thansettakij
thansettakij
“จอน” ชี้ ร่าง รธน.มีชัย ทำบริการสุขภาพถอยหลัง

“จอน” ชี้ ร่าง รธน.มีชัย ทำบริการสุขภาพถอยหลัง

21 เม.ย. 59 | 06:33 น.
อัปเดตล่าสุด :21 เม.ย. 59 | 14:54 น.
78197 “จอน อึ๊งภากรณ์” ชี้ ร่าง รธน.ปี 59 บริการสุขภาพถอยหลังเข้าคลอง กำหนดสิทธิรักษาฟรีเฉพาะผู้ ยากไร้เหมือน รธน.ปี 50 หลังประเทศไทยดำเนินระบบหลั กประกันสุขภาพถ้วนหน้าถึง 14 ปี สวนกระแสทั่วโลกชื่นชม หวั่นทำระบบ 30 บาทกลายเป็นบริการรักษาชั้น 3 เหตุผู้บริหารประเทศไม่เข้าใจ พัฒนาเศรษฐกิจต้องควบคู่การพั ฒนาสังคม จัดบริการสวัสดิการคุณภาพให้ ประชาชนเข้าถึง พร้อมระบุต้องให้ประชาชนเข้ าใจผลกระทบต่อบริการทางสังคม หากผ่านประชามติ รธน.ฉบับนี้

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ที่ปรึกษากลุ่มคนรักหลักประกั นสุขภาพ กล่าวถึงสิทธิด้านการรั กษาพยาบาลและบริการสุขภาพ ในร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559 ที่เตรียมจะลงประชามติ ว่า ในรัฐธรรมนูญปี 2550 เคยงงว่า ในเมื่อประเทศไทยมีระบบหลั กประกันสุขภาพถ้วนหน้าแล้วตั้ งแต่ปี 2545 ทำไมจึงมีการระบุให้สิทธิการรั กษาพยาบาลในสถานบริการภาครั ฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเฉพาะในส่ วนของผู้ยากไร้เท่านั้น และในร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559 เช่นกัน ยังมีเนื้อหาที่ระบุเช่นเดียวกั น ซึ่งถือว่าเป็นเนื้อหาที่ไม่ทั นสมัยกับสถานการณ์ เนื่องจากประเทศไทยมีระบบหลั กประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ มของประเทศ ดังนั้นรัฐธรรมนูญจึงไม่ ควรกำหนดสิทธิเฉพาะผู้ยากไร้ แต่ควรระบุว่าประชาชนทุกภาคส่ วนมีสิทธิเข้าถึงบริการสุ ขภาพภาครัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้ จ่ายแทน หรือรัฐต้องจัดให้ประชาชนทุกส่ วนเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่ าเทียมกัน

“การที่ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559 เขียนให้เฉพาะคนยากไร้ไม่ต้ องเสียค่าใช้จ่ายในการรับการรั กษาพยาบาล สิ่งที่จะตามมาคือจะก่อให้เกิ ดการแบ่งชนชั้นในสังคม และแทนที่ระบบหลักประกันสุ ขภาพถ้วนหน้าจะเป็นของประชาชนทุ กคน ในที่สุดจะกลายเป็นการจัดระบบรั กษาพยาบาลสำหรับคนยากจนเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นคนยากจนจะได้รับบริการชั้น 3 โดยเป็นบริการรักษาพยาบาลที่ด้ อยกว่าประชาชนกลุ่มอื่นๆ” ที่ปรึกษากลุ่มคนรักหลักประกั นสุขภาพ กล่าวและว่า ตอนรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ควรตัดคำว่าผู้ยากไร้ ออกเพราะเรามีระบบหลักประกันสุ ขภาพถ้วนหน้าแล้ว แต่ในปี 2559 กลับยังเขียนแบบเดิมอีก สะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมรับคุ ณค่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้ วนหน้าที่ทั่วโลกต่างชื่นชม

นายจอน กล่าวว่า ขณะเดียวกันนอกจากการตัดคำว่าคนยากไร้ออกจากร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ควรเพิ่มเติมคำว่าเสมอภาคด้วย คือทุกคนต้องมีสิทธิรับการรั กษาพยาบาลเสมอกัน โดยรัฐบาลต้องจัดบริการสุ ขภาพเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และต้องเป็นบริการที่มีคุ ณภาพและมาตรฐาน ถือเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐต้ องทำเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริ การสุขภาพอย่างเท่าเทียม

ต่อข้อซักถามว่า เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ ปรากฎแสดงให้เห็นว่าผู้ร่างไม่ มีความเข้าใจต่อระบบหลักประกั นสุขภาพถ้วนหน้า นายจอน กล่าวว่า อาจมีความเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ ได้ หรือมีความตั้งใจที่จะระบุเนื้ อหาเช่นนี้ ซึ่งเท่าที่ดูร่างรัฐธรรมนูญฉบั บนี้มีหลายประเด็นที่น่าเป็นห่ วง ดูแล้วเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ไม่แต่เฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังมีด้านการศึกษาที่น่าเป็ นห่วงเช่นกัน เพราะมีการลดสิทธิและจำกัดสิทธิ ประชาชน อาทิ การจำกัดเรื่องระดับการศึกษา ซึ่งหากเราดูประเทศที่พัฒนาแล้ วที่ไต่มาจากประเทศโลกที่ 3 ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้และจีน ประเทศเหล่านี้ต่างต้องพั ฒนาระบบสวัสดิการสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึ กษาและสุขภาพเพื่อให้ประชาชนทุ กคนเข้าถึงถ้วนหน้า ซึ่งเป็นหลักการสำคัญ

