มลงทุนก็ถูกสั่งปิด

 

ในส่วนนี้เราคิดมองว่าเป็นการฟ้องให้เห็นถึงสภาพปัญหาและมองว่าเวลาที่หน่วยงานหรือรัฐบาลที่จะดำเนินการต่างๆแม้ว่าจะอ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาก็จะต้องคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอีกฝั่งหนึ่งด้วย เคสนี้เรามองว่าถ้ารัฐแก้ปัญหาในเรื่องของโควิดวัคซีน ATK  การดูแลรักษามาก่อน การประกาศข้อกำหนดข้อบัญญัติเหล่านี้มันจะไม่เกิดขึ้นหรือถ้าจะเกิดขึ้นก็น้อยมากจะเห็นว่ามีข้อกำหนดทั้งหมด 32 ข้อและประกาศเยอะไปหมดทั้งต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร”


 

ด้านนายดวงฤทธิ์ บุนนาค เป็นเจ้าของบริษัท เดอะเนฟเวอร์ เอนดิ้ง ซัมเมอร์ จำกัด ตัวแทนผู้ประกอบการ จำนวน 39 ราย เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาร้านอาหารยังไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ ชี้รัฐออกประกาศข้อกำหนดโดยไม่มีความเห็นใจประชาชน ต้องการให้รัฐชดเชยและจ่ายเยียวผู้ประกอบการธุรกิจได้รับความเสียหายจากการหยุดกิจการชั่วคราว และลูกค้าที่ใช้บริการน้อยลง โดยเฉพาะร้านค้านอกห้างสรรพสินค้าไม่มีการเตรียมการเรื่องขายรูปแบบดีลิเวอรี เมื่อขายไม่ได้จึงต้องปิดกิจการชั่วคราว


 

ที่ผ่านมาร้านอาหารทั้งประเทศไม่เคยมีใครได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลจากการสั่งปิดกิจการ และไม่เคยมีการชดเชย ซึ่งร้านอาหารได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกำหนดนโยบายภาครัฐ การฟ้องแบบกลุ่มถ้าเราชนะคดีร้านอาหารทั่วประเทศก็จะได้รับประโยชน์และการชดเชยจากภาครัฐอย่างเป็นธรรม

 

เราพูดกันไปตามหลักการในสำนวนมีการอ้างอิงหลักการสากลชัดเจนว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัดหลักการทำธุรกิจระหว่างประเทศด้วย ก็คือเป็นวิธีที่รัฐตัดสินใจโดยไม่มีความห่วงใยประชาชน ในเบื้องต้นเราเรียกร้องให้เกิดการชดเชยก่อนซึ่งเป็นประเด็นหลักที่เราต้องการอย่างน้อยก็ให้ธุรกิจร้านอาหารที่ต้องปิดสามารถเดินหน้าต่อไปได้และความเสียหายที่เกิดขึ้นได้รับความเชย”

 

ศาลได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดี ที่ พ.4412/2564 และนัดไต่สวนคำร้องแบบกลุ่ม ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.โดยโจทก์จะดำเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านโปรแกรม Zoom จากที่ทำการของโจทก์

แท็กที่เกี่ยวข้อง