
“การบินไทย” บินได้ หรือ ได้บิน
“ธีระชัย” แนะแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย ดันโครงสร้างบริหารงานให้ไปรอด เร่งระดมเงินจากตลาดทุนเอกชน ยันสิทธิ-เส้นทางการบิน เป็นอำนาจของรัฐบาล
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ฟื้นฟูการบินไทย-ต้องบินขึ้นให้พ้นเมฆ?” ถ้าผมจะทำแผนฟื้นฟูการบินไทย ให้ผ่านเจ้าหนี้และศาลล้มละลายกลางได้ง่ายที่สุด จะเป็นดังนี้ด้านเจ้าหนี้:- อุ้มทุกราย ไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติ จึงไม่ลดหนี้ จึงไม่ haircut เพียงแต่ชะลอการชำระไปสัก 3 ปีวิธีนี้บรรดาธนาคารพาณิชย์ บรรดาบริษัทให้เช่าเครื่องบิน (ไม่ว่าใครจะมีผลประโยชน์ส่วนตนหรือไม่) สหกรณ์ออมทรัพย์ และผู้ให้กู้ยืมอื่นทั้งหลาย ก็จะเฮลงคะแนนให้ ด้านเงินลงทุนใหม่:- ผลักภาระไปให้ประชาชนผู้เสียภาษีอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งรุ่นเรา และรุ่นลูกหลานขอเงินใหม่จากรัฐบาลไทยสัก 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนรัฐบาลจะเอามาจากเงินภาษีประชาชน หรือเป็นเงินกู้ ผมไม่สนใจ
หลังจากเดินหน้าไปไม่นาน ก็จะขอเงินใหม่จากรัฐบาลไทย ขอแล้วขออีก โดยตัวเลขรวมจะไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้าน กว่าประชาชนจะรู้ว่าเป็นเด็กที่เลี้ยงไม่โต ก็จะทอดระยะเวลาหลายปี ถ้าผมจะทำแผนฟื้นฟูการบินไทย ให้เป็นธรรมแก่ประชาชนที่สุด จะเป็นดังนี้ ด้านเจ้าหนี้:- ผลักภาระให้เต็มที่ โดย haircut ตัดหนี้ทิ้งไป 70% แปลงหนี้เป็นทุน 20% ใช้หนี้ทันที 10% วิธีนี้ ถ้าบรรดาธนาคารพาณิชย์ และเจ้าหนี้บริษัทให้เช่าเครื่องบินไม่ยอม ก็ล้มละลายแล้วเปิดบริษัทใหม่ ให้เจ้าหนี้ยึดหลักประกันไปตามสิทธิ แต่จดชื่อเอาไว้ ไม่คบค้าสมาคมกันต่อไป ส่วนถ้าหากรัฐบาลจะช่วยสหกรณ์ออมทรัพย์ ก็ให้ตั้งกองทุนต่างหาก โดยไม่ต้องช่วยเหลือเจ้าหนี้ประเภทอื่น ไม่ว่าคนไทย หรือต่างชาติ
ด้านเงินลงทุนใหม่:- ต้องทำโครงสร้างบริหารงานให้ไปรอดได้จริงๆโดยระดมเงินจากตลาดทุนเอกชน เพื่อให้เอกชนถือหุ้นเกิน 50% และรัฐบาลจะร่วมลงทุน ก็ต่อเมื่อมีเอกชนลงเงินเกิน 50% เรียบร้อยแล้ว ถามว่า ถ้าเอาประชาชนเป็นหลัก จะตอบปัญหาเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร?
หนึ่ง การมีสายการบินแห่งชาติ จริงหรือ?ผมเห็นว่าควรมี แต่ต้องย่อส่วน เพราะถ้าตั้งเป้า global แข่งกับประเทศอื่น ถ้าทำธุรกิจเหมือนเดิม ก็มีความเสี่ยงจะกลับไปเหมือนเดิม สอง ถ้าล้มละลาย แล้วตั้งบริษัทใหม่ จะถูกเอาสินทรัพย์ดีๆ ไปเร่ขายในราคาถูก จริงหรือ? ผมเห็นว่าไม่น่ากังวล เพราะทรัพย์สินดีๆ ถูกยึดขายไปแล้ว สำหรับตัวเครื่องบินที่ค้างค่าเช่านั้น ควรให้เจ้าหนี้ยึดไป แล้วหาเช่าใหม่ จะได้ราคาถูกกว่าด้วยซ้ำ สาม จะเสียสิทธิการบินและเส้นทางการบิน จริงหรือ? ตามความเข้าใจของผม สิทธิการบินและเส้นทางบิน เป็นอำนาจและเอกสิทธิของรัฐบาลไทย ไม่ได้ติดยึดกับนิติบุคคลเอกชน ดังนั้น จึงสามารถดึงออกมาให้แก่บริษัทที่ตั้งใหม่ได้
ส่วนการเป็นพันธมิตรสายการบิน Star Alliance นั้น ไม่น่ากังวล เมื่อตั้งบริษัทใหม่ ก็น่าจะขอเข้าไปร่วมกันใหม่ได้ เพราะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ใช่ข้อตกลงระหว่างประเทศ สี่ รัฐบาลประเทศต่างๆ ให้การสนับสนุนสายการบินแห่งชาติของตนเอง จริงหรือ?
