thansettakij
thansettakij
กรมหม่อนไหมร่วมขยายผลโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม” ในเรือนจำภาคเหนือ

กรมหม่อนไหมร่วมขยายผลโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม” ในเรือนจำภาคเหนือ

21 เม.ย. 59 | 07:18 น.
อัปเดตล่าสุด :21 เม.ย. 59 | 15:22 น.
Breaking-News กรมหม่อนไหมร่วมขยายผลโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม” ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จับมือกรมราชทัณฑ์ถ่ายทอดอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม-ทอผ้าแก่ผู้ต้องขัง 5 เรือนจำในเขตภาคเหนือ นำทางชีวิตหลังถูกปลดปล่อย

นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ปี 2559 นี้ กรมหม่อนไหมได้มีแผนประสานความร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ขยายผลต่อยอด “โครงการคืนคนดีสู่สังคม” ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเร่งดำเนินโครงการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแก่ผู้ต้องขังก่อนการปลดปล่อย มีเป้าหมายส่งเสริมให้ผู้ต้องขังชายและหญิงในเรือนจำเขตภาคเหนือ จำนวน 5 แห่ง ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้า เพื่อเป็นแนวทางสร้างอาชีพและสร้างรายได้หลังพ้นโทษ ประกอบด้วย เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย ตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เรือนจำชั่วคราวห้วยม้า ตำบลห้วยม้า อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เรือนจำกลางจังหวัดตาก และเรือนจำชั่วคราวร่องห้า สังกัดเรือนจำจังหวัดพะเยา
กรมหม่อนไหมได้เข้าไปฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตลอดจนการแปรรูปหม่อนและไหมครบวงจรแก่ผู้ต้องขังชายและหญิงในเรือนจำ เพื่อเปิดโอกาสและให้มีอาชีพติดตัวไปหลังได้รับการปลดปล่อย ซึ่งจะทำให้มีรายได้หล่อเลี้ยงชีวิตและไม่ให้หวนกลับเข้าสู่เรือนจำอีก ขณะเดียวกันยังเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยผ่อนคลายและลดความเครียดให้กับผู้ต้องขังระหว่างต้องโทษ ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นและมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ขณะนี้มีผู้ต้องขังในเรือนจำเข้าร่วมโครงการคืนคนดีสู่สังคมในส่วนของหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าแล้ว จำนวน 365 ราย

นายอภัยกล่าวอีกว่า กรมหม่อนไหมเป็นหนึ่งในหลายหน่วยงานที่ได้ร่วมดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมฯ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 ที่เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย จังหวัดน่าน ซึ่งมีการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม การปลูกหม่อนผลสด การสาวเส้นไหม การฟอกย้อมสีเส้นไหม การทอผ้าไหมยกดอก และแปรรูปผลิตภัณฑ์หลายอย่าง อาทิ ชาหม่อน แปรรูปหม่อนผล ทั้งยังมีการผลิตรังไหมสดเพื่อจำหน่าย เป็นต้น ปัจจุบันได้ขยายผลโครงการฯดังกล่าวไปสู่เรือนจำต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ 5 แห่ง เบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงให้ความสนใจอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมจำนวนมาก สังเกตจากจำนวนผู้ต้องขังที่ยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการฯทะลุเกินเป้าที่ตั้งไว้

“เรือนจำที่มีพื้นที่ว่างเพียงพอ กรมหม่อนไหมจะเข้าไปส่งเสริมความรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างครบวงจร ส่วนเรือนจำที่มีพื้นที่จำกัดและไม่มีพื้นที่ปลูกหม่อน เช่น ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ก็จะส่งเสริมความรู้ด้านการฟอกย้อมสีเส้นไหม และการทอผ้าพื้นและผ้าไหมยกดอก ผลปรากฏว่า ผู้ต้องขังสามารถที่จะทอผ้าพื้นและผ้าไหมยกดอกลำพูนได้งดงาม จนได้รับเครื่องหมายรับรองตรานกยูงพระราชทานฯแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่รับรองคุณภาพผ้าไหมได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการสูงแต่ผลิตได้ไม่พอขาย อนาคตได้มีแผนขยายผลโครงการฯไปสู่เรือนจำในจังหวัดลำพูนด้วย” อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าว