thansettakij
thansettakij
STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS  ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย

STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย

02 มิ.ย. 64 | 11:15 น.

STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย เตรียมความพร้อมนักศึกษา-ยกระดับแรงงาน รับมือการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวข้ามสู่การประกอบอาชีพในอนาคต

STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS  ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย เตรียมความพร้อมนักศึกษา-ยกระดับแรงงาน รับมือการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวข้ามสู่การประกอบอาชีพในอนาคต

STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS  ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย

 เมื่อวันที่  2มิถุนายน 2564 Stanford Thailand Research Consortium (STRC) ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์พัฒนาวิชาชีพแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford Center for Professional Development: SCPD) สัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ “Future Thailand – Innovation in Education and Workforce Development” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้ง 5 ท่าน ประกอบด้วย  -โปรเฟสเซอร์แชรี แชพเพิร์ด ริชาร์ด วีลแลนด์ ศาสตราจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด -โปรเฟสเซอร์ลาติเซีย บริทอส คาแวคแนโร ศาสตราจารย์พิเศษ สถาบันการออกแบบ แฮซโซ่ แพลทเนอร์ (ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการด้วย) -นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มอินทัช และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)  -นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)  และนายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอผลวิจัยการศึกษาขั้นต้นของโครงการ Innovative Teaching Scholars (ITS) ในเวทีสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ด้วย

 

  STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS  ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย

        "ดร. ลาติเซีย บริทอส คาแวคแนโร" กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยทั่วโลกต่างกำลังเผชิญกับปัญหาด้านความไม่สอดคล้องระหว่างการเตรียมความพร้อมของนักศึกษากับทักษะและวิธีคิด (Mindset) ที่จำเป็นต่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพในอนาคต ความพิเศษของโครงการ ITS คือการมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างบุคลากรทางการศึกษาไทยที่สนใจปรับมุมมองสู่การศึกษายุคใหม่ และผู้นำเชิงนวัตกรรมจากภาคองค์กรระดับประเทศ ซึ่งกำลังมองหาคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะสร้างความก้าวหน้าในองค์กรไทยในอนาคต ขณะนี้โครงการวิจัยของ ITS กำลังติดอาวุธให้แก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทยจำนวน 50 ท่าน ด้วยการทดลองการนำแนวทางการสอนแบบใหม่ในการเตรียมความพร้อมนักศึกษาเพื่อมุ่งสร้างความสำเร็จในการประกอบอาชีพ ตลอดจนช่วยส่งเสริมให้อาจารย์เหล่านั้นให้เป็นผู้นำที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมงานและสถาบันของพวกเขาได้ทำในสิ่งเดียวกัน”

STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS  ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย

“ศาสตราจารย์ แชรี แชพเพิร์ด” เป็นผู้นำในการวิจัยเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบของโครงการที่มีต่อผู้สอนและวิธีการสอนของอาจารย์ผู้ร่วมโครงการ โดย “ศาสตราจารย์แชรี”ระบุว่า ข้อมูลทั้งจากการสำรวจและการสัมภาษณ์ชี้ให้เห็นว่าอาจารย์กลุ่มแรกที่เข้าร่วมโครงการ ITS ประสบความสำเร็จในการทดลองในการนำกลยุทธ์แนวทางการสอนในรูปแบบใหม่ไปใช้ อาทิ เปิดโอกาสให้นักศึกษามีอิสระในการตัดสินใจมากขึ้นในห้องเรียน ซึ่งเป็นความท้าทายสำหรับอาจารย์บางส่วน แต่แนวทางนี้กลับเพิ่มการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนได้อย่างมีนัยยะสำคัญ  สำหรับงานวิจัย ITS ในอนาคตจะมุ่งสำรวจต่อไปว่าอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการจะยังคงช่วยสนับสนุนกันและกันในการยกระดับชั้นเรียนของพวกเขาสู่มิติใหม่หรือไม่ ตลอดจนสำรวจไปถึงระดับที่เขาเหล่านั้นสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ในสถาบันการศึกษาของตน เพื่อลองนำแนวทางการสอนแบบใหม่นี้ไปใช้สอนในวิชาของตนเอง