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า ตรงนี้เป็นจุดแตกต่างที่สำคัญ ถ้าบริษัทเอกชนบริหารงานดี แต่ประสบปัญหาเฉพาะจากโควิด เมื่อรัฐบาลนั้นช่วยเหลือ ก็จะฟื้นได้เร็ว และในอนาคตจะสามารถตอบแทนคืนให้แก่ประชาชนได้แต่กรณีที่บริษัทเอกชนมีปัญหาหนัก ในด้านการบริหารจัดการ ซวดเซอยู่ก่อนโควิด กรณีอย่างนี้ รัฐบาลเอาเงินของประชาชนทุ่มเทเข้าไป ก็ต้องระวังถมไม่เต็ม ห้า กระทบความเชื่อมั่นของประชาชน และนักลงทุน จริงหรือ? ผมเห็นว่า ถึงเวลาที่นักลงทุนและเจ้าหนี้จะต้องเรียนรู้ จะต้องประเมินความเสี่ยงการลงทุนและการให้กู้เอาเอง มิใช่เอาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อให้ตนเองรอด
ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายล้วนเป็นผู้มีฐานะ ทั้งแบงค์ไทย แบงค์ต่างชาติ บริษัทให้เช่าเครื่องบิน(น่าคิดว่า หลายรายจดทะเบียนที่เกาะฟอกเงิน เพื่อปิดบังชื่อเจ้าของที่แท้จริง หรือไม่? ส่วนความภูมิใจของประชาชนนั้น ถ้าหากประชาชนเห็นได้ว่า บรรดาเจ้าหนี้ยอมเสียสละ ก็คงสนับสนุนให้ใช้เงินภาษีเข้าไปช่วยได้
ข่าวระบุว่า นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยมีเจ้าหนี้ทั้งสิ้น 13,000 ราย แผนที่เสนอไม่มีการลดหนี้เงินต้น (แฮร์คัท) เพื่อให้เจ้าหนี้ยอมรับแผน]เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูการบินไทย
“ผมไม่ทราบว่า กฎหมายล้มละลายกำหนดให้ผู้เสนอแผน จะต้องนำหลักฐานมาแสดงต่อศาลฯ หรือไม่ ว่าแหล่งเงินที่อ้างว่าจะระดมได้ในอนาคต นั้น มีผู้ที่ตกลงสนับสนุนแท้จริง หรือไม่ เพียงใดถ้าไม่มี ก็นับว่าเป็นจุดอ่อนที่ควรแก้ไข เพราะกรณีนี้ ประชาชนผู้เสียภาษีที่อาจจะถูกอ้างถึง ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยปริยายนั้น ไม่มีสิทธิมีเสียงใดๆ ในกระบวนการศาลฯ ผมขอเสนอแนะแก่รัฐมนตรีคลังและ ครม. ให้เตรียมคิดเพื่อชี้แจงต่อประชาชน ต่อไปนี้
หนึ่ง ท่านกำลังจะเอาเงินส่วนรวมของประชาชน ไปอุ้มเจ้าหนี้ ทั้งคนไทย และต่างชาติ หรือไม่ (รวมไปถึงเจ้าหนี้คนไทย ที่มีคนต่างชาติร่วมถือหุ้น)
สอง ท่านแน่ใจว่าโครงสร้างการถือหุ้นที่เสนอใหม่ ทำให้เกิดกระบวนการบริหารที่ดี หรือไม่ อย่างไร
สาม ท่านควรจะตั้งเงื่อนไข ก่อนเอาเงินของประชาชนส่วนรวม เข้าไปลงทุนเพิ่ม อย่างไร
อย่างน้อยที่สุด การที่รัฐบาลจะควักกระเป๋าเพิ่ม ก็ต่อเมื่อมีภาคเอกชนที่มั่นใจ และควักกระเป๋าไปแล้ว รวมทั้งได้มีการแสดงความสามารถในการบริหารงาน ให้เป็นที่ประจักษ์ผ่านไปแล้วระยะเวลาหนึ่งนโยบายควรเป็นเช่นนี้ หรือไม่”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






