
ผ่ายุทธศาสตร์ “ศุภลักษณ์ อัมพุช” ทำอย่างไร ให้ไทยโกยแสนล้าน
“ศุภลักษณ์ อัมพุช” มีรายชื่อเป็น 1 ใน 20 มหาเศรษฐีของเมืองไทย ที่ตอบจดหมายกลับนายกรัฐมนตรี พร้อมเสนอ 10 ยุทธศาสตร์ ในการนำไทยฝ่าวิกฤต พร้อมฟื้นเศรษฐกิจและสังคม และสร้างรายได้ให้กับประเทศกว่า 1 แสนล้านบาท
ทั้ง 10 ยุทธศาสตร์นี้ จะประสบความสำเร็จได้ภาครัฐบาลและเอกชนร่วมมือกัน มี Commitment ร่วมกัน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้คนไทย สร้างงาน สร้างอาชีพ แต่จะมีอะไร และภาครัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนอย่างไร มาติดตามกัน
ยุทธศาสตร์ที่ 1 THAILAND AS A WORLD CLASS SHOPPING PARADISE การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งระดับโลก ซึ่งจะว่าไปแล้ว ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ก็เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกติดต่อกันมา 4 ปี มีย่านการค้าที่สำคัญทั้ง สยาม ราชประสงค์ สุขุมวิท แม่น้ำเจ้าพระยา ปทุมวัน ประตูน้ำ และจตุจักร มีศูนย์การค้า ตลาดค้าส่ง ค้าปลีก ตลาดนัดกลางวัน และกลางคืน ตอบสนองนักท่องเที่ยวได้ทุกระดับ มีความหลากหลายของสินค้าและราคา ถือเป็นความพร้อมที่ภาคเอกชนทำไว้อย่างดียิ่ง
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. CONNECTIVITY เร่งรัด และผลักดันการคมนาคมที่เชื่อมโยงการขนส่งสาธารณะกับพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่ออํานวยความสะดวกสบายและรวดเร็วแก่ผู้ใช้บริการ , อํานวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการขอคืนภาษี(VAT REFUND) ด้วยการลดขั้นตอนการดําเนินการ
2. COMPETITIVE PRICING ปรับลดภาษีนําเข้าสินค้าแบรนด์เนม เช่น แฟชั่น เครื่องหนัง เครื่องสําอาง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเพื่อให้สินค้ามีราคาที่ใกล้เคียงประเทศผู้ผลิตสินค้า เช่นประเทศฝรั่งเศส อิตาลีและอังกฤษ และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้ราคาสินค้าใกล้เคียงประเทศคู่แข่งอื่นๆเช่น ฮ่องกง สิงคโปร์มาเลเซีย ดูไบ
3. PRODUCTS DEVELOPMENT ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยลดภาษีนําเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า อันจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศ
4. AWARENESS ให้ผู้ประกอบการได้มีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์(Road Show) , จัดงาน Shopping Festival และงานแฟชั่นวีคเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่น ดังที่เคยมีโครงการสนับสนุนกรุงเทพฯเป็นเมืองแฟชั่น (Bangkok Fashion City) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและตอกย้ำประเทศไทยให้เป็น World-Class Shopping Paradise อย่างแท้จริง โดยขอให้บรรจุลงบนปฏิทินที่เป็นงานประจําปีอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี
5. COLLABORATIONS ส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วนแบบจริงจังทั้งจากภาคเอกชน และรัฐบาล มีหน่วยงานต่างๆ อาทิ สมาคมค้าปลีกไทย สมาคมสิ่งทอ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย สมาคมแฟชั่นดีไซนเนอร์กรุงเทพฯ สมาคมเครื่องหนัง สมาคมอัญมณีและเครื่องประดับ สมาคมโรงแรม กระทรวงพาณิชย์กระทรวงอุตสาหกรรม หอการค้าทุกจังหวัด กรมสรรพากร เป็นต้น
6. VAT REDUCTION ปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7% เหลือ 5% เป็นระยะเวลา 2 ปีเพื่อช่วยกระตุ้นการจับจ่ายหลังจากสถานการณ์COVID-19
ยุทธศาสตร์ที่ 2 THAILAND AS A WORLD FOOD DESTINATION การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์รวมอาหารของโลก