นอกจากนี้ นักวิจัยในโครงการ ITS กำลังทำงานร่วมกับบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ  บุคลากรสายอาชีพเฉพาะทาง (Early-career professional) และตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมที่จะช่วยระบุทักษะเฉพาะที่จำเป็นต่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพในอนาคต ตลอดจนมุ่งหาแนวทางเพิ่มเติมว่าโครงการ ITS นี้จะสามารถช่วยเหลือเหล่าอาจารย์ในการบูรณาการทักษะเฉพาะเหล่านั้นให้เข้ากับหลักสูตรของตนเองได้ดียิ่งขึ้นอย่างไร

“เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุของช่องว่างหรือความทับซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างวิธีการวางแนวคิดของผู้สอนถึงสิ่งสำคัญสำหรับนักเรียนในการเรียนรู้ และทักษะที่บริษัทไทยเห็นความสำคัญว่าพนักงานในอนาคตควรมี จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ในวันนี้ ที่เราต้องการพันธมิตรจากภาคองค์กรธุรกิจเข้ามามีส่วนในการร่วมหารือด้วยกัน” ดร. ลาติเซีย เสริม

STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS  ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย

“กานติมา เลอเลิศยุติธรรม” จากเอไอเอส ให้ความเห็นว่า ในบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลกระทบในทุกมิติอย่างรวดเร็วและรุนแรง สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือการพัฒนาศักยภาพใหม่ๆ ให้กับคนไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศให้ก้าวหน้าและแข่งขันได้ในเวทีดิจิทัลระดับโลก และนี่คือ “พันธสัญญาที่สำคัญยิ่ง (vital obligation)” ในการร่วมกันสร้างโอกาสเพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งของคนไทย และความร่วมมือในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรภาคการศึกษาตลอดจนภาคเอกชน คือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง งานวิจัยภายใต้ the Stanford Thailand Research Consortium โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากมหาวิทยาสแตนฟอร์ด ซึ่งทำงานร่วมกันกับศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน (Southeast Asia Center หรือ SEAC) ในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานเพื่อยกระดับความรู้ของคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มขีดความสามารถของคนไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต

STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS  ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย

 “เรืองโรจน์ พูนผล” กล่าวถึงการสนับสนุนงานวิจัยครั้งนี้ว่า จากการส่งเสริมการทำงานร่วมกันกับสถาบันศึกษาและองค์กรวิจัยชั้นนำระดับประเทศ ทางกสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป สามารถช่วยสนับสนุนด้านการสร้างนวัตกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยจนถึงการผลิต ตลอดจนการรวบรวมองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยียุคใหม่ให้มีทักษะที่สำคัญในงานด้าน Data Science, AI, OCR, และ Blockchain โดยการสนับสนุนแรงงานรุ่นใหม่นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างพลังและส่งเสริมนวัตกรรมให้กับผู้สอน ซึ่งเป็นผู้สร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงสำหรับนักเรียนและผู้เรียนรู้ เช่น การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง อันเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ ITS ที่ the Stanford Thailand Research Consortium มุ่งหวังจะสร้างให้เกิดขึ้นผ่านงานวิจัยเชิงวิชาการ

 

STRC ชูนวตกรรมทางการศึกษา ITS  ติดอาวุธแก่คณาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย

ขณะที่ “วิทการ จันทวิมล” จาก เอพี  ไทยแลนด์ แสดงความเห็นผ่านมุมมองของเขาว่า การเตรียมนักศึกษาให้มีความพร้อมในการทำงานในยุคปัจจุบันนั้น นอกจากนักศึกษาเองจะต้องเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพของตนเองแล้ว พวกเขายังต้องมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยสามารถที่จะหาข้อมูลที่ดีได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาประสบความสำเร็จได้ในยุคที่เศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว โดยมีโครงการ AP Open House ช่วยเสริมสร้างแนวทางที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้พัฒนาทักษะดังกล่าว