thansettakij
thansettakij
ก.แรงงานชูแรงงานมีคุณค่าพัฒนาเศรษฐกิจชาติ

ก.แรงงานชูแรงงานมีคุณค่าพัฒนาเศรษฐกิจชาติ

19 เม.ย. 59 | 11:09 น.
อัปเดตล่าสุด :19 เม.ย. 59 | 18:32 น.
Breaking-News ก.แรงงาน ประเมินผลงานรอบ 6 เดือน เน้นเชิงรุก บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวเป็ นระบบ คนไทยมีงานทำ พัฒนามาตรฐานแรงงานรองรับอุ ตสาหกรรมในอนาคต หลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ ปานกลางสู่ประเทศ 4.0 ปฏิรูปประกันสังคมให้คอรัปชั่ นเป็นศูนย์ เปิดตัวบริการใหม่รับยุคดิจิทัล พร้อมจับมือภาครัฐต่ อทศวรรษความปลอดภัย‘เซฟตี้ ไทยแลนด์ ’ ชู แรงงานมีคุณค่าพัฒนาเศรษฐกิ จชาติ

หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมเพื่อพิ จารณาคัดเลือกผลงานสำคั ญของกระทรวงแรงงาน หรือผลงานชิ้นโบว์แดง ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันท์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้จากการประเมิลผลงานสำคั ญของกระทรวงแรงงานที่เป็ นผลงานชิ้นโบว์ แดงตามนโยบายของรัฐบาลในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาจากทุกกรมนั้นซึ่ งจะเน้นใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว การส่งเสริมการมีงานทำ การกำหนดมาตรฐานแรงงาน และการปฏิรูปประกันสังคม ทั้งนี้ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้มอบนโยบายเพื่อเป็ นแนวทางการในการดำเนินการขั บเคลื่อนผลงานดังกล่าวให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการบริหารจัดการแรงงานต่ างด้าวทั้งแรงงานที่จะเข้ ามาใหม่และแรงงานที่มีอยู่เดิ มภายในประเทศโดยการแก้ ไขกฎหมายเพื่อให้การบริหารจั ดการแรงงานต่างด้าวมีระบบที่ดี ภายในปี 2560 และสามารถตอบโจทย์ การขาดแคลนแรงงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิ จของประเทศได้

ส่วนการขับเคลื่อนภารกิจตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการมีงานทำ โดยการส่งเสริมให้นายจ้ างลงทะเบียนข้อมูลตำแหน่งงานว่ างเพื่อให้ได้ตัวเลขความต้ องการแรงงานที่ถูกต้อง นอกจากนี้จะเน้นประเด็ นการแนะแนวการศึกษาและอาชีพให้ แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทุ กคนก่อนสำเร็จการศึกษา เพราะการจัดหางานภายในประเทศเป็ นหัวใจสำคัญในการจัดระบบการมี งานทำของคนไทยอย่างครบวงจร

ขณะที่การกำหนดมาตรฐานฝีมื อแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ ประสานการทำงานร่วมกับกลุ่มอุ ตสาหกรรมทั้ง 20 สาขา ที่มีการกำหนดอัตราค่าจ้ างตามมาตรฐานฝีมือ มาหารือเรื่องการทดสอบและการจ่ ายอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ตลอดจนการกำหนด Demand รวมทั้งประสานมหาวิทยาลัยให้เข้ ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิ ศทางการผลิตกำลังคนของชาติให้ ตรงกับความต้ องการของตลาดแรงงานในแต่ละกลุ่ มอุตสาหกรรม เบื้องต้นจะหารือกับกลุ่มอุ ตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ ยานยนต์ ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยใช้กลไกคณะกรรมการพั ฒนาแรงงานและประสานงานการฝึ กอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.) ในการขับเคลื่อนประเทศให้ สามารถหลุดพ้นจากกับดั กของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 ที่จะต้องพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิ จที่มีความเข้มแข็ง มีอุตสาหกรรมส่งออกที่ยั่งยืน โดยอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพื่อนำรายได้เข้าสู่ประเทศ

และการปฏิรูปประกันสังคม ทั้งการปฏิรูปโครงสร้าง เทคโนโลยีสารสนเทศ การบริการ และการบริหารงานอย่างโปร่งใส (Zero Corruption) โดยเน้นการพัฒนาระบบบริการผ่าน (E - Digital) เพื่อให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาล

“เมื่อประเทศไทยเรารับอนุสั ญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 187 ว่าด้วยกรอบเชิงส่งเสริ มการดำเนินงานความปลอดภั ยและอาชีวอนามัย พ.ศ.2549 มาแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไป คือการจับมือกับหน่วยงานที่รั บผิดชอบระดับกระทรวง โดยนำแผนงานมาร้อยเรียงกันให้ ครบวงจรให้ได้ ช่วยกันทำให้เป็นรูปธรรมและเสนอ ครม.ต่อทศวรรษความปลอดภัยหรือ‘เ ซฟตี้ไทยแลนด์’ในระยะที่ 2 โดยใช้กลไกการผนึกกำลังประชารัฐ ” ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว