thansettakij
thansettakij
โคโรนา ฉุดเงินเฟ้อ เดือนก.พ.ชะลอ

โคโรนา ฉุดเงินเฟ้อ เดือนก.พ.ชะลอ

05 มี.ค. 63 | 06:09 น.

พาณิชย์เผยเงินเฟ้อในเดือนก.พ.ลดลงจากความกังวลปัญหาไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ราคาสินค้าขาดแคลนไปบ้าง แต่มั่นใจไทยเป็นประเทศผลิตอาหารเองมีเพียงพอบริโภคระยะยาว ย้ำไม่ควรกักตุน

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือ อัตราเงินเฟ้อ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบว่า อัตราเงินเฟ้อมีการขยายตัวสูงขึ้น 0.74%  แต่เป็นการขยายตัวแบบชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยในหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้นในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะอาหารสด,อาหารสำเร็จรูปและเครื่องประกอบอาหาร เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง ในขณะที่กลุ่มพลังงานมีการปรับตัวลดลง ขณะที่เงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ขยายตัว0.89%

โคโรนา ฉุดเงินเฟ้อ เดือนก.พ.ชะลอ

อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อในเดือนกุมภาพันธ์ที่ขยายตัวแบบชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านั้น เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกและการลงทุนที่ชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ในขณะที่ผลกระทบทางอ้อมทำให้รายได้ของภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว การขนส่ง ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกรวมถึงการผลิตปรับตัวลดลง

“เงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2563 มีปัจจัยบวกจากราคาสินค้าเกษตรที่ได้รับอิทธิพลจากภัยแล้ง และราคาน้ำมันที่เริ่มทรงตัวในช่วงแรกก่อนจะเริ่มผันผวนในทิศทางที่ลดลงในระยะต่อมา ในขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลก และการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อรายได้ กำลังซื้อ และความต้องการสินค้าและบริการ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวน่าจะส่งผลให้เงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีแรกอาจต่ำกว่าการคาดการณ์ (ต่ำกว่า 0.8) อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีบวกกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐที่เริ่มทะยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ภัยแล้งยังคงมีอิทธิพลต่อราคาสินค้าเกษตรค่อนข้างมากในปีนี้ น่าจะทำให้เงินเฟ้อในครึ่งหลังของปี มีโอกาสกลับเข้าสู่กรอบคาดการณ์ได้ ซึ่งอาจมีการทบทวนกรอบการคาดการณ์เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในระยะต่อไป”

ทั้งนี้ ทางสนค.ยังคงเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อในปีนี้ไว้ที่ 0.4-1.2%  โดยให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่0.8 % แต่ยอมรับว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้อในปีนี้จะขยายตัวไม่ถึงเป้าหมายที่ 0.8%  เนื่องจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ชะลอตัวลง หลังจากมีความระมัดระวังการจับจ่ายหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ในขณะนี้ยังยืนยันได้ว่า สินค้าประเภทอาหารและน้ำดื่ม ภายในประเทศไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน ประชาชนไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ากักตุน และสำหรับสินค้าประเภทเจลแอลกอฮอล์,ยาฆ่าเชื้อและสบู่ มีการมาขอจดทะเบียนการจัดตั้งบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ20แห่ง และพร้อมที่จะผลิตสินค้าให้มากขึ้นเนื่องจาก ใช้วัตถุดิบในประเทศในการผลิตสินค้าเป็นส่วนใหญ่