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. การสนับสนุนและรวบรวมเกษตรกรท้องถิ่น สู่ศูนย์รวมอาหารและซิกเนเจอร์อีเว้นท์ระดับโลก ส่งเสริมผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ร่วมสร้างสรรค์ และยกระดับการจัดงานอาหารให้ยิ่งใหญ่และทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น Thailand Food Expo , Thailand Street Food Night Market ฯลฯ
2. สนับสนุนให้มีการยกเว้นภาษีนำเข้าสุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสนับสนุนร้านอาหาร อาทิ Fine Dining ให้เป็นสวรรค์แห่งนักชิม เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ
ยุทธศาสตร์ที่ 3 THAILAND AS A HUB OF WORLD CLASS ENTERTAINMENT AND ATTRACTIONS IN SEA การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ด้วยการขยายเวลาเปิดบริการ Operating Hours เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะเชื่อมโยงและเกื้อกูลต่ออุตสาหกรรมด้านอื่น ๆ อาทิ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร อุตสาหกรรมสื่อ ค่ายเพลง ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ฯลฯ
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. ด้านการพัฒนาความปลอดภัยและ Public Transportation การเร่งพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อความปลอดภัยและอํานวยความสะดวก
2. ด้านนโยบายส่งเสริมการลงทุน การเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของธุรกิจบันเทิงกับประเทศอื่น ๆ , การส่งเสริมสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนแก่ผู้ประกอบการ เป็นต้น
3. ด้านพัฒนาทักษะบุคลากรในธุรกิจสื่อสร้างสรรค์ การส่งเสริมพัฒนาทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ให้กับ ศิลปิน นักแสดงไทย , ลดขั้นตอนและอํานวยความสะดวกในการขอวีซ่าให้กับศิลปิน Artist Performers และดีเจระดับโลกชาวต่างชาติที่จะเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาศิลปินไทย
ยุทธศาสตร์ที่ 4 THAILAND AS A HUB OF MICE MARKET IN SEA การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการประชุมสัมมนาและจัดแสดงสินค้าระดับโลกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ด้วยทำเลที่ตั้งที่ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการคมนาคมที่สะดวก และหลากหลายช่องทาง มีสนามบินนานาชาติ และมี Mass Transit รวมไปถึงภาคเอกชนที่มีความพร้อมในการผลักดันให้ไทยเป็นฮับ ด้าน MICE ในระดับภูมิภาค และความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ธุรกิจที่เชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม อาหาร และธุรกิจด้านสันทนาการ
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. ด้านการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ เป็นการเร่งพัฒนาระบบขนส่งมวลชนประเภทรางตามแผนงาน โดยเฉพาะรถไฟรางเบาซึ่งเชื่อมต่อจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่ใจกลางเมือง (Light RailTransit - LRT) เพื่ออํานวยความสะดวกกับผู้จัดงานและนักเดินทาง MICE , การจัดให้มีสถานที่เช็คอินและส่งกระเป๋าล่วงหน้าในเมือง (City Check-in) เชื่อมต่อไปยังสนามบิน อาทิเช่น ในโครงการ BANGKOK MALL และโครงการเชิงพาณิชย์รอบระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ
2. ด้านนโยบายส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนแก่ผู้ประกอบการ เช่น การขยายระยะเวลาในการลดหย่อนภาษีรายได้นิติบุคคลจาก 5 ปีเป็น 10 ปีในโครงการที่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI , การลดหย่อนขั้นตอนการนําเข้า สินค้าและขั้นตอนทางศุลกากร , การส่งเสริมให้มี Incentives และ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ผู้จัดแสดงงานและผู้เข้าร่วมงาน
3. ด้านการตลาด เป็นการจัดหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อธุรกิจ MICE , การร่วมลงทุนจัดกิจกรรม Event หรือ Festival ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว , การส่งเสริมประชาสัมพันธ์กิจกรรมการประชุม สัมมนา การแสดงสินค้าต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
