
"กรณ์" เสนอ “Vaccine Economy” กุญแจสร้างรายได้เข้าประเทศ
"กรณ์" เสนอแนวทาง “Vaccine Economy” เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสดึงรายได้เข้าประเทศ จี้รัฐปรับระบบราชการให้ทันยุคโลกเปลี่ยน ขณะที่"โจ แอร์เอเชีย" หวั่น “ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์” แป้ก หากรัฐไม่ชัดเจนด้านนโยบาย โอกาสมารีบคว้าให้ทัน
นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และ นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแอร์เอเชีย กล่าวใน “คลับเฮาส์” วานนี้ (10 มิ.ย.) แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับ “มาตรการเปิดประเทศ” ภายหลังจากที่ประชาชนทยอยได้รับวัคซีน โดยทั้งสองมีความกังวลถึงนโยบายที่ยังไม่ชัดเจนของรัฐบาลอาจจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเปิดเมืองโดยนำร่องที่ จ.ภูเก็ตในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ไม่ราบรื่น
นายกรณ์ กล่าวว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นหัวใจ และโอกาสที่จะไปสู่การใช้ชีวิตปกติเพื่อเศรษฐกิจจะได้กลับมาอย่างเร็วที่สุด ดังนั้น จึงมีแรงกดดันเรื่องการจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอกับประชาชนเพื่อสามารถเปิดประเทศได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยใช้ จ.ภูเก็ต เป็นตัวนำร่อง ซึ่งทางจังหวัดได้มีการรณรงค์ ฉีดวัคซีนมาตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อให้ครบ 70% ทันวันที่ 1 กรกฎาคม ตามข้อตกลงของรัฐบาล แต่ก็มีการเปลี่ยนเงื่อนไขการกักตัวนักท่องเที่ยวต่างประเทศจาก 7 วัน เป็น 14 วัน ซึ่งต้องมีการเร่งทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์
“วันนี้ไม่แน่ใจว่าจะมีจำนวนเพียงพอที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็ประสบปัญหาและปิดตัวไปหลายราย ซึ่งต้องเชื่อมโยงไปถึงเรื่องการปรับวงเงินสินเชื่อของ พรบ.แบงค์ชาติ ที่มีเงื่อนไขยุ่งยากที่ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐจะต้องเข้าไปดูแลในแง่แหล่งทุนไม่ใช่ปล่อยให้เขาดูแลตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อนำร่องที่ภูเก็ตไปแล้วจะไม่แป้ก ส่วนการจะขยายผลไปยังจังหวัดอื่น ๆ คงต้องรออีกพักใหญ่ เพราะกว่าประชาชนจะรับวัคซีนครบ 70% ตามเงื่อนไข ก็คงจะในราวสิ้นปี ถึงต้นปีหน้า ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างแน่นอน และต้องมาคิดกันว่าการเดินทางไปมาในประเทศ จะผ่อนปรนได้แค่ไหนว่าถ้าใครที่ฉีดวัคซีนครบสองโดสแล้ว สามารถเดินทางได้เป็นปกติแม้จะไปจากพื้นที่สีแดงก็ตาม” นายกรณ์ กล่าวและว่า
ขณะนี้มีการอนุมัติ พรก.5 แสนล้านแล้ว รัฐบาลจึงต้องคิดให้ทะลุ เพราะสมการรอบนี้ต่างจากคราวที่แล้วที่เน้นการปูพรมเยียวยาประชาชน แต่ครั้งนี้ต้องใช้อย่างมียุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการอัดฉีดให้กับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีสายป่าน ให้สามารถเดินต่อได้ นอกจากนี้ สิ่งที่ท้าทายอีกประการคือ ประชาชนที่ลังเลการฉีดวัคซีน ซึ่งอาจจะมีจำนวนมากกว่าผู้ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนแล้วด้วยซ้ำ ตรงนี้รัฐบาลต้องวางแผนว่าจะนำพาคนกลุ่มนี้มาฉีดได้อย่างไร เพื่อให้พวกเขาคลายความกังวลและความกลัวเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน ซึ่งในหลายประเทศก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน
