
JUBILE พร้อมรุก“ตลาดออนไลน์”เพิ่ม
[caption id="attachment_48644" align="aligncenter" width="376"]
อัญรัตน์ พรประกฤต[/caption]
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JUBILE เปิดเผยหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นใหญ่ประจำปี 2559 ว่า บริษัทพร้อมที่จะศึกษาเครื่องมือในการรุกตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น ตามที่ผู้ถือหุ้นเสนอแนะ หลังจากพบแนวโน้มพฤติกรรมการซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก และมีเครื่องมืออย่างธุรกิจ FINTECH หรือ Financial Technology มาช่วยอำนวยความสะดวก
โดยปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอย่างคู่ขนานระหว่าง ออฟไลน์ และ ออนไลน์ โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขา 123 สาขา และจะเพิ่มอีกประมาณ 4-6 สาขาในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับโฉมรูปแบบเว็บไซด์ www.jubileediamond.co.th เพื่อรองรับกระแสที่มาแรงในขณะนี้
ขณะเดียวกันยังได้ทำการตลาดออนไลน์ผ่าน โซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งทาง Facebook : Jubilee Diamond (Thailand) ที่ขณะนี้มียอดกด LIKE กว่า 88,800 รายแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังบริษัทได้ทำกิจกรรมการตลาดผ่านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และนำเสนอ ทั้งโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ คอลเลกชั่นสินค้าใหม่ๆ รวมไปถึงการร่วมสนุกในกิจกรรม ออนไลน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการโปรโมทผ่าน LINEID @jubileediamond และ Instagram : Jubileediamond ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้การทำตลาดสื่อออนไลน์นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขายสินค้าด้วยต้นทุนที่ไม่สูง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดี จากจำนวนผู้เข้าชมที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล และคาดว่าจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้บริษัทได้อีกทาง จากปัจจุบันที่บริษัทมีฐานลูกค้าอยู่กว่า 150,000 ราย และ มีอัตราการซื้อซ้ำที่ค่อนข้างสูงถึง 60%
สำหรับในปีนี้ บริษัทจะเน้นการบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่ไปกับการเพิ่มยอดขายสินค้า ในสาขาเดิมให้สูงขึ้น ซึ่งจากดำเนินการที่ผ่านมาค่อนข้างประสบผลสำเร็จ จะเห็นได้จากผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2558 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2558 บริษัทมียอดขายเพิ่ม 21% แต่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 92%
โดยปี 2559 ยังตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นราว 10-15% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 1,491.47 ล้านบาท และมั่นใจอัตรากำไรสุทธิจะดีกว่าปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 8.79% ส่วนแนวโน้มตลาดเพชรและเครื่องประดับนั้นยังคงเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจาก อุปสงค์ในการซื้อเพชรของโลกยังสูงกว่า อุปทานค่อนข้างมาก ขณะที่ราคาเพชรได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่ออย่างเนื่อง
สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้ มีมติจ่ายปันผลสำหรับปี 2558 ในอัตรา 0.46 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 80.17 ล้านบาท คิดเป็น 61% ของกำไรสุทธิหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.21 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา ดังนั้นส่วนที่เหลือจะจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2559
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JUBILE เปิดเผยหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นใหญ่ประจำปี 2559 ว่า บริษัทพร้อมที่จะศึกษาเครื่องมือในการรุกตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น ตามที่ผู้ถือหุ้นเสนอแนะ หลังจากพบแนวโน้มพฤติกรรมการซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก และมีเครื่องมืออย่างธุรกิจ FINTECH หรือ Financial Technology มาช่วยอำนวยความสะดวก
โดยปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอย่างคู่ขนานระหว่าง ออฟไลน์ และ ออนไลน์ โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขา 123 สาขา และจะเพิ่มอีกประมาณ 4-6 สาขาในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับโฉมรูปแบบเว็บไซด์ www.jubileediamond.co.th เพื่อรองรับกระแสที่มาแรงในขณะนี้
ขณะเดียวกันยังได้ทำการตลาดออนไลน์ผ่าน โซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งทาง Facebook : Jubilee Diamond (Thailand) ที่ขณะนี้มียอดกด LIKE กว่า 88,800 รายแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังบริษัทได้ทำกิจกรรมการตลาดผ่านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และนำเสนอ ทั้งโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ คอลเลกชั่นสินค้าใหม่ๆ รวมไปถึงการร่วมสนุกในกิจกรรม ออนไลน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการโปรโมทผ่าน LINEID @jubileediamond และ Instagram : Jubileediamond ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้การทำตลาดสื่อออนไลน์นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขายสินค้าด้วยต้นทุนที่ไม่สูง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดี จากจำนวนผู้เข้าชมที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล และคาดว่าจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้บริษัทได้อีกทาง จากปัจจุบันที่บริษัทมีฐานลูกค้าอยู่กว่า 150,000 ราย และ มีอัตราการซื้อซ้ำที่ค่อนข้างสูงถึง 60%
สำหรับในปีนี้ บริษัทจะเน้นการบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่ไปกับการเพิ่มยอดขายสินค้า ในสาขาเดิมให้สูงขึ้น ซึ่งจากดำเนินการที่ผ่านมาค่อนข้างประสบผลสำเร็จ จะเห็นได้จากผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2558 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2558 บริษัทมียอดขายเพิ่ม 21% แต่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 92%
โดยปี 2559 ยังตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นราว 10-15% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 1,491.47 ล้านบาท และมั่นใจอัตรากำไรสุทธิจะดีกว่าปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 8.79% ส่วนแนวโน้มตลาดเพชรและเครื่องประดับนั้นยังคงเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจาก อุปสงค์ในการซื้อเพชรของโลกยังสูงกว่า อุปทานค่อนข้างมาก ขณะที่ราคาเพชรได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่ออย่างเนื่อง
สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้ มีมติจ่ายปันผลสำหรับปี 2558 ในอัตรา 0.46 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 80.17 ล้านบาท คิดเป็น 61% ของกำไรสุทธิหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.21 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา ดังนั้นส่วนที่เหลือจะจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2559