“ผมอาจบอกได้ว่า ผู้บริหารประเทศในปัจจุบันไม่ เข้าใจระบบสวัสดิการสังคมที่เป็ นพื้นฐานของประเทศ ซึ่งผู้บริหารประเทศเป็นทหารไม่ เข้าใจเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิ จและสังคมที่ต้องควบคู่กันไป การพัฒนาเศรษฐกิจจะเดินไปไม่ได้ หากไม่พัฒนาบริการสังคมให้ ประชาชนเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างถ้วนหน้า ประชาชนต้องมีโอกาสทางการศึ กษาเท่ากันไม่ว่ารวยหรือจน รวมถึงการเข้าถึงระบบสุขภาพที่ เท่าเทียมกัน ซึ่งหากผู้บริหารประเทศไม่เข้ าใจสิ่งเหล่านี้จะทำให้ ประเทศเสียหาย การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็ นการถอยหลังในแง่ของประชาชนที่ ต้องเข้าถึงสวัสดิการที่จำเป็ นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีถ้วนหน้ า”

ส่วนที่มองว่าการระบุในร่างรั ฐธรรมนูญโดยจำกัดระบบหลักประกั นสุขภาพที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายให้ เฉพาะคนยากไร้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเดินหน้ าแนวทางการร่วมจ่าย นายจอน กล่าวว่า หากเป็นการร่วมจ่ายต้องเป็นรู ปแบบภาษี และขณะนี้มองว่าทุกคนมีสิทธิเข้ าถึงได้ แต่ที่กังวลคือขณะนี้มี ความพยายามผลักดันให้ทบทวน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่อาจนำความคิดแบบเก่า มองว่าคนมีเงินควรจ่ายส่วนหนึ่ งของค่ารักษา โดยไม่ใช่การจ่ายเบี้ยประกันล่ วงหน้ าตามฐานะและความสามารถจากการภาษ ีอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ระบบถอยหลังเข้าคลอง ขณะที่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนู ญปี2559 เท่าที่ดูยังล้าสมัย เพราะไม่ได้ให้หลักประกันสุ ขภาพกับประชาชนทุกส่วน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีการเดินหน้าปฏิรู ปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการปฏิรูประบบสุขภาพ เนื้อหาของรัฐธรรมนูญจะขัดแย้ งกับการปฏิรูปที่ดำเนินอยู่หรื อไม่ นายจอน กล่าวว่า ที่ผ่านมายังมองไม่เห็นการปฏิรู ปที่ลดความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น อาจมีการพูดถึงการเก็บภาษีที่ดี หรือภาษีมรดกบ้าง แต่ก็ยังไม่เป็นจริง และหลายอย่างยังเป็นการถอยหลัง อย่างสิทธิชุมชนซึ่งมีการไล่ ประชาชนออกจากที่ดินทำกิน จากที่เคยร่วมใช้ทรัพยากรดิน น้ำและป่าร่วมกัน รวมถึงความพยายามรื้อระบบหลั กประกันสุขภาพถ้วนหน้าโดยอ้ างภาระงบประมาณรัฐจ่ายไม่ไหว ดังนั้นการปฏิรูปที่ผ่านมาจึ งมองเห็นแต่การถอยหลัง ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็ นเพราะเราไม่มีพรรคการเมืองที่ จะให้เลือกว่าจะรับนโยบายส่ วนไหน ปัจจุบันยังเป็นนโยบายจากฝ่ ายทหารที่ไม่เข้าใจการพั ฒนาเศรษฐกิจโดยไม่พัฒนาสังคมว่ าทำไม่ได้

ต่อข้อซักถามเพิ่มเติมว่า ในมาตรา 258 ที่ระบุว่า ปรับระบบหลักประกันสุขภาพให้ ประชาชนได้รับสิทธิและประโยชน์ จากการบริหารจัดการ และการเข้าถึงบริการที่มีคุ ณภาพและสะดวกทัดเทียมกัน จะขัดแย้งกับเนื้อหารัฐธรรมนู ญข้างต้นหรือไม่ ทั้งในกรณีที่ระบุถึงผู้ยากไร้ และไม่มีเสมอภาคนั้น นายจอน กล่าวว่า เท่าที่ดูจากเนื้อหารัฐธรรมนูญ คิดว่าคนเขียนยังคงไม่เข้ าใจในระบบหลักประกันสุขภาพ แต่ไม่ได้สนับสนุนระบบหลักประกั นสุขภาพแน่นอน รวมถึงสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึ งระบบสุขภาพอย่างเท่าเทียมกั นของประชนทุกส่วน

นายจอน กล่าวเพิ่มเติ่มว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันให้ ประชาชนเข้าใจว่าร่างรัฐธรรมนู ญที่กำลังจะลงประชามตินี้มี สาระอย่างไร และจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้ างหากผ่านการลงประชามติและบังคั บใช้ ซึ่งอาจทำให้บริการสั งคมของประเทศที่มีอยู่ถอยหลั งได้ รวมถึงสิทธิเสรีภาพและสิทธิ ทางสังคมในปัจจุบัน ซึ่งต้องช่วยกัน