thansettakij
thansettakij
“ไทหนาน” ยักษ์ใหญ่จีน บุก ตลาดกล้วยหอมไทย

“ไทหนาน” ยักษ์ใหญ่จีน บุก ตลาดกล้วยหอมไทย

19 มิ.ย. 63 | 07:21 น.

“ไทหนาน อินเตอร์เทรด” ผู้ผลิตกล้วยหอมอินทรีย์ ติดอันดับ 1 ใน 3 ของจีน เตรียมนำผลผลิตบนเนื้อที่กว่า 6,000 ไร่ในสปป.ลาว เข้าจำหน่ายในไทย พร้อมจับมือ ม.ขอนแก่น ร่วมวิจัยหานวัตกรรมใหม่ด้านการเกษตรสำหรับกล้วยหอม

วันนี้ตลาด "กล้วยหอม" ของไทยกำลังถูกท้าทายจากบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตกล้วยหอมอินทรีย์ของจีนเตรียมส่งกล้วยหอมล็อตใหญ่ที่ปลูกบนพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาดกล้วยหอมไทย   

นายสถาพร สุรพัฒน์ และผู้บริหารบริษัท ไทหนาน อินเตอร์เทรด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมนำกล้วยหอมระบบออร์แกนิคสายพันธุ์วิลเลี่ยม บี 6 ซึ่งเป็นฟาร์มกล้วยหอมอินทรีย์ขนาดพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ในปากซัน สปป.ลาว (ตรงข้ามจังหวัดบึงกาฬ ประเทศไทย) เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย หลังจากประสบความสำเร็จจากการผลิตส่งขายประเทศจีน จนติดอันดับผู้นำเข้ารายใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศจีน

“ไทยเป็นประเทศที่มีพื้นที่ติดกับ สปป.ลาวและมองเห็นถึงโอกาสที่จะขยายตลาดจึงเข้ามาหาช่องทางจำหน่ายและทำวิจัยเพื่อศึกษาการปลูกกล้วยพันธุ์วิลเลี่ยม บี 6 รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านการเกษตรในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ไว้แล้ว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ปี63 เล็งส่งออกผลไม้ไปจีน 6 แสนตัน

พาณิชย์ขึ้นสินค้าGI ใหม่ “ผ้าหม้อห้อมแพร่-กล้วยหอมทองปทุม”

จุดเด่นของกล้วยหอมซึ่งสายพันธุ์วิลเลี่ยม บี 6 นี้จะมีผลสีเหลืองทอง เนื้อแน่น มีกลิ่นหอม และรสชาติหวานกว่ากล้วยหอมในท้องตลาดในประเทศไทยเป็นกล้วยหอมพันธุ์ดี คุณภาพสูงซึ่งเป็นที่นิยมรับประทานกันมากในประเทศจีนและยุโรป ปลูกด้วยระบบออร์แกนิคและการจัดการฟาร์มที่ทันสมัยตั้งแต่การให้ปุ๋ยด้วยระบบท่อน้ำทั้งแปลง ระบบการห่อหวีกล้วย 5 ชั้น วิธีการ POST Harvest ซึ่งตัดและคล้องดึงผ่านสลิงมายังโรงคัดล้าง ก่อนบรรจุแบบสุญญากาศ แยกตลาดกล้วยขนาดต่างๆ ใส่ถุงสูญญากาศ บรรจุในกล่อง น้ำหนักบรรจุ 13 กก/กล่อง แล้วเก็บเข้าห้องเย็นขนาดใหญ่กลางสวนซึ่งมีจำนวน 10 ห้อง เพื่อรอการจัดส่งทางรถไปยังประเทศจีนซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิต 30,000 ตันต่อปี

“ตอนนี้ทางฟาร์มฯ ได้เริ่มปลูกแล้วเมื่อต้นปี 2561 พร้อมนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยประมาณปลายปี 2563 โดยคาดหวังว่าจะขายผ่านทางห้างสรรพสินค้า ดิสเคาสโตว์ ชั้นนำในประเทศไทย อย่างเช่น บิ๊กซี โลตัส แม็คโครและร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น และแฟมิลี่มาร์ท เป็นต้น ตั้งเป้าหมายการขายในประเทศไทยไว้ 20% ของการผลิต” นายสถาพรกล่าว