
บริษัททัวร์ร้องรัฐขอให้สั่งปิดกิจการหลังถูกของดจัดนำเที่ยว
บริษัททัวร์โอดถูกบีบขอความร่วมมืองดจัดรายการนำเที่ยวช่วงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยยังไร้มาตรการช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่าย ตอกย้ำธุรกิจย่ำแย่กว่าเดิมกระทบเป็นลูกโซ่ ร้องรัฐขอให้สั่งปิดกิจการ ช่วยลูกจ้างได้รับการชดเชยจากประกันสังคม
นางสาว มิ่งขวัญ เมธเมาลี กรรมการผู้จัดการ IMAGE D’ASIE ผู้ประกอบการบริษัททัวร์อินบาวนด์ตลาดยุโรป เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าตามที่สานักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ได้มีหนังสือลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 ถึงนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ขอความร่วมมืองดจัดรายการนำเที่ยว ในระหว่างประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ในนามตัวแทนบริษัทนำเที่ยวที่ เป็นหนึ่งในห่วงโซ่ธุรกิจของการท่องเที่ยวที่สำคัญ ที่เชื่อมโยงไปยัง ผู้ประกอบการรายย่อยอีกจำนวนมาก ที่นอกเหนือจากธุรกิจโรงแรม มัคคุเทศก์ หรือ สปา ก็ยังเชื่อมโยงไปยังธุรกิจรายย่อยอีกจำนวนมากนับหมื่นๆรายทั่วประเทศ เช่น ผู้ประกอบการทัวร์ในพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ธุรกิจรถเช่า ธุรกิจเรือเช่า ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านจำหน่ายของที่ระลึก สถานนันทนาการ และผู้รับจ้างรายย่อยๆอีกมาก
เช่น คนถ่ายรูป คนให้เช่าชุดแต่งกาย คนขายเสื้อยืด เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรง และยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือกับธุรกิจเหล่านี้ การที่ผู้ประกอบการยังคงจัดรายการนำเที่ยวนั้นเป็นความพยายามเพื่อ การอยู่รอดของตนเอง
เพราะยังมีพนักงานลูกจ้างที่อยู่ในความรับผิดชอบ หากจะปิดกิจการชั่วคราว ก็จะต้องรับผิดชอบจ่ายเงินเดือน 75% ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอีก ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้เพราะไม่มีรายได้เพียงพอเนื่องจากขาดรายได้จากสถานการณ์
ครั้นเมื่อบริษัทนำเที่ยวเพื่อความอยู่รอดจึงได้จัดรายการนำเที่ยว แต่ทางราชการขอความร่วมมืองดจัดรายการนำเที่ยว โดยไม่ช่วยเหลือรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดให้กับธุรกิจเหล่านี้ นับว่าไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ด้วยปัจจุบันบริษัทนำเที่ยวและกลุ่มธุรกิจห่วงโซ่ทางการท่องเที่ยวยังไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งเป็นธุรกิจรายย่อยมากๆ
จึงอาจทำให้รัฐบาลมองข้ามไป อย่างไรก็ตาม เป็นที่เข้าใจเป็นอย่างดีว่าในสถานการณ์โรคระบาดของไวรัสโควิด-19 การจัดรายการนำเที่ยวจะทำให้เกิดการรวมตัวของคนและมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคน อาจจะเป็นอุปสรรคในการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19ได้
ดังนั้นจากปัญหาของบริษัทนำเที่ยวและผู้ประกอบรายย่อยๆที่เป็นห่วงโซ่ของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหมดที่นอกเหนือจากธุรกิจโรงแรมและสปาได้รับความเดือดร้อนกับมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ Covid-19 จึงใคร่ขอเสนอให้ รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจที่เป็นห่วงโซ่ของการท่องเที่ยวทั้งหมด ที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาช่วยเหลือ
โดยขอให้รัฐบาลสั่งปิดธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวทั้งหมด เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยง และ เป็นธุรกิจรวมคนทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัส Covid-19 ได้ ดังนั้นเมื่อ รัฐบาลสั่งปิด พนักงานลูกจ้างของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะสามารถได้รับเงินชดเชย 62% ของอัตราเงินเดือนที่ได้รับเป็นเวลา 3 เดือน
กรณีไม่สั่งปิดกิจการชั่วคราว ขอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือจ่ายเงินเดือน และค่าจ้างของพนักงานลูกจ้าง 62% ของเงินเดือนระยะเวลา 3 เดือน หรือ ผู้รับ จ้าง (ในกรณีที่บางรายเป็นผู้รับจ้างโดยตรงไม่มีพนักงานลูกจ้าง) ช่วยเหลือ เดือนละ 9,000 บาทเป็นระยะเวลา 3 เดือน
สำหรับตัวผู้ประกอบการเองในระหว่างที่ไม่มีรายได้ ได้รับมาตรการช่วยเหลือ เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ตามมาตรการช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ของธนาคารแห่ง ประเทศไทย และ ขอให้รัฐบาล สั่งให้ บริษัทนำเที่ยว หรือผู้มีผลกระทบ ไม่ต้องจ่าย ประกันสังคม 6 เดือน เพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อยทั้งหมด