หัวหน้าพรรคกล้า ได้เสนอ แนวทาง “Vaccine Economy” โดยมองว่าเป็นโอกาสของคนไทยทุกคน ที่จะปรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเพื่อให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไป เช่น ควรปรับเปลี่ยนประเภทนักท่องเที่ยวให้อยู่นานขึ้น ให้เขาสามารถ Work from Thailand ได้ โดยอำนวยความสะดวกในการออกวีซ่าออนไลน์ เพื่อจูงใจให้เขามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการทำงาน และควรมีโอกาสสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
นอกจากนี้ ยังได้เสนอ แนวทาง Rainbow Economy ดึงกลุ่ม LGBTQ ซึ่งไม่มีภาระของบุตรซึ่งเป็นเด็กที่อาจยังไม่เข้าข่ายได้รับวัคซีน คนกลุ่มนี้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เช่นเดียวกับกลุ่มที่จะพำนักยาวนานกว่านักท่องเที่ยวปกติคือ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้พวกเขามั่นใจถึงความปลอดภัยที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย “เราไม่อยากรอดไปวันๆ แต่ต้องการที่จะรอดอย่างยั่งยืนมากกว่า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ เพื่อให้ทันกับยุคสมัยที่ประเทศต้องปรับตัว โดยเฉพาะการระบบราชการที่ล้าหลังต้องปรับอย่างเร่งด่วน” นายกรณ์กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ซีอีโอ สายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า วันนี้แม้คนภูเก็ตจะพร้อม แต่ความชัดเจนในเรื่องของการเปิดให้มีการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ยังไม่มี ทั้งรายชื่อสายการบิน โปรโตคอลของผู้โดยสาร ตลอดจนนักบินและลูกเรือว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ต้องกักตัว 14 วันหรือไม่ ถ้าต้องกักก็คงไม่มีใครอยากบินเข้ามา และเมื่อเขาเข้ามาเขาต้องมีอะไรบ้าง ใบตรวจ ใบฉีดวัคซีน และจะต้องมาเก็บตัวอย่างอีกหรือไม่ ถ้าต้องทำต้องไปที่ไหน ในส่วนของมาตรการเว้นระยะห่าง ผู้ประกอบการต้องทำอย่างไร ซึ่งรายละเอียดพวกนี้จะต้องเตรียมการล่วงหน้า 60 วัน เพื่อการวางแผนขายตั๋วเพื่อให้ผู้โดยสารเต็มลำ
“มันส่งผลต่อการจองที่พัก อาหาร และการบริการต่าง ๆ เพราะหากมาน้อย ผู้ประกอบการก็จะแบกต้นทุนมหาศาลยิ่งเมื่อเปิดประเทศแล้วผู้โดยสารไม่มาเพิ่มจะทำอย่างไร ทั้งนี้ เชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะมีมาตรการออกมาแต่อยากให้เป็นก้อนนโยบายที่ชัดเจนไม่ปรับเปลี่ยนไปมาจนเกิดความสับสน และอยากให้ใช้ประสบการณ์ความล่าช้าในครั้งนี้เป็นแนวทางปรับปรุงเพื่อการวางแผนที่ดีขึ้นสำหรับการเปิดในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป” ซีอีโอแอร์เอเชีย กล่าว
นอกจากนี้ ยังให้ความเห็นฝากไว้ว่า ณ เวลานี้เชื่อว่าเงินเก็บของประชาชนลดน้อยลง บางคนอาจใช้บัตรเครดิตกันจนเต็มวงเงินไปแล้ว ดังนั้น แม้จะมีประกาศให้เดินทางได้ และออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวให้น่าสนใจแค่ไหนก็ตาม ก็เชื่อว่าคงจะไม่กระเตื้องมากนัก อาจจะใช้เวลาสองถึงสามปี กว่าเศรษฐกิจจะค่อย ๆ กลับคืนมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไทยติดจรวด ฉีดวัคซีนโควิดสูงเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน "หมอนิธิ" มั่นใจ เอาโควิดอยู่
- อินโดฯ แชมป์อันดับ 1 ในอาเซียน ตั้งเป้าฉีดวัคซีนโควิดวันละ 1 ล้านคน ในเดือนก.ค.
- WHO สนับสนุนไทยฉีดวัคซีน 50 ล้านคน ภายในสิ้นปี 64
- “กรณ์”ลุยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเพิ่มรายได้ฐานราก
- “กรณ์”ติงกู้เพิ่ม 7 แสนล้านต้องใช้ให้คุ้ม