ยุทธศาสตร์ที่ 5 THAILAND AS A CULTURAL AND ART CENTER OF ASIA การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางแห่ง ศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย ด้วยจุดเด่นที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นำมาผนึกกำลังชุมชนท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับจุลภาคจนถึงมหภาค
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. สนับสนุนให้เกิดการต่อยอดกิจกรรมงานแสดงศิลปะขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นในปัจจุบัน อาทิ Bangkok Art Biennale, Bangkok Design Week เพื่อเป็นหัวเรือเอกในการประกาศศักยภาพของไทยสู่ตลาดโลก
2. สนับสนุนให้มีงานแสดงสินค้าศิลปะระดับโลก Art Basel ในกรุงเทพหรือภูเก็ต เพื่อตอกย้ำภาพลัษณ์ด้านผู้นํา และดึงดูดตลาดผู้ซื้อ /ขายงานศิลปะระดับโลก
3. ส่งเสริมงานแสดงศิลปะที่ตอบสนองวิถีชีวิตสมัยใหม่ เช่น Hotel Art Fair Bangkok, Gallery Night Bangkok, และThai Street Artist Community ให้ได้มีโอกาสไปสู่สายตาชาวโลกผ่าน International Publication
ยุทธศาสตร์ที่ 6 THAILAND AS A WORLD CLASS CENTER OF FESTIVAL, LEISURE & FUN การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจัดเทศกาลแห่งความสุขและสนุกสนานระดับโลก ด้วยเทศกาลต่างๆที่จัดขึ้นทั่วประเทศ ล้วนเป็นเทศกาลแห่งความสุขสนุกแบบไทย ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
การผลักดันให้กลายเป็นเทศกาลความสุขสนุกระดับโลก โดยสนับสนุนในด้านงบประมาณ การประชาสัมพันธ์ การบรรจุ “เทศกาลความสุขสนุกแบบไทย” ไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวไทย
ยุทธศาสตร์ที่ 7 THE GULF OF THAILAND AND THE ANDAMAN SEA TO BECOME THE RIVIERA OF THE EAST AND CRUISE LINE PLAYGROUND การผลักดันให้อ่าวไทยและคาบสมุทรอันดามัน เป็นริเวียร่าแห่งโลกตะวันออกและเส้นทางเดินเรือสำราญที่สำคัญของเอเชีย
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. กําหนดแผนบูรณาการการพัฒนาการท่องเที่ยวทางเรือสําราญ ที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม
2. เร่งสนับสนุนและปรับปรุงท่าเรือสําราญให้มีความทันสมัย ปลอดภัย เข้าสู่มาตรฐานสากล
3. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระบบสาธารณูปโภค และระบบโดยสารสาธารณะให้เพียงพอรับนักท่องเที่ยวเรือสําราญ
4. ส่งเสริมการเตรียมความพร้อมของบุคลากรในห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
5. ส่งเสริมการตลาดเรือสําราญของประเทศไทยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก
6. สิทธิประโยชน์พิเศษทางด้านภาษีและอื่น ๆ จากภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการลงทุน
ยุทธศาสตร์ที่ 8 THAILAND AS A MEDICAL HUB FOR HEALTH, WELLNESS & SPA RESORT IN ASIA การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ สุขภาพ ความงาม และสปา ในภูมิภาคเอเชีย ทั้งการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. ด้านการพัฒนาสิ่งอํานวยความสะดวกสาธารณะ ทั้งการเร่งพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ Mass Transit ที่เชื่อมต่อไปยังสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิดอนเมือง อู่ตะเภา , ปรับปรุงพื้นที่อํานวยความสะดวก และ Facilities สําหรับผู้สูงอายุ
2. ด้านนโยบายส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ การสนับสนุนภาคเอกชนและบริษัทร่วมทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ และอุตสาหกรรมเชื่อมโยง , ปรับลดภาษีนําเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ผลิตภัณฑ์สปา เครื่องสําอาง เป็นต้น
