
ธุรกิจไล่ช็อปสตาร์ทอัพ เร่งทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล
ช่วงโควิดที่ผ่านมาเทคสตาร์ทอัพหลายรายประสบปัญหาสภาพคล่อง ไม่มีการลงทุนจากกลุ่มนักลงทุน บางรายจำเป็นต้องปรับตัวเองลดต้นทุนใช้ทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ในเกิดประโยชน์สูงสุด แต่หลังจากคลายล็อกดาวน์ก็เริ่มมีประกาศการลงทุน ควบรวมกิจการของเทคสตาร์ทอัพเกิดขึ้น
แหล่งข่าวจากวงการนักลงทุนในสตาร์ทอัพรายหนึ่ง เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจ”ว่าสัญญาณการลงทุนในสตาร์ทอัพเริ่มดีขึ้น โดยช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมาทำให้การลงทุนในสตาร์ทอัพครึ่งปีแรกนั้นมีดีลใหญ่เกิดขึ้นแค่รายเดียว คือ SYNQA บริษัทแม่ของ Omise และ OMG Network รับเงินลงทุน ซีรีส์ C มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 2,480 ล้านบาท (คิด 31 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) แต่ภายหลังการคลายมาตรการล็อกดาวน์ ไลน์แมน ก็ออกมาประกาศบรรลุข้อตกลงด้านเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,300 ล้านบาท) กับนักลงทุน บริษัท BRV Capital Management (BRV) ซึ่งภายหลังจากได้รับเงินทุนก็ประกาศควบรวมกิจการบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ Wongnai แพลตฟอร์มรีวิวและค้นหาร้านอาหารชั้นนำของเมืองไทย ตั้งบริษัทไลน์แมน วงใน จำกัด ขึ้นมา
หลังจากนั้นก็มีกลุ่มซีพี โดยบริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด เข้าไปซื้อหุ้น 100% มูลค่าประมาณ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณกว่า 558 ล้านบาท ในบริษัทชิลินโด (Chilindo) เว็บไซต์ประมูลสินค้าชื่อดัง โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับให้เป็นแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซสัญชาติไทย และล่าสุดกรุงศรี อินโนเวท ปรับแผนลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีโอกาสเติบโตและมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เช่น อีโลจิสติกส์, การชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์, บริการซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นและการส่งอาหาร ล่าสุดได้เข้าไปลงทุนบริษัทไอคอน เฟรมเวิร์ค จำกัด ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าลงทุน 100 ล้านบาท
“นักลงทุนยังค่อนข้างระวัง เลือกลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีโอกาสเติบโตหลังโควิด เช่น เฮลท์เทค อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นเทรนด์การลงทุนจากองค์กรธุรกิจที่เห็นประโยชน์จากดิจิทัลในช่วงโควิดที่ผ่านมา เริ่มเข้ามาลงทุนในสตาร์ทอัพ”
ส่วนนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com กล่าวในฐานะนักลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพว่า หลังคลายล็อก การลงทุนสตาร์ทอัพกลับมาคึกคักในบางอุตสาหกรรมโดยในช่วงโควิดหลายดีลหยุดไป ซึ่งตอนนี้เริ่มกลับมา และเริ่มเห็นเทรนด์การลงทุนสตาร์ทอัพของภาคธุรกิจที่ต้องการทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปสู่ดิจิทัล
สำหรับการระดมทุนของตลาดดอตคอม และสตาร์ทอัพที่เข้าไปลงทุนนั้น ตลาดดอตคอม ยังเปิดให้บริษัทต้องการไปสู่อีคอมเมิร์ซ เข้ามาลงทุน ซึ่งแพลตฟอร์มที่มีอยู่ช่วยให้ธุรกิจขายสินค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซได้ทันที มีสมาชิกผู้ซื้อผู้ขาย 4 ล้านคน ส่วนครีเดนนั้นกำลังได้พันธมิตรเชิงธุรกิจเข้ามาลงทุนเพิ่มมูลค่า 13 ล้านบาท, ไวซ์ไซท์ อยู่ระหว่างการระดมทุนระดับระดับซีรีส์เอ (3-100 ล้านบาท) หรือซีรีส์บี (100-1,000 ล้านบาท) จากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เช่นเดียวกับ Bulk ที่อยู่ระหว่างการระดมทุนรอบใหม่
ด้านนายวรรณเทพ หรูวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอคอน เฟรมเวิร์ค จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่าวิกฤติโควิดที่ผ่านมามีแต่ธุรกิจดิจิทัลที่เติบโต ทำให้ขณะนี้ภาคธุรกิจเริ่มมองว่าการลงทุนในธุรกิจเทคสตาร์ทอัพ เพื่อต่อยอดธุรกิจของตัวเองไปสู่ดิจิทัล
ส่วนดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติองค์การมหาชน หรือ NIA เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมการลงทุนของสตาร์ทอัพในช่วงนี้ยังไม่เรียกว่าคึกคักแต่เริ่มมีการดีดตัวขึ้น เชื่อว่าช่วงต้นปีหน้าจะคึกคักมากขึ้น
หน้า 2 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,600 วันที่ 13 - 15 สิงหาคม พ.ศ. 2563











