
พีดีไอจับมือ“โดวา” ร่วมลงทุนจัดการกากอุตสาหกรรมครบวงจร
วันนี้ (26 เมษายน 2559 ) บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือพีดีไอ และบริษัท โดวา อีโค - ซิสเต็ม จำกัด (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดวา โฮลดิ้งส์ จำกัด) ได้ร่วมลงนามในสัญญาการถือหุ้น( Shareholders Agreement: SHA) และสัญญาการซื้อขายหุ้น (Share Purchase Agreement : SPA) ในบริษัท พีดีไอ ตาก อีโค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่พีดีไอถือหุ้นร้อยละ 100 โดยบริษัท โดวา อีโคฯ จะเข้ามาถือหุ้นร้อยละ 49 การลงนามในสัญญาครั้งนี้มีนายอาสา สารสิน ประธานกรรมการ และนายฟรานซิส แวนเบลเลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี ร่วมลงนามฯ กับนายเคนนิชิ ซาซากิ ประธานบริษัท โดวา อีโค - ซิสเต็ม โดยจะร่วมกันดำเนินโครงการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ที่จังหวัดตาก ซึ่งจะใช้เงินลงทุนเบื้องต้นในโครงการฯ จำนวน 10 ล้านบาท
นายฟรานซิส แวนเบลเลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผาแดงฯ กล่าวว่า "พีดีไอและโดวาจะร่วมลงทุนโครงการจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่จ.ตาก ซึ่งจะรองรับกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทยได้อย่างน้อยปีละประมาณ 50,000 ตัน โดยการจัดการที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง ซึ่งโดวามีเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างมาก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จคือที่ตั้งโครงการอยู่ในพื้นที่เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการกากอุตสาหกรรม 5 ปี (2558-2562) ของกระทรวงอุตสาหกรรม และเป็นโครงการที่พีดีไอเพิ่งลงนามความร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯ ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในสิ้นปี 2561 หากได้รับอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญได้ตามกำหนดเวลา”
นายฟรานซิส แวนเบลเลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผาแดงฯ กล่าวว่า "พีดีไอและโดวาจะร่วมลงทุนโครงการจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่จ.ตาก ซึ่งจะรองรับกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทยได้อย่างน้อยปีละประมาณ 50,000 ตัน โดยการจัดการที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง ซึ่งโดวามีเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างมาก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จคือที่ตั้งโครงการอยู่ในพื้นที่เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการกากอุตสาหกรรม 5 ปี (2558-2562) ของกระทรวงอุตสาหกรรม และเป็นโครงการที่พีดีไอเพิ่งลงนามความร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯ ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในสิ้นปี 2561 หากได้รับอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญได้ตามกำหนดเวลา”