3. ด้านการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะแก่บุคลากร การส่งเสริมความเข้าใจในนวัตกรรม รวมถึงผลวิจัยด้านการแพทย์, ส่งเสริมโครงการเอกชนในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์เฉพาะทาง พัฒนาทักษะแก่บุคลากร อาทิพยาบาลวิชาชีพ นักวิทยาศาสตร์ รองรับผู้มาใช้บริการจากทั่วโลก
4. ด้านการตลาด จัดให้มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในลักษณะ “Medical Holiday / Vacation Package” เช่น ทันตกรรมผนวกกับโปรแกรม การท่องเที่ยว สปา และช้อปปิ้ง , ผลักดันและขยายผลมาตรการ Medical Visa กับกลุ่มประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพ รวมถึงผู้ติดตาม และศูนย์อํานวยความสะดวกแบบ One Stop Service
ยุทธศาสตร์ที่ 9 THAILAND AS THE ENTREPRENEUR, SME & STARTUP HUB OF SEA FOR O2O SEAMLESS EXPERIENCE การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. นโยบายเร่งด่วนหลังจาก COVID-19สนับสนุนผู้ประกอบการและ SMEs ให้มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีเพื่อให้เพิ่มศักยภาพในการทําธุรกิจ
2. ส่งเสริมสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับภาคเอกชน ที่ลงทุนพัฒนาผู้ประกอบการอย่างจริงจัง
3. ส่งเสริมผู้ประกอบการในการสร้างโมเดลทางธุรกิจ O2O Market Place Platform อย่างจริงจังสร้างการแข่งขันทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์
4. จัดหาแหล่งเงินทุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะกลางถึงยาวแก่ผู้ประกอบการตลอดจน ภาคเอกชนที่สนับสนุนผู้ประกอบการ
5. ส่งเสริมการจัดตั้ง SMEs และ START UP Hub รวมถึง ECOSYSTEM ที่ครบครัน เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ในแหล่งที่ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่าย
6. ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม และองค์ความรู้เช่น การจัดตั้ง Knowledge Center , R & D Center และTech Startup Center
7. จัดให้มีBusiness Solution Center ของภาครัฐ รูปแบบ One Stop service ในพื้นที่ที่สะดวก ง่ายต่อการเข้าถึง เช่น ในบริเวณศูนย์การค้า หรือใจกลางธุรกิจ เป็นต้น
8. สนับสนุนการจัดให้มี Product Showcase venue ,Thailand Trade Exhibition เพื่อเจาะตลาดใหม่ๆ และขยายไปยังต่างประเทศ
9. ผลักดัน Digital Economy อย่างต่อเนื่อง จัดทําสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้ประกอบการที่ใช้ E-Payment
ยุทธศาสตร์ที่ 10 THAILAND AS A CENTER OF ECOTOURISM AND ENVIRONMENTAL SUSTAINABILITY การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
สิ่งที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริม คือ
1. มาตรการด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืนเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ภาครัฐควรให้การสนับสนุนเงินทุนเพื่อช่วยฟื้นฟูและปรับปรุงพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ พร้อมกับรณรงค์ให้ประชาชน ร่วมมือ ร่วมใจปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอากาศ
2. มาตรการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยากและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภาครัฐ สมาคมต่างๆ ควรขยายความร่วมมือและรณรงค์ในการลดการใช้ถุงพลาสติก อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
3. มาตรการลดและป้องกันมลพิษทางอากาศ PM 2.5 และสนับสนุน CLEANENERGY ภาครัฐควรเร่งพัฒนาโครงข่าย MASS TRANSIT จัดทํา SKYWALK ตั้งแต่ปทุมวันพระราม 1 ราชประสงค์ สุขุมวิท อโศก ถึงบางนาตราด เชื่อมต่อย่านการค้า ย่านธุรกิจ และย่านที่พักอาศัย เพื่อความสะดวกของประชาชน และนักท่องเที่ยว เพื่อลดปริมาณการใช้รถยนต์
ถือเป็น “ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ” ที่น่าสนใจ แต่จะเป็นแค่ภาพฝัน หรือทำได้จริง คงต้องติดตามกันต่อไป ...






