thansettakij
thansettakij
ผู้ถือหุ้น TFG โหวตหนุนแจกวอร์แรนต์ TFG-W1  ในอัตรา 10:1

ผู้ถือหุ้น TFG โหวตหนุนแจกวอร์แรนต์ TFG-W1  ในอัตรา 10:1

28 เม.ย. 59 | 07:58 น.
อัปเดตล่าสุด :28 เม.ย. 59 | 15:07 น.
นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 มีมติอนุมัติการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิฯ TFG-W1 เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) จำนวนไม่เกิน 510,000,000 หน่วย ในอัตราส่วนการจัดสรรที่หุ้นสามัญเดิม (มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (par value) หุ้นละ 1 บาท) จำนวน 10 หุ้น ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิฯ TFG-W1 (10:1) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มฐานทุนของบริษัทให้มีสภาพคล่องมากขึ้น รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับบริษัทเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยมีอัตราการใช้สิทธิ คือ TFG-W1 หนึ่งหน่วยต่อ 1 หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 2.5 บาทต่อหุ้นภายใน 3 ปี

ทั้งนี้ บริษัทฯกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ TFG-W1 ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Record Date) ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 และให้รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นตามมาตรา 225 ของพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม 2559

ขณะเดียวกันได้อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ ในวงเงินต้นไม่เกิน 2,000 ล้านบาท หรือในสกุลเงินอื่นในจำนวนที่เทียบเท่า เพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

“การแจกวอร์แรนต์ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการลงทุนและตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นที่ไว้วางใจ และลงทุนกับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคตไม่ว่าจะเป็นขยายฟาร์มในธุรกิจสุกร ซึ่งอยู่ในช่วงขยาย และราคาตลาดตอบรับสูงขึ้นการเข้าสู่ตลาดคอนซูเมอร์ และรองรับแผนการร่วมลงทุนกับพันธมิตรต่างประเทศในอนาคต ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น”นายเชิดศักดิ์กล่าวและว่า

มั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปีนี้น่าจะมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นบวกได้ แม้ในปีทีผ่านมาจะประสบปัญหาขาดทุน เพราะได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และเชื่อว่าราคาไก่และสุกร ได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว โดยคาดว่ารายได้ในปีนี้น่าจะมีโอกาสเติบโตมากกว่า 15% จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 17,300 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป อีกทั้งจับมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออก และยังเตรียมขยายตลาดไปยังมาเลเซียเพิ่มเติมอีกด้วย โดยในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 8% ของรายได้รวม