
พาณิชย์จัดงาน“เจ้าพระยา-ป่าสักแฟร์”ครั้งที่ 12
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคกลางตอนบน 2 ได้แก่ ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท จัดมหกรรมสินค้าอาหารปลอดภัยและผลิตภัณฑ์ชุมชนในงาน เจ้าพระยา - ป่าสักแฟร์ ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2559 ศูนย์การค้าเจ.เจ.มอลล์ จตุจักร ตลาดติดแอร์ ชั้น 1 โดยได้นำสินค้าของดีจากจังหวัดดังกล่าวมาจัดแสดงและจำหน่ายตรงให้กับคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ในการจัดงานดังกล่าว ได้มีการคัดสรรสินค้าคุณภาพดีกว่า 80 ราย เช่น อาทิ ไข่เค็มดินสอพอง ผ้าไหมมัดหมี่ จ.ลพบุรี ส้มโอขาวแตงกวา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ จ.ชัยนาท ปลาช่อนแม่ลา หมูทุบ กุนเชียงปลา จ.สิงห์บุรี กลองเอกราช เมล่อนอินทรีย์ ไข่นกกระทา จ.อ่างทอง เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของแต่ละจังหวัด
“การจัดงานดังกล่าว เป็นการใช้นโยบายประชารัฐ ที่รัฐได้ร่วมมือกับภาคเอกชน และผู้ผลิตสินค้าชุมชนในการพัฒนาการผลิตสินค้า และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และทำให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากมีความเข้มแข็งขึ้น และที่สำคัญ ยังช่วยให้ประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในแหล่งผลิต สามารถซื้อหาสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตโดยตรงในราคาถูก ประหยัด และช่วยในการลดค่าครองชีพได้ด้วย”นางอภิรดีกล่าว
สำหรับผลการจัดงาน 1 วัน ที่ผ่านมา (28 เมษายน 2559) มียอดคนให้ความสนใจเข้าชมภายในงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน คาดว่าการจัดงานทั้ง 5 วัน จะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 50,000 คน และมียอดเงินสะพัดกลับไปยังกลุ่มจังหวัดกว่า 3 ล้านบาท
นางอภิรดีกล่าวว่า กระทรวงฯ ยังมีแผนที่จะผลักดันให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ใช้นโยบายประชารัฐในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งจะผลักดันให้เกิดความร่วมมือทั้งในด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การค้าขาย การแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร และการลดค่าครองชีพ ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมา สามารถประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ
ทั้งนี้ ในการจัดงานดังกล่าว ได้มีการคัดสรรสินค้าคุณภาพดีกว่า 80 ราย เช่น อาทิ ไข่เค็มดินสอพอง ผ้าไหมมัดหมี่ จ.ลพบุรี ส้มโอขาวแตงกวา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ จ.ชัยนาท ปลาช่อนแม่ลา หมูทุบ กุนเชียงปลา จ.สิงห์บุรี กลองเอกราช เมล่อนอินทรีย์ ไข่นกกระทา จ.อ่างทอง เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของแต่ละจังหวัด
“การจัดงานดังกล่าว เป็นการใช้นโยบายประชารัฐ ที่รัฐได้ร่วมมือกับภาคเอกชน และผู้ผลิตสินค้าชุมชนในการพัฒนาการผลิตสินค้า และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และทำให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากมีความเข้มแข็งขึ้น และที่สำคัญ ยังช่วยให้ประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในแหล่งผลิต สามารถซื้อหาสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตโดยตรงในราคาถูก ประหยัด และช่วยในการลดค่าครองชีพได้ด้วย”นางอภิรดีกล่าว
สำหรับผลการจัดงาน 1 วัน ที่ผ่านมา (28 เมษายน 2559) มียอดคนให้ความสนใจเข้าชมภายในงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน คาดว่าการจัดงานทั้ง 5 วัน จะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 50,000 คน และมียอดเงินสะพัดกลับไปยังกลุ่มจังหวัดกว่า 3 ล้านบาท
นางอภิรดีกล่าวว่า กระทรวงฯ ยังมีแผนที่จะผลักดันให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ใช้นโยบายประชารัฐในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งจะผลักดันให้เกิดความร่วมมือทั้งในด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การค้าขาย การแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร และการลดค่าครองชีพ ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมา สามารถประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ






